HOME
เว็บบอร์ด
ทำเนียบรุ่น
แก้ไขข้อมูล +1
โทร & อีเมล์
เว็บน่าสนใจ

ข้อความเว็บบอร์ด

 ข้อความที่ 1085587  ประเภท: เรื่องทั่วไป    ลบทั้งหมด       

เรื่อง
  ๑๐ อันดับนิยายกำลังภายใน ที่อยู่ในใจผมเสมอ ..


สาเหตุหนึ่งที่นิยายกำลังภายในเป็นวรรณคดีที่ได้รับความนิยมจากนักอ่านโดยทั่วไป

เพราะนักแต่งมีอิสระสามารถจินตนาการอะไรเข้าไปก็ได้

ซึ่งในโลกจินตนาการของมนุษย์ก็เฉกเช่นเดียวกัน ทุกเรื่องราวสามารถสะท้อนออกมาได้ในโลกของนิยายกำลังภายใน

ไม่มีขีดจำกัดเกี่ยวกับข้อกฏหมายหรือระบบการปกครองสำหรับนิยายกำลังภายใน

ผู้คนสามารถฆ่าฟันใครก็ได้โดยไม่ต้องกลัวติดคุก ใครทำถูกได้รับการสรรเสริญ ทำผิดก็ถูกประณาม

ส่วนใหญ่ผู้คนอยู่ร่วมกันโดยอาศัย"หลักคุณธรรม"เป็นหลักในการปกครอง

ดังนั้นการแสดงออกถึงจินตนาการในนิยายกำลังภายในจึงกระทำได้อย่างเต็มที่

หลายคนหลงไหลนิยายกำลังภายใน

ในนิยายกำลังภายในมีทั้งความสนุกสนาน สาระ แทรกข้อคิด คติเตือนใจ ไว้มากมาย


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.197.235:172.1.5.34   ส่งเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 13:46
 
 ความคิดเห็นที่  1


ฤทธิ์มีดสั้น.......ลี้กิมฮวง


เรื่องฤทธิ์มีดสั้นนี้เป็นนิยายที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดของโก้วเล้ง
ซึ่งโก้วเล้งได้ดัดแปลงเรื่องฤทธิ์มีดสั้นนี้มาจากนิยายตะวันตกเรื่อง Young Gun
โดยเรื่องนี้ในภาษาจีนมีชื่อว่า "ตอเช้งเกี่ยมแขะบ้อเช้งเกี่ยม" ซึ่งแปลว่า "มือกระบี่มากรัก กระบี่ไร้น้ำใจ"
โดยตัวชื่อเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึง ลี้คิมฮวง ตัวเอกของเรื่อง แต่หมายถึง "อาฮุย" สหายสนิทของลี้คิมฮวง
ซึ่งการที่โก้วเล้งใช้ชื่อเรื่องเช่นนี้เพราะความคลาสสิกของชื่อนี้นั่นเอง
โดยในเรื่องฤทธิ์มีดสั้นนี้เราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองตอนหลักคือ ตอนของโจรดอกเหมย
และตอนของพรรคเหรียญทองของเซี่ยงกัวกิมฮ้ง

เนื้อเรื่องย่อ

ฤทธิ์มีดสั้นเป็นเรื่องราวของลี้คิมฮวงตัวเอกของเรื่องซึ่งในชีวิตของเขานั้นเหมือนจะดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง
บ้านหลังใหญ่ และทรัพย์สมบัติมากมาย ความสามารถทั้งสติปัญญาและวรยุทธ์
ในด้านสติปัญญานั้นเขาสามารถสอบเป็นบัณฑิตหน้าบัลลังก์ของฮ่องเต้ได้ถึงลำดับที่สามหรือก็คือตำแห่งถ้ำฮวย
เรียงตามตำแหน่งได้ดังนี้ >> อันดับหนึ่ง - จอหงวน, อันดับสอง - ปางั่ง, อันดับสาม - ถ้ำฮวย)
ส่วนในด้านวรยุทธ์นั้นวิชามีดบินของเขา ก็ติดอันดับที่สามของแผ่นดินเช่นกัน
โดยอันดับนี้จัดโดยแป๊ะเซี่ยวเฮ็งนักปราชญ์ที่มีชื่อโด่งดังในสมัยนั้น
และลี้คิมฮวงยังมีคนรักอีกคนหนึ่งชื่อ ลิ่มซีอิม แต่เขาต้องสละหญิงคนรักของตนให้กับเพื่อนร่วมสาบาน
เพื่อเป็นการทดแทนคุณที่เคยช่วยชีวิตตนเอาไว้ จากนั้นก็ยกบ้านให้เป็นเรือนหอของทั้งสอง
แล้วตนเองก็จากไปอยู่นอกด่านด้วยความตรอมใจ และในช่วงชีวิตที่อาศัยอยู่นอกด่านนั้นเขาได้ทำความรู้จักกับอาฮุย
มือกระบี่ที่พึ่งออกท่องยุทธภพ แต่แล้วเมื่อในยุทธภพได้มีการปรากฏตัวของโจรดอกเหมย ก็เป็นเหตุทำให้ลี้คิมฮวงต้องกลับเข้าด่าน
ซึ่งทำให้เขาได้พบกับลิ่มเซียนยี้สตรีที่งามอันดับหนึ่งในแผ่นดิน และเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย
จนเป็นเหตุให้โดนเข้าใจผิดว่าเป็นโจรดอกเหมยเสียเอง แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อมีการปรากฏตัวของเซี่ยงกัวกิมฮ้งผู้ก่อตั้งพรรคเหรียญทอง
ซึ่งมีจุดหมายคือยึดครองยุทธภพ ดังนั้นลี้คิมฮวงจึงต้องเข้าขัดขวาง แต่วิชาฝีมือห่วงคู่หงส์มังกรของเซี่ยงกัวกิมฮ้งนั้นถูกจัดได้ว่าอยู่ในอันดับสองของแผ่นดินซึ่งเหนือกว่าลี้คิมฮวง
ดังนั้นศึกนี้จึงเป็นศึกใหญ่ของลี้คิมฮวงทีเดียว

ข้อมูลจาก..วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี

มนุษย์นั้นมากด้วยอารมณ์ความรู้สึก

ท่านต้องการให้ตนเองไม่ไปคิดถึงคนๆนั้น

แต่ในสมอง ก็ปรากฎเงาของคนนั้นอยู่ทุกเวลานาที

ความรู้สึกเช่นนี้แม้จะมิใช่คมดาบ

แต่ทำให้ใจคนเหมือนมีดาบเฉือน......



ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.197.235:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 14:40
 ความคิดเห็นที่  2
ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.182:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 17:14
 ความคิดเห็นที่  3

ยังอยู่ในเรื่องแรก "ฤทธิ์มีดสั้น"


สุราอยู่ในจอก โคมไฟริบหรี่แสงเลือนลาง
มีสุราเหลืองขุ่น นี่มิใช่สุราดี
แต่สุราดีหรือ-หาได้อยู่ที่ตัวมันไม่
......กลับอยู่ที่ท่านดื่มมันเวลาใด ?
หากเป็นคนที่คับแค้นรันทดจนสุดซึ้ง
มาตรว่าเป็นเมรัยรสเลิศในดินแดน
ยามล่วงล้ำลำคอก็ขมฝาดจนบอกไม่ถูก


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.197.235:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 17:27
 ความคิดเห็นที่  4


อันดับที่ ๒ มังกรหยก



เรื่องราวเกิดในยุคราชวงศ์ซ้องของประเทศจีน แผ่นดินจีนเสื่อมโทรมในทุกด้าน อาณาประชาราษฎร์ยากแค้นลำเค็ญ ขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง กดขี่ข่มเหงชาวจีนด้วยกัน เกี่ยวกับการผจญภัยของเด็กหนุ่มชื่อ ก๊วยเจ๋ง ที่เติบโตขึ้นมาในดินแดนของมองโกล และเดินทางกลับสู่ยุทธจักรในประเทศจีน ได้พบกับอึ้งย้ง ยังได้ฝึกวิชาต่างๆมากมาย และได้ขับไล่พวกมองโกล จากแผ่นดินจีน

ก๊วยเซาเทียนและเอี้ยทิซิม พี่น้องร่วมสาบาน ถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นกบฎ พวกเขาต่อต้านการจับกุม เข้าสู้พวกทหารที่กลุ้มรุม กระทั่งก๊วยเซาเทียนเสียชีวิต บ้านเรือนถูกเผาผลาญย่อยยับ เอี้ยทิซิม หลีเพ้ง ภรรยาก๊วยเซ่าเทียน และเปาเซียะเยียก ภรรยาเอี้ยทิซิม หนีกระเซอะกระเซิง ไปคนละทิศละทาง ผู้หญิงทั้งสองกำลังตั้งครรภ์
หลีเพ้งให้กำเนิดก๊วยเจ๋ง ระเหเร่ร่อนไปเติบใหญ่ในแผ่นดินมองโกล ใต้ร่มใบบุญเจงกิสข่านผู้ยิ่งใหญ่
ขณะที่เปาเซียะเยียกให้กำเนิดเอี้ยคัง ได้ดีมีสุขในวังไต้กิมก๊กของชาวนีเจิน
ทั้งมองโกลและนีเจิน ล้วนเป็นศัตรูผู้รุกรานและต้องการยึดครองแผ่นดินตงง้วน
ก๊วยเจ๋งและเอี้ยคังเติบโตขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมและการบ่มเพาะที่ต่างกัน จึงมีพฤตินิสัยไปคนละแบบ ก๊วยเจ๋งได้รับการสั่งสอนย้ำเตือนจาก หลีเพ้ง ผู้เป็นมารดา และ เจ็ดประหลาดกังหนำ ผู้เป็นอาจารย์ ให้แก้แค้นแทนบิดา และยึดมั่นในจิตวิญญาณจีน จึงยินยอมสะบั้นไมตรีกับพวกมองโกล ก็ไม่ยินยอมทำร้ายแผ่นดินตงง้วน อันเป็นมาตุภูมิ ขณะที่เอี้ยคัง หลงใหลในลาภยศสรรเสริญ ยินยอมรับศัตรูเป็นบิดา กระทั่งยังกล้าย่ำยีบีฑาชาวชนเชื่อชาติเดียวกัน ...
มังกรหยกถูกนักวิชาการด้านจีนศึกษาจำนวนมากวิเคราะห์ว่าแฝงด้วยเนื้อหาชาตินิยมและเชื้อชาตินิยมของพวกฮั่น


ตัวละครในเรื่อง

ก๊วยเจ๋ง จอมยุทธอุดร ยอดวีรบุรุษแห่งตงง้วน
อึ้งย้ง ขงเบ้งหญิง ยอดสตรีศรีต้งง้วน ธิดาแห่งมารบูรพา
จิวแป๊ะทง เฒ่าทารก ศิษย์ผู้น้องแห่งเทพมัชฌิม
เอี๊ยคัง ผู้เป็นบิดาเอี้ยก้วย
เอี๊ยทิซิม ผู้เป็นบิดาเอี้ยคัง
ก๊วยเซาเทียน ผู้เป็นบิดาจอมยุทธก๊วยเจ๋ง
เจ็ดประหลาดกังน้ำ
คูชู่กี ศิษย์ที่มีฝีมือสูงสุดใน7บรรพชิตช้วนจิน
อาวเอี๊ยงเค็ก
ตั้งเฮี้ยงฮวง ลมทมิฬคู่พิฆาต ฉายา ศพทองแดง
บ๊วยเถี่ยวฮวง หรือ เหมยเชาฟง ลมทมิฬคู่พิฆาต ฉายา ศพเหล็ก
เค็กซา
อ้วนง้วนอั้งเลียก อ๋องแห่งกิมก๊ก
เจงกิสข่าน
ซัวทงเทียน (พญามังกรประตูปิศาจ)
โฮ้วทงไฮ้ (มังกรสามหัว)
แพ้เลี่ยงโฮ้ว (เพชรฆาตรพันมือ)
เนี่ยจื้ออง (เฒ่าประหลาดเซียนโสม)
เล้งตี่เซี่ยงหยิน
เซียมตัง (ชาวประมง) 1ในศิษย์ของอิดเต็งไต้ซือ
บู๊ซำทง (กสิกร) 1ในศิษย์ของอิดเต็งไต้ซือ
จูจื้อลิ้ว (นักศึกษา)1ในศิษย์ของอิดเต็งไต้ซือ
ฮิ้วโชยยิ่ม (ฝ่ามือเหล็กพริ้วบนสายน้ำ) ประมุขพรรคฝ่ามือเหล็ก
ฮิ้วโชยตึ๋ง พี่ของฮิ้วโชยยิ่ม มีนิสัยชอบหลอกลวง แอบอ้างชื่อของผู้เป็นน้อง

ก๊วยเจ๋งเป็น 1ในห้ายอดฝีมือยุคที่2มีฉายาว่า"จอมยุทธอุดร"แทนที่ยาจกอุดรอ้งฉิกกงและเป็นพี่น้องรวมสบานกับจิวแป๊ะทงอีกด้วย พ่อของก๊วยเจ๋งถูกสังหารตั้งแต่เขายังเป็นทารกในครรภ์ ทำให้แม่ของเขาพาหนีขึ้นเหนือ ก๊วยเจ๋งได้รับการเลี้ยงดูจากเผ่ามองโกล และมีเพื่อนในวัยเด็กเป็นลูกชายของเจงกีส ข่านที่มีนามว่า เซลุย หลังจากนั้นก๊วยเจ๋งได้รับคำสั่งของอาจารย์ให้เดินทางเข้าสู่ยุทธจักร และได้พบกับอึ้งย้ง ก๊วยเจ๋งเป็นศิษย์ของเจ็ดประหลาดแห่งกังหนำรับคำแนะนำด้านกำลังภายในจากเบ๊เง็ก และได้รับสืบทอดวิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร จากประมุขพรรคกระยาจก อั้งฉิกกง ด้วยความช่วยเหลือของอึ้งย้ง รวมถึงรับการถ่ายทอดวิชาคัมภีร์เก้าอิมจินเก็ง วิชาสองมือขัดแย้ง และวิชาว่างเวิ้งว้างจากเฒ่าทารกจิวแป๊ะทง ในการประลองกับอ้าวเอี้ยงโคกที่เกาะดอกท้อก๊วยเจ๋งได้เอ่ยเนื้อหาในคัมภีร์เก้าอิมจินเกงออกมาโดยครบถ้วน โดยไม่ทราบมาก่อนเลยว่านั่นเป็นคำในคัมภีร์ ทำให้อึ้งเอี๊ยะซือคิดว่าภรรยาของตนดลบรรดาลช่วยเลือกก๊วยเจ๋งให้เป็นลูกเขย ครั้งนั้นทำให้อึ้งเอี๊ยะซือยอมรับก๊วยเจ๋งในฐานะบุตรเขย

อึ้งย้งเป็นลูกสาวของมารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือ อาศัยอยู่ในเกาะดอกท้อมาตั้งแต่เด็ก ภายหลังหลบหนีออกมาจากเกาะดอกท้อเนื่องจากไม่พอใจที่พ่อ (อึ้งเอี๊ยะซือ)ดุว่า เนื่องจากทำอาหารและเหล้าไปให้จิวแป๊ะทงที่ถูกอึ้งเอี๊ยะซือขังอยู่ที่เกาะดอกท้อ โดยระหว่างที่ออกมาจากเกาะดอกท้อได้สวมเกราะขนเม่นเป็นเครื่องป้องกันตัว และปลอมตัวเป็นบุรุษ ต่อมาได้พบกับก๊วยเจ๋ง ซึ่งได้ต่อสู้ร่วมกันมาจนกลายเป็นความรัก ในภายหลังมีลูกด้วยกัน 3 คน คือ ก๊วยพู้(ผู้หญิง) ก๊วยเซียง(ผู้หญิง) และก๊วยพั่วลู่(ผู้ชาย) คำแทนตัวที่ก๊วยเจ๋งเรียกอึ้งย้งคือ ย้งยี้ อึ้งย้งมีชื่อเสียงในเรื่องความฉลาดและไหวพริบเป็นอย่างมาก เคยหลอกให้อาวเอี๊ยงฮงกินปัสสาวะด้วย นอกจากนี้ยังมีฝีมือในการทำอาหารเป็นที่ยอมรับของอั้งฉิกกง ประมุขพรรคกระยาจก ภายหลังนางได้สืบทอดวิชาไม้เท้าตีสุนัข และรับตำแหน่งประมุขพรรคกระยาจกต่อจากอั้งฉิกกง

เอี้ยคัง เป็นลูกของเอี้ยทิซิม กับเปาเซียะเยียก ซึ่งเอี้ยทิซิมเป็นเพื่อนสนิทกับก๊วยเซ่าเทียน พ่อของก๊วยเจ๋ง ครั้งหนึ่งเปาเซียะเยียกได้ช่วยอ้วงง้วนอั้งเลียก ผู้เป็นอ๋อง6 แห่งไต้กิม (ไต้กิมเป็นประเทศที่รุกรานซ้องใต้) ต่อมาเอี้ยทิซิมได้สู้กับทหารจนสูญหาย อ้วนง้วนอั้งเลียกมาเจอเปาเซียะเยียกจึงรับไปอยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นเปาเซียะเยียกท้องอยู่ ต่อมาก็ได้คลอดเอี้ยคังออกมา
ชื่อเอี้ยคังมาจากที่นักพรตคิวชู่กีตั้งให้ โดยตั้งให้แก่ความอัปยศของเจ๋งคัง ซึ่งเคยถูกจับไปที่ไต้กิม และโดนข่มเหงอย่างมาก จึงตั้งชื่อลูกก๊วยเซ่าเทียนว่า ก๊วย+เจ๋ง และตั้งชื่อลูกเอี้ยทิซิมว่า เอี้ย+คัง และให้มีดสั้นที่สลักชื่อทั้ง 2 ไว้ โดยให้มีดที่สลักเอี้ยคังแก่ก๊วยเจ๋ง ให้มีดที่สลักก๊วยเจ๋งแก่เอี้ยคัง โดยให้เป็นของหมั้น ถ้าเป็นชาย-หญิง ถ้าเป็นชาย-ชายหรือหญิง-หญิง ให้เป็นพี่น้องกันแล้วค่อยแลกมีดคืน เมื่อเอี้ยคังโตขึ้นมาได้ใช้ชื่อว่าอ้วนง้วนคัง เจอก๊วยเจ๋งครั้งแรกตอนประลองยุทธ์เลือกคู่ ซึ่งเอี้ยคังชนะมกเนี่ยมชื่อ แต่ไม่ยอมรับเป็นภรรยา ก๊วยเจ๋งเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงประลอง ก๊วยเจ๋งก็แพ้เพราะเจ๋งยี้เป็นผู้ที่โง่งม ส่วนเอี้ยคังฉลาดล้ำลึกและได้รับการร่ำเรียนจากคิวชู่กี ต่อมามกเนี่ยชื้อก็ตามตื้อ จนเอี้ยคังรัก ทั้ง 2 มีลูกกันคนหนึ่งชื่อว่า เอี้ยก่วย ซึ่งเป็นตัวละครเอกในมังกรหยกภาค 2 เอี้ยก่วยเจ้าอินทรี ซึ่งชื่อเอี้ยก่วยเป็นชื่อที่มกเนี่ยมชื่อให้ก๊วยเจ๋งตั้งให้ แปลว่าความผิดพลาดแซ่เอี้ย เอี้ยก่วย มีชื่อรองว่า เก้ยจื้อ แปลว่ารู้จักแก้ไข


...........................................ข้อมูล : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.182:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 17:43
 ความคิดเห็นที่  5


ต่อด้วย มังกรหยก ภาค 2 หรือ จอมยุทธอินทรีย์


มังกรหยก ภาค 2 มีเอี้ยก้วยเป็นพระเอก และเซียวเหล่งนึ่งคนสวยเป็นนางเอก

เนื้อเรื่อง

เอี้ยก้วย เป็นบุตรชายของ เอี้ยคัง กับ มกเนี่ยมชื้อ ซึ่งเอี๊ยคังเป็นตัวร้ายจากมังกรหยกภาคหนึ่ง เอี้ยก้วยเกิดมาโดยไม่เคยได้พบเห็นหน้าบิดาของตนเอง เมื่อครั้งนั้น มกเนี่ยมชื้อ เสียความบริสุทธิให้แกเอี้ยคังบนยอดเขามือเหล็ก แล้วในที่สุดก็ได้ตั้งท้อง แต่เอี้ยคังก็มาเสียชีวิตซะก่อนที่เอี้ยก้วยจะเกิด จากการซัดฝ่ามือใส่อึ้งย้ง โดยไม่ทราบว่าอึ้งย้งใส่เสื้อเกราะขนเม่นอ่อนอยู่ ซึ่งขณะนั้นมีพิษติดอยู่ด้วย จึงถึงแก่ความตาย เมื่อมกเนี่ยมชื้อคลอดเด็กชาย ก๊วยเจ๋งซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเอี้ยคังได้ตั้งชื่อให้ว่า เอี้ยก้วย ซึ่ง "ก้วย" = ผิดพลาด ชื่อรองว่า "เก้ยจือ"= ปรับปรุงตัว ขอจงเป็นผู้อุทิศตนเพื่อคุณธรรม

เมื่อเอี้ยก้วยเริ่มรู้ความ มีหลายครั้งที่เขาพยายามถามมารดาเกี่ยวกับเรื่องราวของเอี้ยคังบิดาตน แต่มกเนี่ยมชื้อไม่เคยตอบและได้แต่ร้องไห้ เอี้ยก้วยวาดฝันว่าบิดาของเขาต้องเป็นยอดวีรบุรุษ แต่อาจจะถูกลอบทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ทำให้มารดาต้องเลี้ยงดูเขาด้วยอาชีพจับงูขายเพียงลำพังอย่างยากลำบาก

ต่อมามกเนี่ยมชื้อ ก็เสียชีวิตเพราะงูกัด เอี้ยก้วยจึงเหลือตัวคนเดียว ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดด้วยการลักเล็กขโมยน้อย หลายครั้งที่ถูกผู้อื่นเหยียดหยามรุมรังแก ส่งผลให้เขารังเกียจโกรธแค้นผู้คน สิ่งแวดล้อมเช่นนี้ทำให้เขาต้องรู้จักเอาตัวรอด นำความฉลาดของตนมาพลิกสถานการณ์อยู่เสมอ จนใครๆ รู้สึกว่าเอี้ยก้วยเจ้าเล่ห์แสนกล เชื่อมั่นในตนเอง เชื่อใจใครยาก จนคล้ายคนสอนยาก ดื้อด้าน แท้จริงแล้วเอี้ยก้วยทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งเป็นผลจากประสบการณ์ที่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยวอย่างยากลำบากมาก่อน เหตุนี้ใครๆ จึงมักกล่าวว่า เอี้ยก้วยมีนิสัยประหลาด เป็นเพราะขัดแย้งกับวัฒนธรรมจีนในขณะนั้นตามความเชื่อของลัทธิขงจื้อ ที่เด็กควรเป็นผู้ว่านอนสอนง่ายกับผู้ใหญ่

ขณะที่ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้งกำลังเดินทางกลับไปยังเกาะดอกท้อ เพื่อตามหาข่าวคราวของอึ้งเอี๊ยะซือ บังเอิญพบเอี้ยก้วยวัยประมาณ 12 ปี ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายเอี้ยคัง เมื่ออึ้งย้งสอบถามทราบว่าเด็กที่ตนพบนั้นเป็นลูกของเอี้ยคัง ก้วยเจ๋งจึงรับไปเลี้ยงดูที่เกาะดอกท้ออยู่ 1 ปีกว่า พร้อมๆ กับก๊วยพู้บุตรสาวคนเดียวผู้เอาแต่ใจ และสองพี่น้องตระกูลบู๊ ซึ่งเป็นศิษย์ของก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง ทั้งนี้เพราะก๊วยเจ๋งรู้สึกผิดต่อเอี้ยคังอยู่ตลอดเวลา ที่ไม่ได้ตักเตือนเอี้ยคังให้กลับใจเป็นคนดีได้
อึ้งย้งไม่ไว้ใจเอี้ยก้วยเนื่องจากเป็นลูกของเอี้ยคังผู้ทรยศบ้านเมืองแถมยังมีนิสัยประหลาด และยังกระล่อน เจ้าเล่ห์เพทุบายคล้ายเอี้ยคังอีกด้วย จึงสอนแต่ปรัชญาเพียงให้อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่สอนวรยุทธให้ ต่างกับการดูแลก๊วยพู้และพี่น้องตระกูลบู๊ ทั้งนี้เพราะหวังว่าเอี้ยก้วยจะเป็นคนดีในอนาคต แต่กลับทำให้เอี้ยก้วยรู้สึกขุ่นเคืองใจตามประสาเด็ก คิดว่าอึ้งย้งไม่ชอบตนเอง จึงลำเอียงเช่นนี้

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก๊วยพู้และพี่น้องตระกูลบู๊มักเล่นรุมรังแกเอี้ยก้วยตามประสาเด็ก ที่ไม่รู้กำลังตนว่าเล่นกันแค่ไหนจึงเรียกว่าแรงเกินไป และไม่คิดว่าเอี้ยก้วยนั้นมีนิสัยจ่องจะเอาคืน ซึ่งเป็นผลจากประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้าย การถูกรุมในวันหนึ่งทำให้เอี้ยก้วยถึงขีดสุด เผลอใช้วิชาพลังคางคกทำร้ายสองพี่น้องตระกูลบู๊ (เอี้ยก้วยเคยเรียนวิชาเดินลมปราณมาจากมารดา และวิชาพลังคางคงมาจากอ้าวเอี้ยงฮง ยอดฝีมือฝ่ายอธรรมในอดีต ที่ฝึกวิชาจนกลายเป็นบ้า เนื่องจากธาตุไฟเข้าแทรก เคยรับเอี้ยก้วยเป็นลูกบุญธรรม และสอนวรยุทธให้ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะมาพบก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง)

อึ้งย้งซึ่งไม่ไว้ใจเอี้ยก้วยเป็นทุนเดิม เมื่อทราบว่าเขาใช้วิชาพลังคางคงของอ้าวเอี้ยฮงทำร้ายพี่น้องตระกูลบู๊ จึงขอให้ก๊วยเจ๋งส่งเอี้ยก้วยไปอยู่กับสำนักช้วนจิน ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับก๊วยเจ๋งมานาน แล้วก๊วยเจ๋งเองก็เป็นศิษย์ของคูชู่กีเจ้าสำนัก คงช่วยขัดเกลานิสัยของเอี้ยก้วยได้ดีกว่าตน โดยหารู้ไม่ว่า การส่งเอี้ยก้วยไปอยู่กับสำนักช้วนจิน ยิ่งไปตัดรอนการไว้เนื้อเชื่อใจของเอี้ยก้วยต่อผู้อื่นให้ลดลง ทั้งที่เขาพยายามไขว่คว้าใครสักคนมาเป็นที่พึ่งทางใจให้กับชีวิต โดยเฉพาะเมื่อยังเป็นเด็ก ซึ่งก็คือก๊วยเจ๋ง แต่ก๊วยเจ๋งและอึ้งย้งไม่เข้าใจจิตวิทยาในข้อนี้

เอี้ยก้วยวัย 14 ปี ไม่ได้มีชีวิตที่แสนสุขในสำนักช้วนจิน ตามที่ก๊วยเจ๋งเคยบอกเขา เนื่องจากทั้งอาจารย์และศิษย์พี่ต่างกลั่นแกล้ง ส่วนหนึ่งมาจากนิสัยของเอี้ยก้วยที่ไม่ยอมลงให้ใคร จนอาจารย์ไม่สอนวรยุทธให้ นอกจากเพียงสอนให้ท่องเคล็ดวิชา จนเขาไม่สามารถต่อสู้กับศิษย์คนอื่นๆ ในวันประลองยุทธ เพื่อดูพัฒนาการของศิษย์แต่ละคนที่จัดขึ้นทุกครึ่งปีของสำนักได้ เอี้ยก้วยบาดเจ็บปางตาย จนในที่สุดต้องใช้วิชาพลังคางคกป้องกันตัว แล้วหนีไปยังสำนักสุสานโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของสำนักช้วนจิน ขณะนั้นเซียวเหล่งนึ่งวัย 18 ปี เป็นเจ้าสำนัก มียายซุนสาวใช้วัยชราเป็นผู้ดูแล ยายซุนช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้เอี้ยก้วย เขาซาบซึ้งน้ำใจของยายซุน เริ่มให้ความไว้วางใจคนอีกครั้ง แต่เซียวเหล่งนึ่งถือกฎสำนักเคร่งครัด ที่ไม่รับศิษย์ผู้ชาย จึงให้ส่งเขากลับไป ยายซุนเป็นห่วงเอี้ยก้วยจะโดนทำร้ายอีก จึงไปส่งเขาเพื่อให้แน่ใจ แต่ยายซุนต้องประมือกับพวกนักพรตช้วนจินจนเสียชีวิต ก่อนตายได้ขอให้เซียวเหล่งนึ่งรับดูแลเอี้ยก้วยไปชั่วชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายที่ยายซุนขอ เหล่งนึ่งจึงยอมรับเอี้ยก้วยเป็นศิษย์ เอี้ยก้วยเรียกนางว่า "โกวโกว" ซึ่งแปลว่าอาหญิง ไม่ยอมเรียกอาจารย์ โดยให้เหตุผลว่าตนไม่ชอบเตียจี้เก่ง อาจารย์สำนักช้วนจิน จนนำไปฝันละเมอด่าอาจารย์บ่อยๆ ซึ่งอาจาทำให้เหล่งนึ่งได้ยินและเข้าใจผิด

เซียวเหล่งนึ่ง แม้เจะย็นชาเพราะนางได้ฝึกวิชาห้ามกามคุณทั้ง6 และอารมณ์ทั้ง7 ของสำนักตั้งแต่เด็ก นางสละเตียงหยกของตัวเองให้เอี้ยก้วยนอนเพื่อจะเพิ่มพลังลมปราณของเขาในการฝึกวิชา และมักตามใจเอี้ยก้วย เขาจึงรู้ว่าแท้จริงแล้วนางมีจิตใจดีและอ่อนโยน เอี้ยก้วยฉลาดและหัวไว ตั้งใจเรียนยุทธของสำนักสุสานโบราณ เพราะไม่เคยมีใครสอนยุทธให้อย่างจริงจังมาก่อน และเพื่อไม่ให้ใครมารังแกตนได้อีก อันเป็นปมในใจของเขา เอี้ยก้วยจึงฝึกวรยุทธขั้นพื้นฐานของสำนักอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปี

ความผูกพันระหว่างเอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่งก่อตัวขึ้นโดยไม่มีใครรู้ตัวว่านี่คือ ความรักแบบหนุ่มสาว เพราะเอี้ยก้วยเคารพเหล่งนึ่งในฐานะอาจารย์ แม้เขาจะชอบหยอกเย้านางบ้าง เพราะเดาใจของนางออก แต่เหล่งนึ่งก็ไม่แสดงปฏิกิริยา แม้ 2 ปีต่อมา เอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่งจะต้องร่วมกันฝึกวิชาสตรีหยก (ผู้แปลบางท่านเรียกคัมภีร์สาวหยก, คัมภีร์ดรุณี หรือคัมภีร์สุรางคนางค์) ที่ต้องระบายความร้อนจากการเดินลมปราณ จึงไม่สวมเสื้อผ้าขณะฝึก ก็ยังไม่รู้สึกว่าต่างเริ่มมีใจให้กัน
จนวันที่ลี้หมกโช้วศิษย์บุกเข้าสำนัก เพื่อชิงคัมภีร์สตรีหยกของสำนักสุสานโบราณ เอี้ยก้วยห่วงใยเหล่งนึ่งอย่างไม่ห่วงชีวิต ทำให้นางซาบซึ้ง แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกนี้ด้วยกันทั้งคู่ เมื่อนางตัดสินใจปิดประตูพันชั่งปิดตายสุสานโบราณ ไม่ให้ทุกคนเข้าออกอีก ขังทั้งสี่คนเอาไว้ คือ เอี้ยก้วย เซียวเหล่งนึ่ง ลี้หมกโช้ว และอั้งเล้งปอ ซึ่งเป็นศิษย์ของลี้หมกโช้ว แต่เอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่งก็พบทางออกอีกทางของสุสานโดยบังเอิญ แต่ลี้หมกโช้วและศิษย์ของนางก็ตามออกมาได้ เอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่งสร้างบ้านอยู่ด้วยกันบนเขา โดยตกลงกันว่าหากฝึกวิชาสตรีหยกต่อจนพัฒนาขึ้นหรือสำเร็จแล้ว จะลงจากเขาไปท่องยุทธภพ

วันหนึ่งเอี้ยก้วยได้พบอ้าวเอี้ยงฮงพ่อบุญธรรม หลังจากไม่ได้พบหน้ากันประมาณ 6 ปี อ้าวเอี้ยงฮงประสงค์จะถ่ายทอดวรยุทธ์ให้เอี้ยก้วยต่อ แต่กลัวเหล่งนึ่งจะแอบดูวิชาของตน จึงใช้วิชากลับตาลปัตรแอบสกัดจุดนางไม่ให้นางคลายจุดเองได้ ป้องกันการแอบดู แล้วจึงพาเอี้ยก้วยไปถ่ายทอดวิชาในที่ห่างไกลออกไป ระหว่างนั้นอึ้งจื่อเพ้งนักพรตสำนักช้วนจินที่มีใจต่อเหล่งนึ่งตั้งแต่แรกเห็น ถือโอกาสพรากพรหมจรรย์ของนางโดยใช้ผ้าปิดตาไว้ เหล่งนึ่งคิดว่าเป็นเอี้ยก้วย เพราะที่นั่นไม่มีใครอื่นอีก

เมื่อฝึกวิชาเสร็จ เอี้ยก้วยก็กลับมาเปิดผ้าผูกตาเซียวเหล่งนึ่งออกและช่วยคลายจุดให้นาง เซียวเหล่งนึ่งให้เอี้ยก้วยเลิกเรียกนางว่าอาหญิง เอี้ยก้วยไม่เคยคิดจะหาคำเรียกเป็นอย่างอื่นมาก่อน เพราะไม่มีคำอื่นใดจะให้เกียรตินางเท่าคำนี้แล้ว ยิ่งทำให้เซียวเหล่งนึ่งโกรธ เพราะคิดว่าเขาไม่รับผิดชอบในตัวของนาง จึงยื่นคำขาดว่าเคยคิดจะรับนางเป็นภรรยาหรือไม่ เอี้ยก้วยผู้ไม่รู้เรื่องพาซื่อตอบว่า ?ไม่เคย? เขาเคารพนางเสมอมา ยิ่งทำให้นางโกรธจนกระอักเลือดและหนีจากไป
เส้นใยบางๆ เส้นสุดท้ายภายใต้จิตสำนึกของการกลัวถูกทอดทิ้งในวัยเด็กหวนกลับมาเยือน เมื่อเหล่งนึ่งกำลังจากไป โดยสกัดจุดเอี้ยก้วยไว้ หลังจากเขาคลายจุดได้ก็ตั้งใจว่า หากพบนางและนางต้องการให้เขารับนางเป็นภรรยา ก็จะยินดี
เขาได้พบอ้าวเอี้ยงฮงพ่อบุญธรรม ขณะตามหาเหล่งนึ่ง ทำให้เอี้ยก้วยใจชื้นขึ้นมาอีกครั้ง ที่ได้พบคนรู้จัก แต่ระหว่างที่เอี้ยก้วยพบพ่อบุญธรรมนั้น เป็นเวลาที่พ่อบุญธรรมกำลังประลองยุทธกับอั้งชิดกง ต่างคนต่างบอกกระบวนท่าวรยุทธให้เอี้ยก้วยเป็นผู้แสดงฝีมือ ทำให้เอี้ยก้วยได้เรียนรู้ท่าไม้ตีสุนัข ฯลฯ เพิ่มขึ้น สุดท้ายอวุโสทั้งสองก็สิ้นใจพร้อมกัน เพราะเหน็ดเหนื่อยที่ต้องสู้กันข้ามวันข้ามคืนโดยไม่หยุดพัก

เอี้ยก้วยเดินทางมาพบก๊วยเจ๋งอีกครั้งในงานชุมนุมชาวยุทธ์ โดยเล่าว่าตนออกจากสำนักช้วนจินและอยู่อย่างคนเร่ร่อน ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเขายังมีวรยุทธไม่ถึงขั้น สองพี่น้องตระกูลบู๊ยังคงไม่ชอบเอี้ยก้วยเหมือนเดิม และยิ่งอิจฉาที่ก๊วยเจ๋งให้ความสำคัญกับเอี้ยก้วย รวมถึงก๊วยพู้ ซึ่งสองพี่น้องตระกูลบู๊หลงรักก็ดูจะพอใจในตัวของเอี้ยก้วยด้วย
อึ้งย้งกำลังตั้งครรภ์ จึงมอบตำแหน่งเจ้าสำนักพรรคกระยาจกให้กับลู่อู่คา ร่างกายอึ้งย้งช่วงนี้ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เอี้ยก้วยเข้าใช้พลังวัตรช่วยเหลือ อึ้งย้งรู้สึกแปลกใจที่เขามีพลังวัตรสูง แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่ เพราะรู้นิสัยของเอี้ยก้วยว่า ถ้าอยากบอกเอี้ยก้วยก็จะบอกเอง

ในงานชุมนุมชาวยุทธ์ มีการเลือกผู้นำยุทธภพคนใหม่ แต่ชาวยุทธชาวมองโกลได้แก่ ราชครูกิมลุ้น(หรือราชครูจักรทอง)ฮวบอ๋องพร้อม ศิษย์ทั้งสอง คือหลวงจีนตะละปาและองค์ชายฮั่วตู เข้ามาป่วนในงานชุมนุม ก๊วยเจ๋งเคยประมือกับศิษย์สองคนนี้แล้ว แต่ไม่เคยพบกับกิมลุ้น อึ้งย้งเสนอวิธีการประลอง โดยให้ประลอง 3 รอบ ให้คนที่เก่งที่สุด สู้กับคนที่เก่งระดับกลาง แล้วคนที่เก่งระดับกลางสู้กับคนที่เก่งน้อยที่สุด แค่นี้ก็จะได้ชนะ 2ใน3 รอบ แต่ผลผิดคาดเมื่อฮั่วตูซึ่งฝีมือด้อยที่สุดในผู้ลงประลองฝ่ายมองโกล กลับใช้วิธีสกปรก ซัดอาวุธลับ ทำให้ชนะไป

ขณะนั้นเอี้ยก้วยได้กลิ่นหอมของเซียวเล่งนึ่งที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กลอยมาแต่ไกล เซียวเหล่งนึ่งปรากฏตัวกลางงานชุมนุมชาวยุทธ เขาและเธอต่างยินดีที่ได้พบกัน จนลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว การประลองยุทธเกือบทำให้เซียวเหล่งนึ่งบาดเจ็บ เอี้ยก้วยจึงโกรธ ใช้วิชาไม้ตีสุนัขและวิชาของสุสานโบราณสู้กับฮั่วตูและหลวงจีนตะละปาจนชนะ เป็นที่ชื่นชมของชาวยุทธ โดยเฉพาะก๊วยเจ๋ง เมื่อใครถามว่าผู้ใดเป็นอาจารย์ของเอี้ยก้วย เขาก็ตอบว่า ?เซียวเหล่งนึ่ง? ผู้คนต่างขบขันเพราะคิดว่าเขาพูดเล่น ไม่มีทางที่เด็กสาวที่ดูอ่อนวัยจนดูอายุไล่เลี่ยเอี้ยก้วยจะเป็นอาจารย์ของเอี้ยก้วยได้ แม้แต่อึ้งย้งยังไม่แน่ใจ มีกลุ่มคนที่ทราบเรื่องนี้ดีแค่กลุ่มเดียวคือนักพรตช้วนจินที่มาร่วมงานด้วย

ราชครูกิมลุ้นขอประลองกับเซียวเหล่งนึ่ง เพราะดูว่าสมควรจะได้รับตำแหน่งเจ้ายุทธภพหรือไม่ เซียวเหล่งนึ่งเห็นว่าเป็นการเรียนรู้แลกเปลี่ยนวิชา ไม่ได้คิดถึงเรื่องตำแหน่ง จึงยินดีรับคำท้า นางรับจักรทองของกิมลุ้นได้หลายกระบวนท่า แต่ฝีมือของกิมลุ้นสูงมาก สุดท้ายก๊วยเจ๋งจึงออกหน้าช่วยเหลือ จนกิมลุ้นแพ้ จึงกลับออกไปจากงานด้วยความอับอายและเจ็บแค้น
เซียวเหล่งนึ่งไม่รับตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ และบอกว่าเธอเป็นภรรยาเอี้ยก้วย เมื่อก๊วยเจ๋งประกาศยกก๊วยพู้ให้แต่งงานกับเอี้ยก้วย เอี้ยก้วยเองก็เผยว่าเขารักเซียวเหล่งนึ่งและจะแต่งงานกับนาง เหล่าชาวยุทธ์ได้เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยยกย่องคนทั้งคู่มาเป็นประณามหยาดเหยียด เพราะขนบประเพณีที่เข้มข้นจากปรัชญาของลัทธิขงจื้อทำให้คนในสมัยนั้นเชื่อว่า ศิษย์กับอาจารย์จะรักและแต่งงานกันไม่ได้ ส่วนก๊วยพู้รู้สึกถูกหักหน้าที่ถูกปฏิเสธ ความรู้สึกชอบพอเอี้ยก้วยเปลี่ยนเป็นความเจ็บใจอยู่ลึกๆ ที่เอี้ยก้วยไม่เอาใจนางเหมือนคนอื่นๆ เตียจี้เก่ง อดีตอาจารย์ของเอี้ยก้วยที่ช้วนจิน ก็เปิดโปงว่าเคยเห็นทั้งสองลอบมีสัมพันธ์กัน(ครั้งที่ฝึกวิชาสตรีหยกร่วมกัน โดยต้องถอดเสื้อผ้า) ทั้งๆ ที่ความจริงทั้งสองไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบชู้สาว เอี้ยก้วยทนฟังไม่ไหว จึงเกิดการต่อสู้กับนักพรตช้วนจิน การออกอาวุธทำให้พบนัยแฝงของเคล็ดวิชาสตรีหยกขั้นสมบูรณ์ได้โดยบังเอิญคือ เอี้ยก้วยใช้วิชากระบี่ช้วนจิน ในขณะที่เซียวเหล่งนึ่งใช้วิชาสตรีหยก เมื่อประสานกระบี่กัน ก็จะมีพลังที่ยากจะต้านทาน แต่ยังไม่ทันสู้กันจนรู้ผลแพ้ชนะ ก้วยเจ๋งก็เข้าห้ามและขอให้เอี้ยก้วยออกไป

เอี้ยก้วยเลิกสนใจคำครหาพาเซียวเหล่งนึ่งออกมาจากงาน แต่ก๊วยพู้ถูกกิมลุ้นจับตัวไป อึ้งย้งที่ตามไปช่วยก็ตกที่นั่งลำบาก ทั้งสองจึงยื่นมือเข้าช่วย อึ้งย้งซาบซึ้งน้ำใจ และเห็นใจทั้งคู่ แต่ก็กลัวว่าอนาคตของเอี้ยก้วยจะหม่นหมอง จึงปรึกษาเซียวเหล่งนึ่ง นางจึงตัดสินใจจากเอี้ยก้วยไป เพื่อไม่ให้เขาถูกชาวยุทธ์รุมประณาม เซียวเหล่งนึ่งเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อย เพราะไม่อยากกลับสำนักสุสานโบราณโดยไม่มีเอี้ยก้วย และฝึกยุทธ์อย่างหักโหมเพื่อให้ลืมเอี้ยก้วยจนธาตุไฟเข้าแทรก และสิ้นสติไป รู้สึกตัวอีก ครั้งก็มาอยู่ที่หุบเขาไร้รัก

กงซุนจื้อ เจ้าหุบเขาหลงความงามของเหล่งนึ่งตั้งแต่แรกเห็น ต้องการตัวของนาง จึงทำดีให้นางใจอ่อน ส่วนเหล่งนึ่งเองก็อยากลืมเอี้ยก้วยและมีชีวิตใหม่ จึงตกลงแต่งงานกับกงซุนจื้อ เอี้ยก้วยตามหาเซียวเหล่งนึ่งได้พบกับเหตุการณ์มากมาย เช่น พบกับเล็กบ่อซัง ซึ่งมีดวงตาให้ชวนระลึกถึงเซียวเหล่งนึ่ง เขาขอจูบตานาง ได้พบ เทียเอ็ง ซึ่งได้ช่วยเอี้ยก้วยไว้จาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับกิมลุ้นโดยมีไม่เซียวเหล่งนึ่งอยู่ด้วย

อึ้งเอี๊ยะซือ ภูตบูรพาซึ่งมีนิสัยคล้ายเอี้ยก้วย ได้ช่วยรวมพลังลมปราณจากอาการบาดเจ็บหลังสู้กับกิมลุ้น และสอนวิชาพลังดีดและขลุ่ยหยกให้กับเขาไว้เพื่อป้องกันตัวจากลิ้มหมกโช้ว ทำให้พลังวัตรและวรยุทธของเอี้ยก้วยแข็งแกร่งขึ้นอีก นอกจากนี้เขายังได้พบซาโกว ศิษย์ของอึ้งเอี๊ยะซือผู้สติไม่เต็ม แต่รู้เรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับพ่อของเขา เอี้ยก้วยจึงหลอกถามนางจนเขาใจไปว่า การตายของเอี้ยคังพ่อของเขาเกี่ยวข้องกับก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง

เอี้ยก้วยคิดแก้แค้นจึงเข้าร่วมกับกิมลุ้นที่กำลังรวมยอดฝีมือจากที่ต่างๆ ให้กับกุบไลข่าน เพื่อเข้าโจมตีก๊วยเจ๋ง ซึ่งทำหน้าที่รักษาเมืองเซียงเอี้ยงอยู่ ระหว่างนั้นเฒ่าทารกได้เข้าไปป่วนในค่ายมองโกล เอี้ยก้วยและยอดฝีมือจึงตามเฒ่าทารกไปจนมาถึงหุบเขาไร้รัก เอี้ยก้วยจึงได้พบกับเซียวเหล่งนึ่งอีกครั้ง แต่นางกลับทำเป็นไม่รู้จักเขา เพราะต้องการตัดใจ แต่สุดท้ายความรักมีมากกว่าจึงยอมรับ กงซุนจื้อโกรธมากจึงกำจัดเอี้ยก้วยด้วยพิษหนามดอกรัก เซียวเหล่งนึ่งเองก็ถูกหนามดอกรักเช่นกัน

นางยอมแต่งงานกับกงซุนจื้อเพื่อแลกยาถอนพิษรักษาชีวิตเอี้ยก้วย แต่ไม่รู้ว่ากงซุนจื้อมีแผนชั่ว เพราะยาถอนพิษมีเหลือเพียงเม็ดเดียว และหายไปแล้ว กงซุนเล็กงักลูกสาวของกงซุนจื้อแอบช่วยเหลือเอี้ยก้วย จนทั้งคู่ถูกพ่อผลักลงไปก้นเหว เอี้ยก้วยได้พบยาถอนพิษดอกรักในเสื้อของเขาโดยไม่รู้มาก่อนว่าเฒ่าทารกนำมาซ้อนไว้ที่ตัว แต่ก็ไม่ยอมกิน เพราะมีเพียงเม็ดเดียว เขารักษามันไว้ให้เซียวเหล่งนึ่ง ใต้ก้นเหวนั้นเอี้ยก้วยและกงซุนเล็กงักได้พบคิ้วโชยเซียะ ซึ่งเป็นภรรยาของกงซุนจื้อ และเป็นแม่แท้ๆ ของกงซุนเล็กงัก

เอี้ยก้วยช่วยคิ้วโชยเซียะขึ้นจากเหวได้และเข้าขัดขวางพิธีแต่งงาน เอี้ยก้วยให้เซียวเหล่งนึ่งกินยาถอนพิษดอกรัก โดยไม่บอกว่าตัวเขาเองยังไม่ได้กิน ด้วยความช่วยเหลือของคิ้วโชยเซียะ เอี้ยก้วยจึงชนะกงซุนจื้อ แต่เขาก็หนีไปได้ คิ้วโชยเซียะกลับมาปกครองหุบเขาไร้รักอีกครั้ง และต่อรองกับเอี้ยก้วยว่าจะให้ยาถอนพิษถ้ายอมแต่งงานกับกงซุนเล็กงัก เอี้ยก้วยไม่ตกลงโดยกงซุนเล็กงักช่วยพูดด้วยอีกแรง คิ้วโชยเวียะจึงเปลี่ยนข้อเสนอให้ไปฆ่าก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง ซึ่งเคยฆ่าพี่ชายนาง แล้วให้ยาไปกินก่อนครึ่งเม็ด ซึ่งมีผลในการรักษาชีวิตได้ 18 วัน

ตลอดการเดินทาง เอี้ยก้วยเต็มไปด้วยความสับสน ใจหนึ่งคิดอยากรักษาตัวเพื่อมีชีวิตอยู่ร่วมกับเซียวเหล่งนึ่งต่อไป และได้แก้แค้นให้พ่อไปในตัว แต่อีกใจเห็นก๊วยเจ๋งเป็นวีรบุรุษ ช่วยเหลือชาติบ้านเมือง จึงไม่อาจลงมือได้ อึ้งย้งมารู้ความจริงจากเหล่งนึ่ง จึงคิดช่วยเอี้ยก้วยด้วยการยอมมอบศีรษะให้ไปแลกยาถอนพิษ แต่ขอให้นางคลอดลูกก่อน ฝ่ายมองโกลใช้เล่ห์กลให้ชาวยุทะฝ่ายมองโกลเข้ามาบุกจวน(ที่พัก)ของก๊วยเจ๋ง โดยจุดไฟเผา ซึ่งเป็นเวลาที่อึ้งย้งคลอดลูกพอดี จึงฝากลูกสาวชื่อก๊วยเซียงไว้กับเซียวเหล่งนึ่ง ขณะกำลังคลอดแฝดอีกคน

เซียวเหล่งนึ่งคิดเอาเด็กไปแลกยาถอนพิษ แต่ระหว่างทางก็พบกิมลุ้นที่กำลังประมือกับเอี้ยก้วย จึงเข้าไปช่วย ลี้หมกโช้วมาได้จังหวะ คว้าเอาเด็กไป โดยเข้าใจผิดว่าเป็นลูกของเอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่ง เอี้ยก้วยตามติดนางไปตลอด โดยอาสาไปหาอาหารและเฝ้ายามให้ เขาจึงได้พบกับอินทรียักษ์รูปร่างอัปลักษณ์ แต่ทึ่งในพละกำลังของอินทรีขณะปราบงูยักษ์ และฟังเขาพูดเข้าใจ เอี้ยก้วยตามอินทรีไปจนถึงถ้ำที่อยู่ของต๊กโกวคิ้วป้ายซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว และบอกอินทรียักษ์ว่า ถ้ามีโอกาสจะกลับมาเยี่ยมใหม่

เรื่องวุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อสองพี่น้องตระกูลบู๊ทะเลาะกันเพราะก๊วยพู้ เอี้ยก้วยจึงมาช่วยตัดปัญหาโดยหลอกว่าอึ้งย้งยกก๊วยพู้ให้เขาแล้ว พอดีเซียวเหล่งนึ่งมาแอบได้ยินเข้าก็เสียใจมาก จึงกลับมาที่จวนของก๊วยเจ๋ง เพื่อมอบกระบี่ของตน ซึ่งเป็นกระบี่คู่กันกับของเอี้ยก้วยให้กับก๊วยพู้ เวลานั้นลี้หมกโช้วปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางการปรับความเข้าใจของสองพี่น้องตระกูลบู๊ ทั้งคู่ร่วมกันสู้กับลี้หมกโช้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้แม่ของทั้งสองต้องตาย แต่กลับโดนเข็มพิษละลายหิมะของนาง เอี้ยก้วยจึงตรงเข้าดูดพิษช่วยเหลือ เพราะเหลือเวลาอีก 2-3 วัน พิษดอกรักก็จะฆ่าเขาอยู่แล้ว

เซียวเหล่งนึ่งเสียใจมากขึ้นเมื่อกลับมาที่จวนของก๊วยเจ๋ง แล้วได้ฟังความจริงโดยบังเอิญจากเตียจี้เก่งและ อึ้งจื่อเพ้งว่า คืนนั้นบนหุบเขาไม่ใช่เอี้ยก้วยแต่เป็นอึ้งจื้อเพ้ง ที่พรากพรหมจรรย์จากนางไป นางจึงติดตามอึ้งจื้อเพ้ง โดยหวังจะเอาชีวิตของเขา แต่ด้วยจิตใจที่ดีของนาง จึงทำไมลง ได้แต่ติดตามไปจนถึงสำนักช้วนจิน ระหว่างทางได้พบกับเฒ่าทารก ซึ่งได้สอนวิชาสองมือขัดแย้งให้กับนาง ทำให้นางสามารถใช้วิชาสตรีหยกได้โดยไม่ต้องมีเอี้ยก้วย

ก๊วยพู้เป็นอีกคนหนึ่งที่บังเอิญได้ยินเตียจี้เก่งและ อึ้งจื่อเพ้งพูดคุยกัน ขณะเข้ามาถามเอี้ยก้วยที่กำลังป่วยไข้ ด้วยอาการถูกเข็มพิษละลายหิมะ และพิษดอกรักทำปฏิกิริยาต่อกัน ถึงน้องสาวที่เอี้ยก้วยจะอุ้มไปแลกยาถอนพิษดอกรัก เมื่อทราบว่าไม่ได้น้องสาวกลับมา จึงเล่าเรื่องที่ได้ยินมาเล่าให้เอี้ยก้วยฟัง เอี้ยก้วยคิดว่าก๊วยพู้พูดจาลบหลู่เซียวเหล่งนึ่ง จึงตบหน้านางเข้า ก๊วยพู้ซึ่งตลอดชีวิตมีแต่คนเอาใจ และไม่เคยถูกใครตีมาก่อน จึงโกรธมาก ใช้กระบี่ที่เซียวเหล่งนึ่งมอบให้จะฆ่าเอี้ยก้วย เอี้ยก้วยกำลังป่วย ไม่มีแรงต่อสู้ เอาแขนขวาขึ้นป้องกัน จึงถูกฟันขาด ก๊วยพู้ตกใจมาก วิ่งไปบอกแม่ ก๊วยเจ๋งโกรธจัดที่ลูกสาวเอาแต่ใจไม่ยั้งคิด แต่อึ้งย้งเข้าปกป้องลูก โดยให้หนีไปอยู่ที่อื่นสักพัก

หลังจากถูกตัดแขน เอี้ยก้วยหนีออกมาจากจวนก๊วยเจ๋ง มาพบกับอินทรียักษ์อีกครั้ง อินทรีช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาด้วยดีงู ซึ่งให้พลังในการรักษาอาการบาดเจ็บ เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย และเพิ่มพลังวัตร เมื่อเอี้ยก้วยอาการดีขึ้น อินทรีจึงพาไปยังสุสานกระบี่ ให้เอี้ยก้วยใช้กระบี่เหล็กดำฝึกวรยุทธเพื่อฟื้นพลัง

เอี้ยก้วยกลับไปที่จวนของก๊วยเจ๋งเพื่อล้างแค้นก้วยพู้ แต่ได้ยินก๊วยเจ๋งอบรมก๊วยพู้ ถึงการเป็นพี่น้องร่วมสาบานระหว่างตรกูลมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ มาจนถึงรุ่นพ่อ นอกจากนี้ยังมีหนี้บุญคุณที่เอี้ยก้วยได้ช่วยชีวิตตน อึ้งย้ง และก๊วยพู้ไว้หลายครั้ง และเพื่อไม่ให้เป็นการผิดต่อเอี้ยก้วย ก๊วยเจ๋งจะตัดแขนของก๊วยพู้ อึ้งย้งเข้ามาช่วยก๊วยพู้ให้หนีไปได้พอดี เอี้ยก้วยจึงติดตามอึ้งย้งและก๊วยพู้อยู่ห่างๆ ไม่ให้รู้ตัว ระหว่างนั้นลี้หมกโช้วได้อุ้มก้วยเซียง ลูกสาวของอึ้งย้งผ่านมา อึ้งย้งจึงตามไปเอาลูกสาวคืน แต่เอี้ยก้วยลอบอุ้มเด็กออกไปโดยไม่ให้อึ้งย้งและลี้หมกโช้วรู้ แต่จงใจผ่านไปให้ก๊วยพู้เห็น เพื่อประชดนางที่เคยว่าตนว่าขโมยน้องของนางไปให้กลายเป็นความจริง

ฝ่ายมองโกลคิดจะใช้สำนักช้วนจินขยายอิทธิพล จึงตกลงกับเตียจี้เก่งผู้ละโมบ และทรยศ จนยอมจับศิษย์ในสำนักที่ไม่เห็นด้วยทุกคนมามัดไว้ และลงมือฆ่า พอถึงตาอึ้งจื่อเพ้งจะถูกฆ่า เซียวเหล่งนึ่งก็ปรากฏตัวและขอลงมือฆ่าอึ้งขื่อเพ้งด้วยตัวเอง เป็นเวลาเดียวกับที่พวกของกิมลุ้นบุกเข้ามา นางจึงต้องประมือกับยอดฝีมือมองโกล อึ้งจื่อเพ้งเห็นว่าเซียวเหล่งนึ่งกำลังพลาดท่ากิมลุ้น จึงเอาตัวเข้าขวางจนบาดเจ็บสาหัส นางเองก็โดนฝ่ามือของกิมลุ้น

ระหว่างนั้นเอี้ยก้วยกำลังเดินทางกลับสุสานโบราณ ซึ่งอยู่ด้านหลังของสำนักช้วนจิน เขาได้ยินเสียงเอะอะออกมาจากสำนัก จึงเข้าไปดู และทันพอดีรับร่างของเซียวเหล่งนึ่งที่โดนฝ่ามือของกิมลุ้นจนกระเด็น นางดีใจมากคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอเอี้ยก้วยอีก เอี้ยก้วยมีวรยุทธและพลังวัตรเพิ่มพูนจนสามารถต่อกรกับกิมลุ้นที่ใช้วิชานาคคชสารปัญญาบารมีชั้นที่ 7 ได้เพียงคนเดียว กิมลุ้นเสียใจมากจึงกลับไปมองโกลเพื่อฝึกวิชาต่อ ส่วนเอี้ยก้วยตั้งใจหยามสำนักช้วนจินด้วยการแต่งงานกับเซียวเหล่งนึ่งในวิหารของนักพรตผู้รักษาพรหมจรรย์ ต่อหน้าปรมาจารย์เฮ้งเต็งเอี๊ยง ก่อนที่จะหนีกลับสุสานโบราณ โดยไม่ลืมพาทารกน้อยก๊วยเซียงไปด้วย

เซียวเหล่งนึ่งบาดเจ็บสาหัส และเอี้ยก้วยได้พบวิธีรักษาจากจดหมายที่เฮ้งเต็งเอี๊ยงเขียนให้ลิ้มเฉียวเอ็ง อาจารย์ย่าของเซียวเหล่งนึ่ง ทั้งคู่เป็นคู่รักที่ไม่กล้าขัดประเพณี จึงได้แต่เจ็บปวดทั้งสองฝ่าย และเปลี่ยนไปเป็นคอยแต่จะเอาชนะกัน เอี้ยก้วยรีบรักษาเซียวเหล่งนึ่งตามวิธีในจดหมาย แต่โชคร้ายลี้หมกโช้วร่วมมือกับอึ้งย้ง พาก๊วยพู้ สองพี่น้องตระกูลบู๊ และเยลู่ฉี เข้ามาในสุสานเพื่อเอาตัวก๊วยเซียงคืน จนทำให้อาการบาดเจ็บของเหล่งนึ่งทรุดหนักจนเกินเยียวยา เอี้ยก้วยแค้นใจก๊วยพู้อย่างมากที่เป็นต้นเหตุ จึงชิงทารกไปด้วยอีกครั้ง แต่เซียวเหล่งนึ่งขอให้เอี้ยก้วยเอาไปคืน เพื่อที่นางจะได้ชีวิตช่วงสุดท้ายท่องเที่ยวกับเอี้ยก้วยในที่ที่อยากไปสองต่อสอง ระหว่างทางทั้งสองได้พบกับอิดเต็งไต้ซือให้ยาช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยของเซียวเหล่งนึ่ง แต่อาการจะดีอยู่แค่ 7 วัน ถ้าจะให้ดี ควรไปพบนักบวชจากอินเดีย ซึ่งท่านทราบว่าตอนนี้อยู่ที่หุบเขาไร้รัก

อึ้งย้งเคยเชิญนักบวชจากอินเดียผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ไปหายาแก้พิษดอกรักที่หุบเขาไร้รัก แต่ท่านก็ต้องเสียชีวิตด้วยฝีมือลี้หมกโช้ว ซึ่งแปรพรรคมาเข้าพวกกับกงซุนจื้อ เพราะอยากได้ยาถอนพิษดอกรัก แต่นักบวชอินเดียได้พบสมุนไพรชนิดหนึ่งและกำไว้ในมือแน่น อึ้งย้งจึงเชื่อว่าสมุนไพรชนิดนั้น ซึ่งก็คือหญ้าไส้ขาด มีสรรพคุณถอนพิษดอกรักได้
ทุกคนมารวมตัวกันที่หุบเขาไร้รัก เพื่อช่วยทวงยาจากคิ้วโชยเซียะให้เอี้ยก้วย แต่กงซุนจื้อมาชิงเอาไป เหล่งนึ่งจึงออกไปประมือจนได้ยากลับมา แต่นางอ่อนแอมากอยู่แล้ว ยังใช้พลังอีก อาการจึงทรุดหนัก นักบวชจากอินเดียก็เสียชีวิตแล้ว ยากที่จะหาใครช่วยชีวิตนางในตอนนี้ได้ เอี้ยก้วยคิดเช่นนั้นจึงไม่ยอมกินยาและเขวี้ยงลงเหวไป เซียวเหล่งนึ่งหมดสติไปด้วยความเสียใจ ทั้งลี้หมกโช้ว กงซุนจื้อ และคิ้วโชยเซียะต่างพบจุดจบในวันนั้น

อึ้งย้งได้พูดกับเซียวเหล่งนึ่งว่ามีหญ้าไส้ขาดที่ช่วยเอี้ยก้วยได้ แต่เขาไม่ยอมกินแน่ ขอให้นางช่วยเกลี้ยกล่อม เซียวเหล่งนึ่งจึงคิดวิธีได้โดยเขียนข้อความทิ้งไว้ที่หน้าผาว่า ให้มาพบกันในอีก 16 ปีข้างหน้า แล้วนางก็กระโดดหน้าผาลงไป เพื่อไม่ให้เอี้ยก้วยเห็นศพนาง และมีกำลังใจจะอยู่ต่อไป คาดว่าเวลาถึง 16 ปี แม้ทำให้เขาเลิกรักนางไม่ได้ แต่คงพอช่วยให้เขาเลิกคิดสั้นตายตามนางได้ เอี้ยก้วยเห็นข้อความดังกล่าวจึงยอมกินหญ้าไส้ขาดเพื่อรอเซียงเหล่งนึ่ง

เอี้ยก้วยใช้เวลา 10 ปี ในการฝึกวิชากำสลดวิญญาณสลายที่คิดขึ้นเองจากความคิดถึงเซียวเหล่งนึ่งในถ้ำติ๊กโควคิ้วป้าย โดยมีอินทรียักษ์เป็นเพื่อน อีก 5 ปีที่เหลือ ออกท่องยุทธภพช่วยเหลือผู้คน กำจัดความอยุติธรรมพร้อมกับอินทรี จนทุกคนยกย่องเป็นจอมยุทธอินทรี ซึ่งมีเอกลักษณ์คือมีแขนซ้ายเพียงข้างเดียว ใส่หน้ากากหนังคนปิดบังโฉมหน้า เพราะไม่ต้องการให้คนที่รู้จักตนจำเขาได้ ก๊วยเซียงวัย 15 ปี ได้ยินเรื่องราวของจอมยุทธอินทรีก็เลื่อมใส คิดอยากพบเขา แล้วก็มีคนพาไปพบจริงๆ เอี้ยก้วยไม่ยอมเปิดเผยฐานะ แต่เมื่อเขารู้ว่าเป็นก๊วยเซียงน้อยที่เขาเคยอุ้มก็เอ็นดู และให้เข็มสามเล่มเพื่อให้ขอสิ่งใดก็ได้จากเขา 3 ข้อ ก๊วยเซียงขอ 2 ข้อก่อนคือ ให้เขาถอดหน้ากาก เพื่อเผยโฉมหน้าให้ดู และขอให้เขามาร่วมงานวันเกิดของนางเมื่ออายุ 16 ปี

อึ้งย้งแปลกใจที่ก๊วยเซียงไปรู้จักกับเอี้ยก้วย ก๊วยเซียงขอให้นางเล่าเรื่องของเอี้ยก้วยให้ฟัง อึ้งย้งก็เล่าและเผยว่านางหลอกเขาไว้ว่า มีแม่ชีทางใต้มาช่วยเซียวเหล่งนึ่งไป หากความจริงเปิดเผย ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ก๊วยเซียงคิดจะไปปลอบใจเอี้ยก้วย เมื่อครบกำหนด 16 ปี จึงได้ออกตามหาเอี้ยก้วย ระหว่างทางนางพบกิมลุ้นซึ่งสำเร็จวิชานาคคชสารปัญญาบารมีชั้นที่ 10 แล้ว เมื่อกิมลุ้นรู้ว่าเป็นลูกสาวก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง ก็คิดจะหลอกใช้ แต่กลับรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้จนอยากรับเป็นศิษย์
เอี้ยก้วยไปรอเหล่งนึ่งที่หน้าผา หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ ก็ไม่พบ จนผมหงอกด้วยความเครียด และรู้ว่าที่จริงเซียวเหล่งนึ่งเขียนข้อความหลอกเขา จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาไป ก๊วยเซียงกับกิมลุ้นตามมาพบพอดี ก๊วยเซียงรีบกระโดดตามลงไป กิมลุ้นจะห้ามก็ไม่ทัน กิมลุ้นบอกอึ้งย้ง และยอดฝีมืออาวุโสว่า ก๊วยเซียงกระโดดหน้าผาไป อึ้งย้ง และยอดฝีมืออาวุโสคิดว่ากิมลุ้นเป็นคนผลักมากกว่า จึงประมือกัน ขณะเดียวกันก็ส่งอินทรีคู่ที่ตนเลี้ยงไว้ลงไปสำรวจดูก้นเหว

เอี้ยก้วยและก๊วยเซียงไม่ตาย เพราะข้างล่างเป็นผืนน้ำ ก๊วยเซียงใช้เข็มเล่มสุดท้ายขอเอี้ยก้วยว่า ไม่ว่าจะพบเซียวเหล่งนึ่งหรือไม่ ก็ขอให้เอี้ยก้วยมีชีวิตอยู่ต่อไป เขายอมตกลง และส่งก๊วยเซียงขึ้นไปกับอินทรีของอึ้งย้ง ตัวเขาเองตามหาเซียวเหล่งนึ่งใต้เหว เพราะเชื่อว่าเมื่อเซียวเหล่งนึ่งกระโดดลงมาก็คงไม่ตายเหมือนกัน เขาดำน้ำจนไปโผล่ในสถานที่หนึ่ง จัดไว้เหมือนสุสานโบราณไม่มีผิด แล้วเขาก็ได้พบกับเซียวเหล่งนึ่งจริงๆ นางเล่าให้เอี้ยก้วยฟังว่ารักษาตัวจนหายได้อย่างไร
ขณะที่พวกของอึ้งย้งลงไปตามหาเอี้ยก้วยใต้เหว ก๊วยเซียงเมื

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.182:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 20:30
 ความคิดเห็นที่  6


ความรักคงมั่นระหว่าง เอี้ยก้วยกับ เซียวเหล่งนึ่ง



ในด้านความรักนั้น เอี้ยก้วยถูกยกย่องให้เป็นบุรุษที่มีจิตใจมั่นคง รักมั่นต่อเซียวเหล่งนึ่งคนเดียว ตลอดทั้งเรื่องเอี้ยก้วยได้พานพบกับสตรีที่งดงามมากมาย แต่ละคนล้วนมีเสนห์แตกต่างกันไป บ้างก็เป็นสาวเรียบร้อยน่าทะนุถนอม บ้างก็เป็นสาวซนแก่นแก้ว บ้างก็แสนดี บ้างก็สง่าน่าเลื่อมใส

และด้วยนิสัยของเอี้ยก้วยนั้น เป็นนิสัยในแบบที่ทำให้สตรีหลงใหลได้ นอกจากจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายแล้ว สิ่งที่พิเศษสุดคือมีวาจาเป็นเอก เป็นคนที่คารมดี ทำให้ผู้หญิงยิ้มได้ อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ชายเจ้าเสน่ห์
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อใดที่ผู้ชายทำให้ผู้หญิงยิ้มหรือหัวเราะได้อย่างมีความสุข เท่ากับคุณได้หัวใจนางไปครึ่งนึงแล้ว เอี้ยก้วยได้ใจสาวๆ มากมาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอันใด เพียงใช้ชีวิตไปตามรูปแบบความเคยชินของตัวเอง ก็มีสาวๆ มาตกหลุมรักยอมมอบกายถวายชีวิตให้ เอี้ยก้วยอาจจะติดนิสัยชอบพูดจาเย้าแหย่หญิงสาวจนอาจติดเป็นนิสัยแต่ยังเด็ก เขาพูดจาเย้าแหย่เซียวเหล่งนึ่ง ซึ่งขณะนั้นเขานับถือเป็นอาหญิง(โกวโกว)อย่างไม่เกรงกลัว ทั้งที่ใบหน้าของนางมีแต่เรียบเฉย เพราะเอี้ยก้วยเป็นเด็กช่างพูด และรู้ว่าแท้จริงแล้วเซียวเหล่งนึ่งใจดี การอยู่กับหญิงที่มีใบหน้าเรียบเฉย ด้วยการพูดเย้าแหย่ ช่วยลดบรรยากาศเคร่งเครียดลงได้

นิสัยนี้ดูเหมือนจะติดมาโดยไม่เว้นที่เขาจะใช้กับผู้หญิงอื่น แต่ก็มิใช่ด้วยจิตคิดอกุศล ด้วยความคะนองในวันหนุ่ม เพราะในใจของเขานั้น มีเพียงเซียงเหล่งนึ่ง ความรักที่เขามีต่อนางไม่เคยถูกบั่นทอนลดลงเลย แต่กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ
ส่วนความรักของเซียวเหล่งหนึ่งที่มีต่อเอี้ยก้วยนั้น ในตอนที่เซียวเหล่งนึ่งกระโดดลงหน้าผาไป โดยจารึกข้อความทิ้งไว้ให้เอี้ยก้วยรอคอย เซียวเหล่งนึ่งทำเช่นนั้นเพียงเพราะหวังให้ชายซึ่งเป็นที่รัก จะยังคงรักษาชีวิตต่อไปไม่คิดกระโดดตามลงมา เมื่อเวลาผ่านพ้นไปความคะนึงหาที่มีอยู่ย่อมถูกบั่นทอนลงไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แม้จะมีหญิงงามมากมายให้เลือก แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แม้ไม่รู้ว่าการรอคอยนี้จะสูญเปล่าหรือไม่ แต่เอี้ยก้วยก็ยังคงมีรักมั่นคง เฝ้ารอคอยผ่านวันเวลาอันปวดร้าว ด้วยพิษแห่งความคิดถึงคะนึงหา จวบจนเวลาผ่านพ้นมาถึงเวลาที่กำหนด เมื่อไม่พานพบหญิงซึ่งเป็นที่รัก เอี้ยก้วยก็ยังคงตัดสินใจกระโดดตามลงไปอยู่ดี ไม่ต่างจากเมื่อสิบหกปีก่อน

"แยกจากกันไม่นาน หวังพบพานกันภายหน้า น้ำใจพี่ขนิษฐา กระจ่างจ้าดั่งดวงเดือน สิบหกปีผ่านไป พบกันใหม่ ณ ที่นี้ รักผูกผันนานปี อย่าให้มีผิดคำสัญญา"



คำกลอนนี้สลักไว้ที่ก้อนหินบนหน้าผาไส้ขาด บริเวณที่เซียวเหล่งนึ่งกระโดดลงไป โดยที่ไม่ได้สลักชื่อของนางไว้ แต่สลักเป็นรูป "คนคู่" แทน
ขณะที่เอี้ยก้วยได้เห็นข้อความนี้ มีทั้งอึ้งย้ง เฒ่าทารก ฯลฯ อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าใครสลักข้อความนี้ไว้ เอี้ยก้วยเห็นเข้าก็แน่ใจทันทีว่าเป็นข้อความจากเซียวเหล่งนึ่ง ซึ่งนางฉลาดนัก คงรู้ว่า ถ้านางใส่ชื่อของนาง เอี้ยก้วยอาจไม่เชื่อว่านางเป็นผู้สลักข้อความด้วยตนเอง แต่ถ้าสลักเป็นรูปคนคู่ เอี้ยก้วยจะมั่นใจในทันทีว่าเป็นเซียวเหล่งนึ่ง ที่เป็นเช่นนั้น เพราะสัญลักษณ์นี้รู้กันแค่เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง

สัญลักษณ์คนคู่ เกิดขึ้นครั้งแรกหลังจากเอี้ยก้วยเข้ามาอยู่ในสำนักสุสานโบราณ ด้วยนิสัยซุกซน ชอบท่องเที่ยว จึงทำให้เอี้ยก้วยเดินเล่นไปทั่วสุสานคลายความเหงา ในขณะที่เซียวเหล่งนึ่งออกไปหาอาหารภายนอก เอี้ยก้วยหลงทางต้องรอให้เซียวเหล่งนิ่งตามหาจนพบ แต่เอี้ยก้วยไม่เข็ด จึงวาดรูปคนอย่างง่ายๆ (รูปคน o+< ที่เอี้ยก้วยเขียน ขออภัยที่ต้องให้ผู้อ่านเอียงศีรษะดูภาพ)ไว้บนกำแพงแทนสัญลักษณ์ตัวของเขา และบอกเซียวเหล่งนึ่งว่า หากเขาเดินไปที่ใดในสุสาน ก็จะทำเครื่องหมายนี้ไว้ เพื่อให้เซียวเหล่งนิ่งตามหาเขาได้ง่ายๆ หากว่าเขาหลงทางอีก เซียวเหล่งนึ่งจึงวาดรูปคนอย่างเดียวกันกับที่เอี้ยก้วยวาด โดยวาดไว้ข้างๆ กัน ดูเหมือนคนจูงมือกันอยู่ ภายหลังจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความผูกพันกันมาตั้งแต่หนหลัง โดยรู้ความหมายกันแค่เพียงเอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนิ่งดังกล่าว


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.197.60:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 20:53
 ความคิดเห็นที่  7

กำเนิดมังกรหยกภาค ๓ หรือ ดาบมังกรหยก

ซึ่งมี เตียบ่อกี่เป็นพระเอก เป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งระยะห่างจากมังกรหยกภาค ๒ หรือจอมยุทธอินทรีย์ ประมาณ 100 ปี ระยะเวลาถัดจากมังกรหยก ภาค 2 สามถึงสี่ชั่วอายุคน เกี่ยวกับการช่วงชิงความเป็นใหญ่ในยุทธภพของสำนักง้อไบ๊ และสำนักบู๊ตึ้ง ตัวเอก เตียบ่อกี้ (บุตรชายเพียงคนเดียวของ จอมยุทธ์ที่ห้า แห่งสำนักบู๊ตึ้ง เตียชุ่ยซัว และ บุตรีของจ้าวอินทรีคิ้วขาว แห่งพรรคมาร ฮึงซู่ซู่) ซึ่งเป็นลูกหลานในบู๊ตึ้งต้องผจญภัยมากมาย และสุดท้ายได้เป็นประมุขนิกายเม้งก่า ซึ่งมีบทบาทในการกอบกู้ประเทศจากมองโกล โดยนางเอกในภาคนี้ชื่อหมิ่นหมิ่น (เตี๋ยเมี่ยง) เป็นลูกสาวของอ๋องมองโก

ตรงนี้ขอปูพื้นสำหรับผู้อ่านสักเล็กน้อย

เตียบ่อกี้ เป็นบุตรของ เตียชุ่ยซัว

เตียชุ่ยซัวเป็นศิษย์คนที่ 5 ของ เตียซำฮง

เตียซำฮง ชื่อเดิมว่าเตียกุนป้อ เป็นเด็กวัดเสี้ยวลิ้ม (เส้าหลิน)มาก่อน
ซึ่งมีโอกาสศึกษากระบวนท่าจากเอี้ยก่วยผ่านทางของขวัญรูปตุ๊กตากลที่ก๊วยเซียง(ลูกสาวคนที่ 2 ของก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง)
และเป็นผู้ก่อตั้ง สำนักบู๊ตึ๊ง

ก๊วยเซียงเป็นอีกหนึ่งตัวละครสาวที่มีผู้คนชื่อชอบมากที่สุดในเรื่อง นางเป็นธิดาคนที่สอง ของก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง ได้ถ่ายทอดความเฉลียวฉลาดมาจากมารดา และได้ความใจกว้างมีคุณธรรมมาจากบิดา ทำให้รวมออกมาเป็นสตรีที่น่ารัก เป็นที่รักของคนที่อยู่ใกล้ รวมทั้ง หน.ดม ด้วย การออกมาท่องโลกของนางได้พบปะยอดคนมากมาย แต่ที่ตราตรึงใจที่สุดคงหนีไม่พ้นการได้พบกับเอี้ยก้วย นับเป็นประสบการณ์อันแสนพิเศษที่เปลี่ยนแปลงชีวิตที่เหลือของนางทั้งหมด เอี้ยก้วยเป็นชายที่เข้ามาในชีวิตของนางเพียงไม่กี่วัน แต่อยู่ในหัวใจของนางไปชั่วชีวิต ในมังกรหยกสาม ภาค ดาบมังกรหยก มีการกล่าวถึงก๊วยเซียงว่า นางได้ออกมาตามหาเอี้ยก้วยชายในฝัน แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ จนมาได้มีโอกาสได้รับรู้เคล็ดวิชาเก้าเอี้ยงบางส่วน และด้วยสติปัญญาอันล้ำเลิศ นางสามารถเอามาดัดแปลง คิดค้นบัญญัติเป็นยอดวิชาของตัวเองได้ วิชาฝีมือของนางนั้นเคยมีกล่าวไว้ว่าเป็นยอดกระบี่อันดับหนึ่งของยุทจักร และภายหลัง หลังจากตามหาเอี้ยก้วยไม่พบ นางได้ออกบวช และได้ก่อตั้งสำนักง้อไบ๊ที่โดงดังและมีบทบาทมากใน ดาบมังกรหยก




ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.194.227:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 21:39
 ความคิดเห็นที่  8

ปลายราชวงศ์หยวนเป็นที่กล่าวขานในยุทธภพว่าหากผู้ใดได้ครอบครองดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าแล้ว ผู้นั้นจะพบความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในสิ่งล้ำค่าทั้งสอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุทธต่างฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้ามาครอบครอง เตียซำฮง ปรมาจารย์สำนักบู๊ตึ๊งมีคำสั่งให้ยู้ไต๋ง้ำศิษย์คนที่สามลงเขาไปช่วยปัดเป่าทุกข์ให้แก่ชาวบ้าน นึกไม่ถึงว่า ยู้ไต๋ง้ำ ต้องเข้าไปพัวพันกับสำนักเกลือสมุทรกับสำนักทรายทะเล

ซึ่งกำลังแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกันอยู่จนถูกลอบทำร้ายกลายเป็นคนพิการ เตียชุยซัว ศิษย์คนที่ห้าออกตามหาคนร้าย ระหว่างทางเตียชุยซัวได้รู้จักกับ ฮึงซู่ซู่ แห่งสำนักอินทรีย์ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่รักกันทั้งสองตระหนักดีว่าธรรมและอธรรมไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ บนดอยราชันย์ในทะเลบูรพาบรรดาชาวยุทธต่างพากันแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกัน เพื่อช่วยชีวิตบรรดาชาวยุทธไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่จึงถูกราชสีห์ขนทอง เจี่ยสุ่ง จับตัวไปยังเกาะร้าง

เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่แต่งงานบนเกาะร้าง ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อว่า เตียบ่อกี้ เตียชุยซัวและเจี่ยสุ่งก็ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน สิบปีต่อมาทั้งสี่พากันเดินทางกลับสู่จงหยวน นึกไม่ถึงว่าเพราะดาบฆ่ามังกรปรากฏขึ้นในยุทธภพจนเป็นเหตุให้ชาวยุทธต่างเข่นฆ่าแย่งชิงกันเพื่อให้ได้ดาบมังกรมาครอบครอง การแต่งงานของเตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่นำมาซึ่งความบาดหมางระหว่างฝ่ายธรรมและอธรรม

เพื่อปกป้องเจี่ยสุ่งพี่ร่วมสาบานเอาไว้เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่ยอมตาย โดยไม่ปริปากบอกที่ซ่อนดาบฆ่ามังกรทั้งสองตัดสินใจฆ่าตัวตาย เตียบ่อกี้ซึ่งยังเยาว์อยู่นั้นเห็นพ่อแม่ตายไปต่อหน้าต่อตา ซ้ำร้ายังถูกสองผู้เฒ่าทมิฬทำร้าย เตียซำฮงพาเตียบ่อกี้เดินทางไปวัดเส้าหลินเพื่อขอยืมคัมภีร์ย้ายเส้นเอ็นขจัดพิษในร่างให้เตียบ่อกี้ ระหว่างทางต้องพบกับความเป็นความตายมากมาย เตียบ่อกี้อาศัยความมานะบากบั่นและจิตใจที่ดีงามจนสำเร็จวิชาแพทย์

ทั้งยังสำเร็จวิชาเก้าสุริยันสามารถขจัดพิในร่างได้ นอกจากนี้ยังได้เข้าไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างพรรคจรัสกับชาวยุทธ จนได้เป็นประมุขพรรคจรัสในที่สุด ในเวลาเดียวกันเตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของ เตียเมี่ยง องค์หญิงแห่งมองโกล, จิวจี้เยี้ยก หญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน, ฮึงลี้ ลูกพี่ลูกน้อง, เซียวเจียว สาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไรยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร

ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้พากันตามล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพันเพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้ายเตียบ่อกี้วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกัน ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุทธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูกทำลายลง

จนปรากฏความลับอันหนึ่งภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้ากระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้นฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคจรัสถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.194.227:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 21:53
 ความคิดเห็นที่  9


ตัวละครเด็ดใน ดาบมังกรหยกได้แก่


เตียบ่อกี้ (จางอู๋จี้)
เตียบ่อกี้ หรือ จางอู๋จี้ เป็นบุตรชายของเตียชุ่ยซัว (จางชุ่ยซาน) ศิษย์คนที่ 5 ของ เตียซำฮง (จางซานฟง) และเป็นหลานชายของ พญาอินทรีคิ้วขาว ฮึงทีเจี่ย มีพ่อบุญธรรมคือ พญาราชสีห์ทองคำเจี่ยซุ่น ถือกำเนิดและเติบโตบนเกาะน้ำแข็งอัคคี สมัยเด็กเมื่อกลับสู่แผ่นดินใหญ่ โดนผ่ามือภูตเร้นลับ พิษเย็นเข้าในร่าง พ่อและแม่โดนชาวยุทธถามหาพญาราชสีห์ทองคำที่ครอบครองดาบฆ่ามังกร แต่เพื่อรักษาสัจจะจึงได้ยอมฆ่าตัวตายเพื่อปกปิดความลับ เตียบ่อกี้เติบโตมากับเตียซำฮง แต่เพราะพิษเย็นในร่าง จึงต้องทรมานอยู่เรื่อยตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งเตียซำฮงได้ช่วยเหลือเซี่ยง้อชุนจากพวกชาวยุทธฝ่ายธรรมะ ทำให้เซี่ยง้อชุนซาบซึ้งใจมาก จึงได้อาสาพาเตียบ่อกี้ไปรักษากับหมอเทวดาแห่งเม่งก้านามว่าโอ้วแชงู้ที่หุบเขาผีเสื้อ ทำให้เตียบ่อกี้ได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์ เมื่อเติบโตได้มีโอกาสฝึกพลังเก้าเอี๊ยง (พลังนวภพ) ซึ่งเสริมธาตุหยาง พิษไอเย็นที่เป็นธาตุหยินจึงหายไป และได้มีวาสนาฝึกคัมภีร์เคลื่อนย้ายจักรวาล จึงได้ขึ้นเป็นประมุขนิกายเม้งก่า เนื่องจากเตียบ่อกี้เป็นชายหนุ่มรูปงามจึงมีสาวงามหลายคนมาหลงรัก คือ เตี๋ยเมี่ยงหรือมินมินเทอมู่เอ่อร์ องค์หญิงแห่งมองโกล จิวจี้เยียก สาวงามศิษย์แม่ชีมิกจ้อแห่งง้อไบ๊ ฮึงลี้หรือตูยี้ญาติผู้น้อง และเสี่ยวเจียว หญิงสาวผู้มีประวัติความเป็นมาอันลึกลับ

เตี๋ยเมี่ยง (จ้าวหมิ่น)
เตี๋ยเมี่ยงหรือจ้าวหมิ่น เป็นธิดาของจ้าวลื่ออ๋องแม่ทัพแห่งมองโกล มีชื่อเต็มว่า มินมินเทอมู่เอ่อร์ เล้งอ๋องได้รับบัญชาให้ทำหน้าที่ปราบกบฏ จึงได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับองค์หญิงมินมินไปทำ มินมินได้พบกับเตียบ่อกี้หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ปะทะกันโดยตรง จนกระทั่งวันหนึ่งมินมินยกพวกไปบุกบู๊ตึ๊งโดยอ้างว่าตนคือเตียบ่อกี้แห่งเม้งก่า แต่คราวนั้นเตียบ่อกี้ซึ่งล่วงหน้ามารอก่อนแล้วได้แสดงถึงวรยุทธ์อันสูงส่งของตนให้ทุกคนประจักษ์ทำให้มินมินต้องล่าถอย เพื่อช่วยเหลือฮึงลี้เต็งผู้เป็นศิษย์น้องของบิดา เตียบ่อกี้จึงต้องยอมสัญญาว่าจะทำงานให้มินมิน 3 ข้อ โดยที่ข้อแรกมินมินขอให้เตียบ่อกี้พาไปดูดาบฆ่ามังกร เตียบ่อกี้จึงจำเป็นต้องรับปากและพาไปเกาะน้ำแข็งอัคคี ในระหว่างเดินทางเตียบ่อกี้ได้พบแม่เฒ่ากิมฮวยกำลังบังคับให้จิวจี้เยียกตามนางไป เตียบ่อกี้ มินมิน และเสี่ยวเจียวจึงต้องเดินทางไปเกาะงูศักดิ์สิทธิ์แทน บนเกาะงูศักดิ์สิทธิ์ จิวจี้เยียกซึ่งต้องการกระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกรตัดสินใจวางยาทุกคน ฆ่าฮึงลี้ญาติผู้น้องของเตียบ่อกี้ และนำมินมินไปลอยแพเพื่อเตรียมใส่ความ โชคดีมินมินรอดมาได้ ถูกเตียบ่อกี้เข้าใจผิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เตียบ่อกี้ก็ใจอ่อนเกินกว่าจะทำร้ายนาง อีกทั้งความผูกพันที่มีทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรมากมายนัก ในวันแต่งงานของเตียบ่อกี้กับจิวจี้เยียก มินมินตัดสินใจตามไปขัดขวาง พร้อมทั้งขอให้ทำงานชิ้นที่สอง คืขอไม่ให้แต่งงานกับจิวจี้เยียกโดยใช้พญาราชสีห์ทองคำมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ เตียบ่อกี้ไม่มีทางเลือกจึงต้องตามออกไป ในที่สุดเตียบ่อกี้ตัดสินใจออกจากเม้งก่าเพื่ออยู่กับมินมินอย่างสงบสุข และมินมินได้ขอสัญญาข้อที่สาม คือ ขอให้เตียบ่อกี้เขียนคิ้วให้ทุกวันตราบจนชีวิตจะหาไม่ไปด้วยกัน

เตียซำฮง (จางซานฟง)
เตียซำฮงเป็นเจ้าสำนักของสำนักบู๊ตึ๊ง (หวู่ตัง) ผู้คิดค้นวิชาไท้เก๊ก มีชื่อเดิมว่าเตียกุนป้อ เป็นเด็กวัดเสี้ยวลิ้ม (เส้าหลิน) มีหน้าที่คอยดูแลหอพระธรรมร่วมกับกักเอี้ยงไต้ซือผู้เป็นอาจารย์ กุนป้อและกักเอี้ยงไต้ซือได้มีโอกาสได้ฝึกพลังนวภพ (พลังเก้าเอี้ยง) จากคัมภีร์นวภพ (คัมภีร์เก้าเอี้ยง) ที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อบัญญัติไว้ โดยทั้งคู่คิดเพียงว่าเป็นวิชาช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้น และนอกจากพลังนวภพแล้วกุนป้อก็ไม่ได้ฝึกพลังการต่อสู้อื่นเลย ต่อมาเซียวเซียงจื้อและอีเคอซีแห่งมองโกลได้ใช้แผนชั่วร้ายเข้ามาในวัดและขโมยคัมภีร์นวภพออกไป กุนป้อและ กักเอี้ยงไต้ซือได้ออกตามหา จนเกิดการต่อสู้กัน ด้วยการชี้แนะจากเอี้ยก้วยบวกกับพลังปราณนวภพภายในตัวทำให้สามารถเอาชนะได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ปรากฏว่าไม่พบคัมภีร์นวภพที่ทั้งคู่ สองศิษย์อาจารย์จึงต้องกลับวัดไปมือเปล่า กักเอี้ยงไต้ซือโดนลงโทษโดยต้องแบกนำขึ้นลงจากวัดทุกวัน หลายปีต่อมา ฮ่อจ๊กเต๊า หรือฉายาสามศักดิ์สิทธิ์คุนลุ้น ได้เดินทางมายังเสี้ยวลิ้ม เพื่อบอกว่า อีเคอซีและเซียวเซียงจื้อเดินทางมาถึงยอดเขาคุนลุ้น เกิดการต่อสู้เพื่อแย่งคัมภีร์นวภพกันจนล้มตายทั้งคู่ ก่อนตายอีเคอซีได้ฝากฮ่อจกเต๋ามาบอกเสี้ยวลิ้มว่า "คัมภีร์อยู่ในน้ำมัน" แต่เนื่องจากเกิดการขัดคอกัน ฮ่อจกเต๋าจึงคิดจะรับคำชี้แนะจากเสี้ยวลิ้ม กุนป้อได้มีโอกาสต่อสู้ และด้วยพลังนวภพที่ฝึกมาหลายปีบวกกับกระบวนท่าที่ได้รับมาจากเอี้ยก่วยอีกเล็กน้อย ทำให้กุนป้อเอาชนะฮ่อจกเต๋าได้ แต่เนื่องจากกฏของเสี้ยวลิ้มห้ามให้ศิษฐ์ในวัดห้ามแอบฝึกวิชาโดยไม่ได้รับอนุญาต กุนป้อจึงกลายเป็นศิษย์ทรยศ ด้วยความช่วยเหลือจากกักเอี้ยงไต้ซือ กุนป้อจึงหนีรอดมาได้ คืนนั้น ก่อนที่กักเอี้ยงไต้ซือจะมรณภาพ ได้ถ่ายทอดพลังนวภพให้กับกุนป้อ, ก๊วยเซียง และบ้อเส็กเซียงสือแห่งเสี้ยวลิ้มที่ฟังอยู่ด้านข้าง ต่งคนต่างจำได้คนละส่วน หลังจากนั้นก็มรณภาพ ไม่นานหลังจากนั้น กุนป้อก็เดินทางไปถึงภูเขาแห่งหนึ่ง เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นเตียซำฮงและก่อตั้งสำนักบู๊ตึ๊งขึ้น ส่วนก๋วยเซียงซึ่งได้รับฟังเคล็ดพลังนวภพจากกักเอี้ยงไต้ซือเช่นกันก็ได้บวชเป็นชี และก่อต้งสำนักง้อไบ๊ขึ้นเช่นกัน

จิวจี้เยียก (โจวจื่อยั่ว)
จิวจี้เยียกเดิมเป็นบุตรสาวคนแจวเรือ ในขณะที่ได้มีการปะทะกันระหว่างเซี่ยง่อชุนและชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะทำให้พ่อของนางต้องมาตายลง ระหว่างนั้นเตียซำฮงแห่งบู๊ตึ๊งได้เข้ามาช่วยหลือเซี่ยง่อชุนและได้พาจิวจี๊เยียกไปฝากฝังเป็นศิษย์ของแม่ชีมิกจ้อแห่งสำนักง้อไบ๊ จิวจี้เยียกมีความรักที่มั่นคงแต่เพียงเตียบ่อกี้ แต่โชคร้ายเนื่องจากเตียบ่อกี้ได้ขึ้นเป็นประมุขเม้งก่าซึ่งมีความแค้นกับแม่ชีมิกจ้ออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้แม่ชีมิกจ้อบังคับให้จิวจี้เยียกสาบานว่าจะไม่รักเตียบ่อกี้เด็ดขาด และจะไม่แต่งงานกันพร้อมทั้งมอบตำแหน่งเจ้าสำนักง้อไบ๊ให้และบอกความลับเกี่ยวกับกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร หลังจากที่แม่ชีมิกจ้อมรณภาพลง จิวจี้เยียกถูกแม่เฒ่ากิมฮวยบังคับให้ไปเกาะงูศักดิ์สิทธิ์กับนาง ที่นั่นจิวจี้เยียกได้พบกับเตียบ่อกี้อีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเตียบ่อกี้มากับเตี๋ยเมี่ยง และเสี่ยวเจียวเพื่อมาตามหาเจี่ยซุ่นผู้เป็นบิดาบุญธรรม จิวจี้เยียกรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะที่เกาะนั้นมีทั้งกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรอยู่ จิวจี้เยียกจึงวางแผนใส่ร้ายเตี๋ยเมี่ยงและขโมยกระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกรเพื่อเอาสุดยอดเคล็ดวิชาในนั้น เพื่อที่จะขับพิษผงสิบหอมที่อยู่ในร่างของจิวจี้เยียก เจี่ยซุ่นจึงขอร้องแกมบังคับให้เตียบ่อกี้หมั้นหมายกับจิวจี้เยียกเพื่อจะได้สะดวกในการรักษาเพราะขั้นตอนของการรักษาต้องมีการถูกเนื้อต้องตัวกัน และจะแต่งงานกันเมื่อกลับไปถึงแผ่นดินใหญ่ ในงานแต่งงานของจิวจี้เยียกกับเตียบ่อกี้ เตี๋ยเมี่ยงไม่อาจทนอยู่ได้จึงเข้ามาขัดขวางพร้อมทั้งทวงสัญญาข้อสอง ขอให้เตียบ่อกี้ล้มเลิกงานแต่งงานโดยหยิบเส้นผมของเจี่ยซุ่นออกมาขู่ เตียบ่อกี้จึงวิ่งออกจากงานแต่งงานไป ระหว่างนั้นจิวจี้เยียกได้เข้าขัดขวางและเกิดการต่อสู้กัน ในการต่อสู้ครั้งนี้เองที่จิวจี้เยียกใช้วิชาที่แอบขโมยมาจากกระบี่อิงฟ้า (กรงเล็บกระดูกขาว) ต่อหน้าผู้อื่นเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่อาจจะหยุดยั้งเตียบ่อกี้ได้ จิวจี้เยียกจึงต้องกลับง้อไบ๊ด้วยความแค้นและฝึกวิชากงเล็บกระดูกขาว เพื่อหวังที่จะล้างแค้นเตียบ่อกี้ แต่ด้วยความร้อนใจทำให้จิวจี้เยียกเร่งฝึกฝนอย่างไร้การควบคุม ทำให้เกิดคลุ้มคลั่งจนสติวิปลาส กลายเป็นมารไป

เตียชุ่ยซัว (จางชุ่ยซาน)
ศิษย์คนที่ 5 แห่งสำนักบู๊ตึ๊ง บิดาของเตียบ่อกี้ เป็นผู้รักคุณธรรม ได้พบรักกับ ฮึงซู่ซู่ บุตรีของ พญาอินทรีคิ้วขาว ฮึงทีเจี่ย แห่งพรรคอินทรีฟ้า ในงานประกาศศักดาดาบฆ่ามังกร เขาถูกเจี่ยซุ่นจับตัวไปยังเกาะน้ำแข็งอัคคีพร้อมนาง ด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน ทำให้ทั้ง 2 ได้ผลิตเตียบ่อกี้ ซึ่งเป็นพยานรักขึ้นมา

เซ่งคุน (เฉิงคุน)
หัตถ์อัสนีบาต อาจารย์ของเจี่ยซุ่น อดีตเคยอยู่ในนิกายเม้งก่า ลักลอบเป็นชู้กับฮูหยินเอี้ย เพื่อต้องการทำลายเม้งก่า จึงได้ฆ่าล้างครอบครัวเจี่ยซุ่น เพราะรู้ดีว่าเจี่ยซุ่นมุทะลุ จะต้องใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายชื่อเสียงของเม้งก่าได้อย่างแน่นอน หลบหนีการตามล่าของเจี่ยซุ่นไปกบดานที่เสี้ยวลิ้ม และเปลี่ยนชื่อเป็น หยวนเจินไต้ซือ

เจี่ยซุ่น (เซี่ยซิ่น)
หนึ่งใน 4 ผู้คุมกฎนิกายเม้งก่า ฉายา "พญาราชสีห์ทองคำ" บิดาบุญธรรมของเตียบ่อกี้ เฝ้าตามหาดาบฆ่ามังกรเพื่อบงการทั่วหล้า และล้างแค้นเซ่งคุนผู้เป็นอาจารย์ ด้วยความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ในอดีต ทำให้เขามีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ขณะเดินทางไปยังเกาะน้ำแข็งอัคคีได้เกิดคลุ้มคลั่งจะทำร้ายเตียชุ่ยซัว และซู่ซู่ จึงถูกซู่ซู่ซัดด้วยพิษจนตาบอดทั้ง 2 ข้าง และเมื่อครั้งที่ฮึงซู่ซู่จะคลอดเตียบ่อกี้ก็ได้เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก ทว่าเสียงร้องของเตียบ่อกี้ทำให้ได้สติกลับคืนมา เขาเป็นคนตั้งชื่อให้เตียบ่อกี้ตามชื่อ เจี่ยบ่อกี้ ลูกชายที่ตายไป หลังจากที่เตียบ้อกี้ได้กลับสู่แผ่นดินใหญ่ จึงได้เปลี่ยนนามสกุลจากเจี่ยมาใช้เตียตามบิดาแทน (บ่อกี้ หรืออู๋จี้ หมายถึง ไร้กฎเกณฑ์)


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.194.227:172.1.5.34   ตอบเมื่อ 29 ก.ย.53 เวลา 22:03
 ความคิดเห็นที่  10

เรื่องที่ ๓ คือ ลูกปลา่น้อย "เซียวฮื้อยี้"



โก้วเล้ง เขียน เซียวฮื้อยี้ เป็นเรื่องที่ 20 เมื่อปี 2510 เรื่องนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกที่สำคัญของขีวิตการเขียนของโก้วเล้ง ก้าวสู่รูปแบบการเขียนที่สมบูรณ์ขึ้น ผลงานต่อมา คือ ชุด ชอลิ้วเฮียง ฤทธิ์มีดสั้น เซียวจับอิดนึ้ง วีรบุรษสำราญ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะประสพความสำเร็จอย่างยิ่งยวด แต่โก้วเล้งเห็นว่า หนังสือเรื่องนี้เขียนอย่างไร้เดียงสาเกินไป เมื่อปี 2519 โก้วเล้งมีโอกาสปรับปรุง จึงตัดทอนส่วนที่ไร้เดียงสาออกไป ทำให้นิยายวรยุทธเรื่องนี้ไม่เดียงสาเกินไปนัก

เรื่องย่อ

เซียวฮื้อยี้ เรื่มเรื่องที่ ง้วยโน้วซึ่งเทอหญิงรับใช้ของวังบุปผา ที่แอบได้เสียกับกังปังจนตั้งท้อง หนีออกจากวังมากับ กังปัง บุรุษรูปงามที่สุดของบู๊ลิ้ม วังบุปผาเป็นสำนักลึกลับในยุทธภพ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งธรรมะและอธรรม กล่าวกันว่าไม่มีใครรู้จักที่ตั้งของวังบุปผา เพราะว่านอกจากคนของวังบุปผา ใครก็ตามที่ได้ล่วงล้ำเข้าไปโทษคือตายสถานเดียว วังบุปผาตั้งอยู่ในหุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง ทัศนียภาพงดงามราวภาพวาด บริเวณรอบๆวังมีดอกไม้หายากขึ้นอยู่เป็นร้อยๆชนิด ภายในดูแลเข้มงวด การอยู่อาศัย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งราวกับวังหลวงของฮ่องเต้ แต่มีแต่ศิษย์และสาวกที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น วังบุปผามีหญิงสาวสองคนปกครอง คนพี่ชื่อเอี้ยง้วย (เอื้อมเดือน)เป็นประมุข คนน้องชื่อ เลี้ยงแช (สอยดาว) เป็นรองประมุข สองพี่น้องมีวรยุทธสูงส่งจนเป็นที่เกรงขามของสำนักน้อยใหญ่ในยุทธภพ ว่ากันว่าวรยุทธทั่วหล้าแพ้ทางวรยุทธของวังบุปผา อันได้แก่ พลังหยกอำไพ ยอดวิชาที่สามารถดูดซับพลังของศัตรูมาเป็นของตัวเอง เด็ดบุปผาต่อหยก คือวิชาที่สามารถหยิบยืมวรยุทธของศัตรูโต้ตอบกลับไปยังตัวผู้ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีวิชาพิสดารอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น สิบแปดท่าเท้าต้องอาภรณ์ วิชาบุปผาหยก พลังธรรมพิสุทธิ์ เคลื่อนบุปผาบรรจบ ฯลฯ เป็นต้น


ทั้งคู่ได้วางแผนการหนีออกมาโดยให้เพื่อนสนิทของกังปังที่มีชื่อว่า "อี้น้ำเทียน" ออกมารับระหว่างทาง ในเรื่องอี้น้ำเทียน เป็นผู้ที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในยุทธภพ และกังปังเป็นคนที่ หล่อที่สุดในยุทธภพ หล่อจนขนาดประมุขวังบุปผาจับเอาไปหวังได้เป็นสามี(หวังจะแอ้มเจี้ยวหวานของกังปังนั่นเอง)แต่กังปังกลับไม่รักดี แอบได้เสียกับสาวใช้ในวัง(แม่เซียวฮี่ยี้)

ขณะที่กังปัง(ชายรูปหล่อแต่ไม่รักดี)กำลังพาเมีย(สาวใช้ทรยศผู้ที่แอบได้เสียกับชายรูปหล่อที่ประมุขฯ มุ่งหวังจะเอาเป็นสามี)ซึ่งขณะนั้นท้องแก่ใกล้คลอดหนีตายออกมานั้นกำลังหนีออกมาให้กำเนิตบุตรแฝดก่อนที่จะถูกประมุขวังบุปผาตามล่ามาทันและสังหารทั้งสองบนเส้นทางการหนีเอาชีวิตรอดทุกคนในที่นั้นถูกสังหารตายหมด เพื่อเป็นการล้างแค้นชายชั่วไม่รักดีกับ สาวใช้ทรยศให้สาสมยิ่งขึ้นไปอีก ประมุขวังบุปผาจึงวางแผนให้เด็กแฝดสองคนนี้ฆ่ากันเอง โดยแยกเด็กทั้งสองคนออกไปเลี้ยงดู บุตรคนหนึ่งถูกวังบุปผาเอาไป บุตรอีกคนหนึ่งประมุขวังบุปผามีเจตนาทำลายใบหน้าให้อัปลักษณ์ แล้วทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเพื่อให้สหายของกังปังที่ชื่อว่า อี้น่ำเทียน เอาไปเลี้ยงให้เติบใหญ่ เมื่อทำเช่นนี้จะไม่มีใครรู้ว่าเด็กทั้งสองคนเป็นคู่แฝด และเมื่อใดที่เด็กสองคนนี้ฆ่ากันตา่ยเขาจึงจะบอกความจริงให้ทราบว่า พวกมึงฆ่ากันเอง จึงจะหายแค้น แต่โชคร้ายที่ อี้น่ำเทียนไปพลาดท่าถูกจับตัวที่หุบเขาคนโหด โดยปกติโดยวรยุทธ์และฝีมือของอี้น้ำเทียนไม่ใช่คนที่จะพลาดท่าใครได้ง่ายๆ แต่อี้น้ำเทียนกลับพลาดท่าให้กับ "ฮาฮายี้" บุคคลที่ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร แต่จิตใจกลับชั่วร้ายทรยศ ในที่สุดของการต่อสู้อี้น้ำเทียนกลายเป็นเจ้าชายนิททราอยู่ในหุบเขานั่นเอง ดังนั้น ทารกน้อยที่ท่านช่วยเอาไว้ได้เติบใหญ่ด้วยการเลี่ยงดูของสิบจอมโฉดเกิดมาท่างกลางความเลวร้าย เจ้าเล่ สาระพัด พวกมันตั้งชื่อทารกน้อยว่า "เซียวฮื้อยี้" หรือ ลูกปลาน้อย เซียวฮื้อยี้ ได้ศึกษาจากปรมาจารย์ชั้วที่งสิบ ด้วยหวังให้มันเป็นตัวเลวร้ายอันดับหนึ่งของแผ่นดิน... ณ อีกสถานที่หนึ่ง ทายาทอีกคนหนึ่งของกังปัง เติบโตในวังบุปผา รูปโฉมสุดสำอางยากที่จะหาข้อตำหนิ มีชื่อว่า ฮวยบ้อข่วย หรือ ดอกไม้ไร้ตำหนิ (หุ หุ) ต่อมาอาการบาดเจ็บ ของท่านอี้น่ำเทียนทุเลา ท่านจึงหนีออกมาจากหุบเขาคนโฉด เพื่อไปหาประมุขวังบุปผามาแก้แค้น ให้กับสหายของท่าน โดยไม่ทราบว่า ฮวยบ้อข่วย คือทายาทที่หลงเหลื่ออีกคนของสหายท่าน ท่านอี้จึงให้เซียวฮื้อยี้ท้าสู้กับพี่ชายของมันเองให้ตายไปกันข้างหนึ่ง...





ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.194.227:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.53 เวลา 11:39
 ความคิดเห็นที่  11



" การที่มันคิดว่ามันไม่มีจุดอ่อน นั่นละคือ จุดอ่อนของมัน "





..................................................เชียวฮี่ยี้ ......(โกวเล้ง)

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.194.227:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.53 เวลา 11:45
 ความคิดเห็นที่  12



ปลาหลีฮื้อก็จัดว่าเป็นสัตว์มงคลที่นำมาเป็นอุปกรณ์ฮวงจุ้ย
ชาวจีน เชื่อว่า ปลาหลีฮื้อ เป็น ปลาที่จะนำโชคลาภมาให้ เจ้าของ อย่างงาม

ปลาหลีฮื้อเป็นที่นิยมในหมู่คนค้าขายเพื่อช่วยเพิ่มโชคลาภ
ทำให้ค้าขายดีถึงแม้ว่าจะเป็นคนทำงานเงินเดือนประจำก็สามารถวางปลาหลีฮื้อไว้ที่บ้านเพื่อให้มีโชคมีลาภได้เช่นกัน

การวางปลาหลีฮื้อสามารถช่วยผ่อนปัญหาความทุกข์ยาก คดีความ หรืออาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้
ควรจะวางปลาหลีฮื้อให้หันหัวเข้าในบ้าน จะได้นำความโชคดีและความเป็นศิริมงคลเข้ามาสู่บ้านด้วย

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.137:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.53 เวลา 14:42
 ความคิดเห็นที่  13


เรื่องที่ ๔ กระบี่ไร้เทียมทาน



เรื่องนี้...พอเจอหนังสือรู้สึกว่าชื่อเรื่องน่าสนใจดี แต่จากประสบการณ์หนังสือที่หน้าปกดี ชื่อเรื่องดี
จะทำให้เราเกิดความคาดหวังสูงตามไปด้วย และมักจะเป็นเหตุให้ตัวเราต้องผิดหวัง กับสาระภายใน
ประกอบกับเมื่อดูชื่อผู้แต่งแล้ว ชื่อว่า "อึ้งเอ็ง" ใครหว่า "อึ้งเอ็ง" เล่มหนาปั๊กเลยกรูจะอ่านดีมั้ยเนี้ย
เป็นข้อเตือนจัยว่าถ้าไม่อยากผิดหวัง ก็ต้องไม่หวังอะไรเลย 555

สุดท้ายต้องยอมรับว่า "อึ้งเอ็ง" ไม่ธรรมดา ไม่ผิดหวังกับการอ่านนิยายกำลังภายในของ "อึ้งเอ็ง" จริงๆ
กระบี่ไร้เทียมทาน นับว่าเป็นนิยายกำลังภายในที่สุดยอดอีกเรื่องหนึ่งที่ นักอ่านไม่ควรพลาด

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.137:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.53 เวลา 15:46
 ความคิดเห็นที่  14


เนื้อเรื่อง

กล่าวถึงถึงฮุ้นปวยเอี๋ยงตัวเอกที่อาศัยทำงานในโรงครัวของสำนัก บู๊ตึ้ง
แต่ถูกปฏิเสธการรับเข้าเป็นศิษย์บู๊ตึงเนื่องจากความเป็นมาของบิดาไม่ชัดเจน
ทำให้ต้องใช้แซ่ของมารดานำหน้าชื่อตนเอง ต้องโดนกลั่นแกล้งต่างต่างนานาจากบรรดาศิษย์ร่วมสำนัก
ที่หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วฮุ้นปวยเอี้ยงเป็นสุดยอดฝีมือที่สำเร็จหกสุดยอดวิชาของบู๊ตึ้ง
จากการลักลอบถ่ายทอดของเจ้าสำนักแชซ้งผู้เป็นบิดาของเขานั่นเอง
โดยสามารถพิชิตเพลงกระบี่อัสดงของก้วงตงลิ้วแห่งง้อไบ๊ที่มาท้าประลองกับแชซ้งได้
ด้วยแผนชั่วของหุบเขาสุขสันต์ที่นำโดยโป่วเง็กจือซึ่งแฝงตัวเข้าเป็นศิษย์ของแชซ้ง
ฮุ้นปวยเอี้ยงถูกใส่ร้ายว่าฆ่าเจ้าสำนักโดยโป่วเง็กจือ จนต้องเตลิดหนีลงจากเขาบู๊ตึ้งไป
ประจวบกับถูกต๊กโกวบ้อเต้กใช้วิชาพลังลมปราณมรณะทำร้ายบาดเจ็บสาหัสถึงสองครั้งสองครา
จนแทบเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายได้กินบัวหิมะจากความช่วยเหลือของโป่วเฮียงกุนและสำเร็จสุดยอดวิชาไหมฟ้า
โดยได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาและพลังภายในจากซิมมั่งกุน ผู้เป็นภรรยาของต๊กโกวบ้อเต็กและเป็นชู้รักของแชซ้ง
พอต๊กโกวบ้อเต็กทราบว่าทั้งฮุ้นปวยเอี้ยงและต๊กโกวหงส์ต่างก็เป็นบุตรของแชซ้ง
จึงได้จัดพิธีวิวาห์ให้กับทั้งสองคนเป็นการแก้แค้น แต่โชคดีที่ซิมมั่งกุนมาขัดขวางได้ทันท่วงที

สุดท้ายฮุ้นปวยเอี้ยงก็ได้ใช้วิชาไหมฟ้าเอาชนะพลังลมปราณมรณะขั้นที่เก้า ของต๊กโกวบ้อเต็กได้
นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลืออี้ชงทีกอบกู้สำนักบู๊ตึ้งคืนจากพวกหุบเขาสุขสันต์และขับไล่เจ้าหญิงอนัตตากลับไปยังแคว้นอุยเกียง
จนกลายเป็นจอมยุทธ์ไร้เทียมทาน ที่แม้กระทั่งมวลมารได้ยินชื่อยังขยาดหวาดกลัว

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.191.249:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.53 เวลา 16:21
 ความคิดเห็นที่  15

เรื่องที่ 5 เจาะเวลาหาจิ๋นซี


เป็นนิยายกำลังภายใน แต่งโดยหวงอี้ ฉบับภาษาไทยแปลและเรียบเรียงโดย น.นพรัตน์

เซี่ยงเส้าหลง ตำรวจหน่วยพิเศษในกองกำลังที่ 7 แห่งศตวรรษที่21ซึ่งมีความสามารถมากมายหลายด้าน
เพราะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีได้รับภาระกิจ นั่งเครื่องย้อนเวลา
เพื่อกลับไปถ่ายภาพและดูจิ๋นซีฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์นำกลับมา แลกกับการย้อนเวลาไปแก้ปัญหา่ความรัก
แต่ในระหว่างใช้เครื่องย้อนเวลาส่งกลับถึงอดีตนั้น เครื่องกลับ ERROR ขึ้น ทำให้เขาต้องกลับไปก่อน
จิ๋นซีขึ้นครองราชย์ 3 ปี จิ๋นซีฮ่องเต้ซึ่งในเวลานั้นยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ อิ๋งเจิ้งถูกจับตัวเป็นตัวประกัน
ที่แคว้นจ้าว เซี่ยงเส้าหลงจึงตัดสินใจตามหาอิ๋งเจิ้งและช่วยเหลืออิ๋งเจิ้งจนขึ้นครองราชย์ได้
ในที่สุดจากความสามารถและปฏิภาณไหวพริบของเซี่ยงเส้าหลงจนเป็นที่ไว้วางใจของอิ๋งเจิ้ง คนในยุค
ปัจจุบันที่ต้องย้อนเวลากลับไป ในอดีตสมัยประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าต้องพบกับอุปสรรคและความยากลำบาก
อย่างมากมายตลอดระยะเวลาที่เซี่ยงเส้าหลง ช่วยเหลืออิ๋งเจิ้งขึ้นครองราชย์นั้นต้องเผชิญกับสงคราม
และการฆ่าฟันซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้เซี่ยงเส้าหลงยัง ต้องเผชิญกับการแก่งแย่งชิงดีกัน
ของขุนนางในราชสำนัก แม้ว่าภูเขาและสายน้ำจะเปลี่ยนก็ตาม แต่นิสัยของมนุษย์นั้นก็ยังคงเดิม
เซี่ยงเส้าหลงซึ่งเต็มไปด้วยความกะล่อนและเจ้าชู้ ประตูดินถึงแม้ว่าจะย้อนเวลากลับมาในอดีตสมัย
ประวัติศาสตร์ก็ตามที เขายังต้องเผชิญกับรักสามเส้าที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหรือหญิงสาวชาวบ้าน
ทั่วไป ท้ายที่สุดนี้ เซี่ยงเส้าหลงจะสามารถช่วยเหลืออิ๋งเจิ้งขึ้นครองราชย์ได้สำเร็จหรือไม่ และ เขาเองจะ
สามารถกลับไปยังปัจจุบันสมัยศตวรรษที่ 21 ได้หรือไม่ ความรักที่ผิดแผกเวลานั้นเขาจะจัดการอย่างไร
เซี่ยงเส้าหลงสามารถที่จะเอาชนะอันธพาลในท้องถิ่นได้จึงถูก เถาฟางจ้างให้ทำหน้าที่คุ้มครองกลับเมืองหานตาน ของรัฐจ้าวแต่ระหว่างทางได้ถูกโจรดักปล้นแต่ เซี่ยงเส้าหลงแก้ไขสถานะการณ์เอาไว้ได้แต่ก็ได้พลัดหลงจากเถาฟาง เซี่ยงเส้าหลงคิดว่าตัวเองนั้นเก่งมากแต่เมื่อไปเจอคนที่เป็นจอมยุทธกลับแพ้ ดั้งนั้นเซี่ยงเส้าหลงจึงได้ฝึกฝีมือให้เก่งขึ้นโดยได้รับคำชี้แนะจากเจ้าสำนักม่อจื้อหลังจากนั้นก็ได้หาทางกลับไปยังรัฐจ้าวเพื่อพบกับเถาฟาง เนื่องจากเซี่ยงเส้าหลงมีบุคลิกภาพที่ดีและหน้าตาหล่อเหลาจึงเป็นที่ชื่นชอบของหลายคนจึงมีสตรีมากมายมาชอบ เป็นเหตุให้ต้องต่อสู้อยู่บ่อยๆในการต่อสู้แต่ละครั้งเซี่ยงเส้าหลงใช้กลวิธีในยุคปัจจุบันเข้ามาช่วยจึงทำให้ชนะ แต่ศัตรูในรัฐจ้าวคือ จ้าวมู่คอยที่ใส่ร้ายและคิดกำจัดเซี่ยงเส้าหลง เพราะเซี่ยงเส้าหลงนั้นมีผลงานในการทำงานที่ดีต้าอ๋องแห่งรัฐจ้าวจึงชื่นชอบกว่า แต่เซี่ยงเส้าหลงนั้นรู้ประวัติศาสตร์ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้นั้นได้ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ในรัฐจ้าวจึงคิดช่วยเหลือและพาหลบหนีกลับรัฐฉิน ในขณะที่อยู่ในรัฐจ้าวนั้นเซี่ยงเส้าหลงได้สูญเสียคนรักไปมากมายเพราะจ้าวมู่ฆ่าแต่ในขณะช่วยเหลือจิ๋นซีฮ่องเต้นั้นเกิดการผิดพลาดจิ๋นซีตัวจริงตายเซี่ยงเส้าหลงจึงเอา เสี่ยวผ่านลูกศิษของตัวเองและเป็นลูกที่ติดมากลับคนรักคนหนึ่งของตนเองสวมบทปลอมเป็นจิ๋นซีตัวจริง แต่เมื่อไปถึงรัฐฉินเซี่ยงเส้าหลงก็ต้องเจอกับการต่อสู้ชิงอำนาจของขุนนางต่างๆในรัฐฉินแต่เซี่ยงเส้าหลงก็สามารถที่จะเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง และยังสามารถกลับไปแก้แค้นจ้าวมู่ที่รัฐจ้าวได้ เนื่องจากในยุคนั้นสตรีมีมากกว่าบุรุษดังนั้นเซี่ยงเส้าหลงจึงมีภรรยาหลายคนในบรรดาคนเหล่านนั้น จี้เอียนหยานเป็นคนที่สวยที่สุด และเป็นที่หมายปองของหลายคน เซี่ยงเส้าหลงจึงต้องต่อสู้อีกมากมายจึงจะได้มาครอบครองและนางก็สามารถช่วยเหลื่อเซี่ยงเส้าหลงได้หลายอย่าง หลังจากผลักดันให้เสี่ยวผ่านขึ้นครองบัลลังสำเร็จช่วงนั้นต้องต่อสู้กลับ หลี่ปู้เว่ยซึ่งเป็นคนที่ฉลาดและมีอำนาจมากในสมัยนั้นทำให้เซี่ยงเส้าหลงสูญเสียคนที่ตนรักไปอีกมากมายและในช่วงที่อยู่ในรัฐฉินนั้นเซี่ยงเส้าหลงต้องเดินทางไปรัฐต่างเพื่อที่จะคลี่ยคลายปัญหาต่างๆเพื่อที่จะให้จิ๋นซีฮ่องเต้สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นเพราะในยุคนั้นแผ่นดินจีนแบ่งออกเป็นหลายรัฐ หลังจากเสี่ยวผานได้เป็นฮ่องเต้นั้นได้ถูกสภาพแวดล้อมต่างๆทำให้นิสัยเปลี่ยนไปและการที่กลัวว่าเซี่ยงเส้าหลงจะเปิดเผยถานะที่แท้จริงของตนออกไปจึงคิดที่จะฆ่าปิดปาก เซี่ยงเส้าหลงแต่เซี่ยงเส้าหลงสามารถหนีลอดออกมาได้โดยขุดอุโมงบริเวณสุสานหนีออกนอกเมืองไปอยู่ในชนบทเพื่อที่ต้องการใช้ชีวิตแบบธรรมดาแต่ในขณะที่หนีนั้นความจริงเสี่ยวผ่านสามารถที่จะติดตามและฆ่าเซี่ยงเส้าหลงได้แต่เสี่ยวผ่านไม่ทำเพราะบังเอิญไปเห็นป้ายหลุมศพของแม่แท้ๆของตนเองและพี่สาวต่างมารดาที่เคยร่วมทุกร่วมสุขกันมาก่อนจึงสั่งยุติการติดตามปล่อยให้เส้าหลงหนีไปได้และหลังจากนั้นก็สามารถรวบรวมแผ่นดินจีนและสร้างกำแพงเมืองจีนได้สำเร็จหลังจากสวรรคตแล้วลูกชายบุญธรรมของเซี่ยงเส้าหลงสามารถที่จะกลับมาเป็นฮ่องเต้ได้โดยมีชื่อว่า ฌ้อป๋าอ๋องซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของจีนแต่ก็ตายเพราะการทำสงครามแย่งชิงอำนาจ
ในการย้อนอดีตนั้นเซี่ยงเส้าหลงมิได้บิดเบือนประวัติศาสตร์แม้แต่น้อยเพียงแต่เขาสามารถนำความรู้ในยุคที่เขาอยู่ไปใช้เป็นประโยชน์ และเขาก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคนั้นได้อย่างดี




ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  110.49.205.39   ตอบเมื่อ 01 ต.ค.53 เวลา 13:09
 ความคิดเห็นที่  16



ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง เจาะเวลาหาจิ๋นซี



1 . มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ชอบต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกัน

2 . ความโลภทำให้มนุษย์สามารถสิ่งที่ผิดศีลธรรมได้โดยไม่เกรงกลัวต่อบาป

3 . มนุษย์คิดถึงแต่ตัวเองไม่สนใจผู้อื่น

4 . มนุษย์มักจะแสวงหาลาภยศสรรเสริญ

5 . การที่มีบุคลิกภาพดีมักจะเป็นที่ชื่นชมของผู้อื่น

6 . เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีแต่ถ้าสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีก็ทำให้เป็นคนไม่ดีได้


เจาะเวลาหาจิ๋นซีเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาการปรับตัวอย่างไร



1. บุคลิกภาพท่าทางการแสดงออกของตัวพระเอกเซี่ยงเส้าหลงเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดีทำให้เป็นที่ชื่นชมของ
สตรีในเรื่องและได้รับการเอ็นดูจากผู้หลักผู้ใหญ่ของแคว้นต่างๆและสามารถทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

2. วิถีชีวิตของจิ๋นซีฮ่องเต้ในสมัยที่เป็นเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีมั่วสุมสุรานารีตั้งแต่เด็กๆและชอบทำร้ายผู้อื่นเนื่องจากไม่มีใครคอยอบรมเลี้ยงดูเพราะบิดาเสียตั้งแต่เด็กแต่พอได้เซี่ยงเส้าหลงมาเป็นอาจารย์คอยสั่งสอนเลี้ยงดูทำให้เป็นคนดีขึ้น

3. ตัวของเซี่ยงเส้าหลงเป็นคนที่มีสุขภาพจิตที่ดีเพราะยอมรับความผิดพลาดและความเสียใจที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทำให้งานเสียไปและยังเป็นคนที่มีสติและสมาธิดีสามารถแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี

4. หลีปู้เว่ยเป็นตัวร้ายในเรื่องเป็นคนที่ถนัดการใช้จิตวิทยาในการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นและยังใช้จุดอ่อนของผู้อื่นให้เป็นประโยชน์ทำให้ตัวเองได้ดี

5. จี้เอี้ยนหนานเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพสุขุมเยือกเย็นและฉลาดหลักแหลมทำให้สามารถคิดอ่านแผนการช่วยเหลือเซี่ยงเส้าหลงได้มากแต่เป็นคนที่กำพร้ามาตั้งแต่เด็กทำให้ขาดความอบอุ่นเมื่อเจอเซี่ยงเส้าหลงจึงรักอย่างหมดหัวใจเพราะเซี่ยงเส้าหลงเป็นบุรุษที่แตกต่างจากผู้อื่นในสมัยนั้นโดยที่ไม่เอาเปรียบผู้หญิงและถนุถนอมเป็นอย่างดี

6. จิ๋นซีฮ่องเต้ในตอนที่เป็นวัยรุ่น( อิ๋งเจิ้น ) นั้นสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆและสามารถวางตัวได้เหมาะสมกับสถานะการณ์ได้เป็นอย่างดีจึงเป็นคนดีสามารถใช้คนและสามารถรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  110.49.205.39   ตอบเมื่อ 01 ต.ค.53 เวลา 13:13
 ความคิดเห็นที่  17

เรื่องที่ 6 เรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ



ตัวเอกในนิยายไม่แน่ว่าต้องเป็น "คนดี" หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของนิยายคือสร้างสรรค์ตัวละคร ทั้งคนดี คนชั่ว คนดีที่มีข้อบกพร่อง คนชั่วที่มีจุดเด่นทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่นำมาเขียนได้ แผ่น ดินจีนในยุคสมัยคังฮีฮ่องเต้ บุคคลเช่นอุ้ยเซี่ยวป้อมิใช่เป็นไปไม่ได้ นักเขียนสร้างสรรค์บุคคลคนหนึ่ง ไม่แน่ว่ามีเจตนาให้เป็นแบบลักษณะที่แน่นอน เพียงแต่บรรยายว่ามีบุคคลเช่นนี้ ไม่ได้ชักชวนให้นักอ่าน ลอกเลียนความประพฤติของพวกเขา

อุ้ยเสี่ยวป้อ เป็นนิยายเรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง ซึ่ง เหง่ยคัง ถือว่าเรื่องนี้เป็นสุดยอดพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า " ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้ " ความเป็นยอดของเรื่องนี้อยู่ที่เป็นนิยายกำลังภายในที่ไม่ใช่นิยายกำลังภายใน นิยายกำลังภายในโดยทั่วไปมีขนบในการแต่งที่เห็นได้ง่ายอยู่สองประการคือ ตัวเอกต้องเป็นจอมยุทธหรืออย่างน้อยต้องมีวิทยายุทธ และตัวเอกต้องเป็นคนดีในแง่ของคุณธรรม แต่อุ้ยเสี่ยวป้อในเรื่องนี้มีลักษณะตรงข้ามกับขนบดังกล่าวทุกประการ ลักษณะดังกล่าวไม่เคยปรากฏในนิยายกำลังภายในเรื่องใดมาก่อน และเหง่ยคังว่าไม่มีเรื่องอื่นอีกต่อไป เรื่องนี้กิมย้งหันกลับไปใช้ประวัติศาสตร์จีนสมัยจักรพรรดิคังซี แห่ง ราชวงศ์ชิง มีส่วนสะท้อนการเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่หลังปฏิวัติวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย แต่ความเด่นอยู่ที่สะท้อนธรรมชาติวิสัยมนุษย์ในสังคมปัจจุบันที่ต้องลดมาตราฐานศีลธรรมลงเพื่อความอยู่รอด เป็นนิยายที่มุ่งสะท้อนความจริงมากกว่าจะชี้นำผู้อ่านอย่างที่กิมย้งเคยสอดแทรกไว้ในแทบทุกเรื่องนับเป็นการแหวกวงล้อมครั้งยิ่งใหญ่ของนักประพันธ์เอกผู้นี้



เรื่องย่อ อุ้ยเสี่ยวป้อ (เขียนได้น่าอ่านมาก)




ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.255:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 02 ต.ค.53 เวลา 21:57
 ความคิดเห็นที่  18



ผีสาวแสนสวยในเมืองแม่ม่าย ผีที่น่ารักที่สุดในโลก

.....................................อุ้ยเสี่ยวป้อ

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.193.255:172.1.8.34   ตอบเมื่อ 02 ต.ค.53 เวลา 22:01
 ความคิดเห็นที่  19



ยังไม่ใช่ อันดับ ๗

อีกสองเรื่องต่อไปนี้ ถือว่าเป็นผลพวงจาก อันดับ ๑

คือ

จอบดาบหิมะแดง

และ

ดาบจอมภพ



ผลงานเรื่องหนึ่ง ที่โด่งดัง ในหลาย ๆ เรื่องของ โกวเล้ง อัจฉริยะปีศาจ แห่งวงการนิยายกำลังภายใน ( บู๊เฮี๊ยบ )กับ ตัวละคร อย่าง โป้วอังเสาะ จอมยุทธผู้มีดาบ การแต่งกาย และ นัยตา ดำสนิท ผู้นี้ กับ การผจญภัย
เดี่ยว ๆ ของเขา ภายหลังจากปรากฏกายเป็นครั้งแรกในเรื่อง " ดาบจอมภพ " เคียงคู่เอี๊ยบไค ทายาท " เซียวลี้ปวยตอ " อันลือลั่น ครั้งนี้ โป้วอังเสาะ ต้องเผชิญกับ พรรค " 5 นิ้ว" และ บุรุษสุดอันตราย " กงจื้ออู้ "

โป้วอังเสาะ ยังคงเป็น วีรบุรุษ ในชุดนิยายของโกวเล้ง ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ทั้ง ขาที่เป๋ข้างหนึ่ง พร้อมกับ โรคประจำตัว ลมบ้าหมู บุคลิก อันเย็นชา ลึกลับ และ .. รันทด โศกเศร้า จากความ " หลัง " ของอดีต ที่ตาม
รังควาญตน นัยว่า โป้วอังเสาะ ระบายความขุ่นแค้นของตนต่อผู้อื่นอย่างรุนแรง ต่างจาก ลี้คิมฮวง ที่เก็บกั้น ความขุ่นแค้นทั้งของตนและของผู้อื่นในใจไว้กับตนแต่เพียงผู้เดียว อดีตของโป้วอังเสาะ ก็ยังคงมืดมนเสมือน
ดาบของมัน หากแต่สิ่งที่ไม่มืดมนกลับเป็นแววตาของโป้วอังเสาะ ที่สามารถมองในความมืดได้ รวมทั้ง หัวใจ ที่มองทะลุความมืดมิดแห่งความหวังของชีวิตได้เช่นกัน ใน " จอมดาบหิมะแดง " ยังคงมีร่องรอยต่อจากเรื่อง " ดาบจอมภพ " อยู่ ทั้งการกล่าวถึง เอี๊ยบไค รวมทั้ง ลี้คิมฮวง ประปราย นับเป็นวิธีที่โกวเล้งมักใช้ ให้เรื่องราวใน นิยาย ของตนแต่ละเรื่องมีส่วน "เชื่อมโยง" กัน เมื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกันทำให้เนื้อหาใน ยุทธจักรของ โกวเล้ง ดู กว้างใหญ่ไพศาล เหลือเกิน เนื้อหาของ " จอมดาบหิมะแดง " ยังคงวนเวียน อยู่กับ คุณธรรมน้ำมิตร, การหักหลัง ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลายต่อหลายชั้น เต็มไปด้วย "หลุม" ที่ล่อหลอกผู้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง , หญิงร้าย ชายร้ายยิ่งกว่า , ตัวละครแปลกประหลาดทางกาย แต่ ปกติทางจิต , ตัวละครที่ผิดปกติทางกาย แต่ จิตใจกลับเข้มแข็ง เหล่านี้เป็นส่วนที่ปรากฏชัดยิ่ง ใน นิยายของโกวเล้ง การสะท้อนภาพความกลอกกลิ้งของบุคคลในสังคม ก็เป็นจุดเด่นในงานของโกวเล้ง ผ่านทางตัวละครที่น่าไว้วางใจ หรือ การสะท้อนภาพการใช้อำนาจที่ผิด ๆ ก็ล้วนปรากฏในเรื่องนี้ แต่ "จอมดาบหิมะแดง" ก็ยังสะท้อนภาพความรุนแรง ชัดแจ้ง และ กลาดเกลื่อน กว่าในนิยายเรื่องก่อนหน้านี้ เนื่องด้วยความผันแปรทางอารมณ์ของตัวละคร และ การ"จงใจ" สร้างความต่างในแต่ละตัวละคร ของโกวเล้ง ทำให้ ตัวละคร " โป้วอังเสาะ " โดดเด่น ขึ้นมาเป็นที่จดจำ ไม่ห่างนักจาก ลี้น้อยมีดบิน และ จอมโจร ชอลิ้วเฮียง

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""" จาก series4fun.com/

ผู้ส่ง  หน.    email     url     ip  183.88.114.76   ตอบเมื่อ 03 ต.ค.53 เวลา 10:35
 ความคิดเห็นที่  20

หน.ดม
แล้ว หงษ์ผงาดฟ้า เล็กเซียวหงษ์ ของผมไปไหน
พี่สังคมช่วยโหวตให้ด้วยคน

ผู้ส่ง  peep    email     url     ip  118.173.248.118:192.168.2.173   ตอบเมื่อ 04 ต.ค.53 เวลา 09:49
 ความคิดเห็นที่  21


เอาเลยครับสำหรับ ท่าน peep และคอนิยายกำลังภายในทุกท่าน 555

อันดับ 7 เรื่อง หงส์ผงาดฟ้า หรือ เล็กเซียวหงส์




เล็กเซี่ยวหงส์ : เป็นนิยาย แนว เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ผสม เจมส์บอนด์ ในรูปแบบกำลังภายใน สนุกสนานในอันดับต้น ๆ อีกเรื่องหนึ่ง ของ โกวเล้ง
เล็กเซี่ยวหงส์ : จอมยุทธรูปงาม จอมเจ้าชู้, จนสาวๆ มักให้ฉายาเขาว่า ปีศาจราคะ : บุรุษสี่คิ้ว (2คิ้ว +2หนวดงาม), ฉายา จอมยุทธ "ดัชนีสัมพันธ์จิตใจ" ที่สามารถหยุดอาวุธทุกชนิดในแผ่นดิน ด้วยนิ้วมือของเขา , ฉายา จอมยุทธที่มี "วิชาตัวเบา" อันดับต้นๆในแผ่นดิน ,ชมชอบการผจญภัย และความตื่นเต้น ชอบช่วยเหลือ และมีชื่อเสียงของการสอบสวนคดีต่างๆ แต่ที่เป็นจุดเด่นเรื่องหนึ่งของเขาคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตลกขบขัน มีคนกล่าวว่า เล็กเสี่ยวหงส์ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล และเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอก (ผู้หญิงที่จะจับเขา บอกว่าเล็กเสี่ยวหงส์คงจับไม่ได้ง่าย เพราะลื่นยิ่งกว่าปลา แถมยังเท่าทันมารยาหญิง เพียงแต่เขาไม่แสดงออกว่าเขารู้)
-นิ้วมือของเล็กเสี่ยวหงส์ (ที่ใช้คีบอาวุธ) เป็นนิ้วมือคู่ที่มีค่าที่สุดในยุทธภพ ไม่ว่าจะใช้คีบจับอะไร ย่อมได้ และเคยใช้ช่วยชีวิตของเล็กเสี่ยวหงส์มานับครั้งไม่ถ้วน ไซมิ้งเคยพูดว่าอยากจะขอแลกนิ้วมือคู่นี้ของเล็กเสี่ยวหงส์มาใช้จะได้หรือไม่ เล็กเสี่ยวหงส์บอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าไซมิ้งจะเอาอะไรมาแลก ไซมิ้งตอบว่า เอานิ้วมือของเขามาแลก เล็กเสี่ยวหงส์ตอบว่านิ้วมือของเขามีค่าที่สุดในยุทธภพ ต่อให้ไซมิ้งเอานิ้วมือของตัวเองมาแลก เกรงว่าจะแลกได้เพียงนิ้วเท้าของเขา (อ่านแล้วขำมาก เล้กเสี่ยวหงส์เป็นคนที่พูดจาฉลาด ทันคนอย่างมาก)
-เล็กเสี่ยวหงส์โดนกล่าวว่า เป็นตัวโง่งมที่สุดตัวหนึ่ง นั่นเพราะเขาฉลาดมาก ไม่มีใครสามารถทำร้ายเขาได้ นอกจากเขาทำร้ายตัวเอง เนื่องจากเล็กเสี่ยวหงส์จะคิดถึงผู้อื่นก่อนตัวเองเสมอ ทำให้บางครั้งการกระทำของเขาที่คิดถึงผู้อื่นก่อน ทำให้ตัวเองเหมือนโดนทำร้าย
- เล็กเซี่ยวหงส์ ออกเร่ร่อนในวงนักเลงเมื่ออายุ 14 ปี ตราบทุกวันนี้อายุ 29 ปี เคยคบหาสตรีมาอย่างน้อยร่วม 500 คน ตอนที่มันนอนหลับมิอาจไร้สตรีหลับนอนด้วย "ข้าพเจ้าชมชอบสตรี ชมชอบสตรีที่งดงาม ชมชอบการพนัน ชมชอบดื่มกิน ชมชอบแทบตาย" รู้จักทอดลูกเต๋าตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ มันหากต้องการให้ออกแดง ลูกเต๋าจะไม่ปรากฏจุดสีดำแม้สักแต้มเดียว เล็กเซี่ยวหงส์ รู้จักคำพูดด่าคนไม่มากนัก มีคนเล่าว่า มันเพียงรู้จักคำด่าคนของท้องถิ่นต่างๆ ทั้งสิ้นเพียง 6-700 คำเท่านั้น แม้วิชาดื่มสุราของมันก็เทียบถึงขั้น ปรมาจารย์ บางครั้งหลังจากดื่มสุรา ยังแจ่มใสกว่าเมื่อตอนไม่ดื่ม, กระทั่งปฎิกิริยาก็ปราดเปรียวกว่าปกติมากนัก ไม่เพียงชาติกำเนิดจะลึกลับดำมืด แม้วิชาฝีมือก็มิอาจสืบทราบได้ว่าสืบทอดมาจากสำนักเที่ยงแท้ใด เรียนรู้วิชาสูดดมกลิ่นจาก "ฮวยมั่วเล้า" สหายตาบอด ราวกับเป็นคนตาบอดเสียเอง บรรเลงเพลงอาวุธ ฝีมือของผู้อื่นได้อย่างยอดเยี่ยม วิชาตัวเบา ปีกคู่เหินเวหาเลิศล้ำกว่า "ซีคงเตี๊ยะแช" ผู้ซึ่งมีคนกล่าวว่ามีตัวเบาเลิศล้ำที่สุดในยุทธจักร วิชา "นัยน์ตาราตรี" ของมัน แม้ไม่สูงเด่นเทียมกับโป๊วอั้งเสาะ แต่ในห้องมีเพียงแสงดาว เลือนลาง ไม่มีโคมไฟ มันถึงกับสามารถนับเม็ดเหงื่อ ณ ปลายนาสิกโฉมสะคราญได้ แต่สุดยอดแห่งวิชาฝีมือของเล็กเซี่ยวหงส์กลับเป็นนิ้วมือ ! นิ้ว 2 นิ้ว ยุทธจักรรับรู้อย่างปราศจากข้อกังขาว่าเล็กเซี่ยวหงส์ไม่เคยพาดาบพกกระบี่หรือของมีคมติดตัว ลำพังเพียงนิ้ว 2 นิ้วของมันก็เกินพอแล้ว วิชา "ดรรชนีสัมพันธ์จิตใจ" อันรวดเร็วยิ่ง อันเป็นท่าไม้ตายที่ไม่เคยมีมาแต่โบราณกาล ซึ่งในยามใช้ออก ผู้ใดก็มิอาจเห็นชัดตาว่า นิ้ว 2 นิ้วของมันยื่นออกมาจากที่ใดถึงกับคล้ายจะยื่นออกมาจากหัวใจ จุดอ่อนอย่างยิ่งของมันเห็นจะเป็น??? ความมากน้ำใจ
คนชนิดหนึ่งที่ยินยอมกระทำทุกเรื่องราวเพื่อสหาย ? นั่นคือ มัน !
"หลายปีมานี้เล็กเซี่ยวหงส์ สมควรตายหลายครั้ง แต่จนบัดนี้เล็กเซี่ยวหงส์ ยังมีชีวิตอยู่ เนื่องเพราะเล็กเซี่ยวหงส์ ยังมีสหาย มีสหายอยู่มากหลาย "
แบบออกเป็นตอนๆ มีทั้งหมด 7 ตอน ดังนี้
1. หงส์ผงาดฟ้า
เรื่องย่อ ... เจ้าเมืองกิมก๊ก หนีมาแผ่นดินใหญ่ โดยให้ 3 ขุนนางขนทรัพย์สมบัติสำหรับกู้ชาติมาด้วย แต่ 3 ขุนนางเล่นไม่ซื่อด้วยการฮุบสมบัติไว้เอง เจ้ากิมก๊ก เลย ต้องเรียก เล็กเซี่ยวหงส์ มาสืบหาและทวงหนี้ แต่งานกลับตาลปัตรกว่าที่คิด และยังมีหอเสื้อเขียวที่น่ากลัวอยู่เบื้องหลังด้วย
2. จอมโจรปักดอกไม้
เรื่องย่อ ... เกิดคดีปล้นสดมภ์ครั้งมโหฬาร ติดต่อกัน โดยทิ้งไว้แต่ผ้าปักดอกโบตั๋นสีดำไว้ดูต่างหน้า มือปราบอันดับหนึ่งจึงต้องมาเชิญเล็กเซี่ยวหงส์ มาจับคนร้าย หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่ สมาคมรองเท้าแดงที่คนรักของเล็กเซี่ยวหงส์เป็นสมาชิกอยู่ แต่ความจริงกลับไม่ง่ายอย่างนั้น
3. สองนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
เรื่องย่อ ... การประลองระหว่าง 2 สุดยอดมือกระบี่ ที่ยอดหลังคาวังหลวง นำมาซึ่งทุกความสนใจ ซึ่งสุดท้ายแล้วการประลองกลายเป็นเพียงม่านควัน สำหรับพรางปฏิบัติการครั้งใหญ่
4. บ่อนพนันเบ็ดเงิน
เรื่องย่อ ... ทายาทนิกายอสูร ถูกสังหารในบ่อนพนัน และป้ายจอมภูต ที่ใช้แสดงการเป็นเจ้าสำนักถูกขโมยไปด้วย ผู้ต้องสงสัย คือ เล็กเซี่ยวหงส์ ต้องออกเดินทางไปพร้อมผู้คุมกฏทั้ง 3 เพื่อล้างมลทิน และชิงป้ายกลับมา
5. หมู่ตึกภูตพราย
เรื่องย่อ ... มีการสร้างองค์การลับ สำหรับผู้ที่ถูกไล่ต้อน จนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งเล็กเซี่ยวหงส์ ผู้ถูกกล่าวหาว่าล่วงเกินภรรยาของสหาย ก็ถูกไล่ล่าจนเข้าไปร่วมขบวนการด้วย ทั้งหมดคือแผนเพื่อชิงความเป็นเจ้ายุทธจักร
6. เกาะมหาภัย
เรื่องย่อ ... เล็กเซี่ยวหงส์ เดินทางท่องเที่ยวทะเลไปกับเรือซึ่งมีการขนสมบัติมหาศาล และถูกปล้นกลางทะเล เขาต้องเข้าไปติดเกาะซึ่งเต็มไปด้วยสุดยอดฝีมือ ที่มุ่งทำงานร้ายอยู่
อีกเล่มคือ กระบี่พิโรธ ผมไม่แนะนำครับ
ตังละครที่สำคัญ
ไซมึ้งซวยเสาะ
เจ้าของฉายา เป่าหิมะแดง บุรุษชุดขาวท่าทางเย็นชา หยิ่งทรนง ผู้ได้รับกล่าวขวัญว่าเป็นเทพเจ้าแห่งกระบี่ ใต้หล้าไม่เคยพ่ายแก่ผู้ใด และใต้หล้าเขามีสหายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ หงส์น้อยแซ่เล็ก(เล็กเซียวหงส์) บุรุษผู้มีสี่คิ้ว(นับหนวดกระจุ๋มกระจิ๋มที่ริมปาก) บุรุษนี้มีนิ้วดัชนีไร้พ่าย เป็นบุรุษเจ้าสำราญ แตกต่างลิบลับกับไซมึ้งซวยเสาะ แต่ทั้งสองคือสหาย
เป่าหิมะแดง ฉายานี้เกิดจากไซมึ้งซวยเสาะเมื่อสังหารศัตรูด้วยคมกระบี่ เขาจะยกปลายกระบี่ขึ้นเหม่อมองหยดเลือดที่ติดอยู่อย่างเหม่อลอย แล้วเป่ามันเบาๆให้ล่องลอยไปกับสายลม เลือดสีแดงเท่านั้นที่เขาเป่า หาใช่หิมะแต่อย่างใด กระบี่กับเขาหลอมเป็นหนึ่งเดียวยากแยกแยะเพราะ ใจเขาอยู่ที่กระบี่ น้อยคนที่ผนึกกำลังใจได้เช่นนี้ มันต้องทุ่มเทจิตวิญญาณมากน้อยเท่าใด กว่าจะหลอมเป็นหนึ่งกับกระบี่ ดังนั้นมันจึงเดียวดายยิ่ง ทรนงยิ่ง เฉกเช่นจอมคนที่อยู่บนที่สูงย่อม อ้างว้าง เดียวดาย เพราะไร้ผู้คู่ควรให้คบหาและประลอง
เจ้านครเมฆขาว อ๋องผู้ครอบครองดินแดนถิ่นเหนืออันหนาวเหน็บ เมฆลอยล่อง สีขาวนวล ท้องทุ่ง ล้วนขาวโพลนไปด้วยหิมะ ด้วยบุคลิกความเป็นเชื้อสายเจ้า พาให้ตัวเขาอยู่อย่างสูงส่ง ทรนงและอ้างว้าง แต่แววตาซ่อนไว้ด้วยความเจ็บปวดอย่างยากจะลบเลือน ใช่เพราะเขาพลาดตำแหน่งฮ่องเต้แห่งแผ่นดินไป ผู้ที่ได้ไปหาใช่ใครอื่นคือหลานชายของเขาเอง ด้วยเหตุนี้เขาจึงพกพาความเจ็บช้ำ ดั้นด้นสุดขอบแดนและคลองที่นั่น ด้วยตำแหน่งอ๋อง ฉายาเจ้านครเมฆขาว อีกบุรุษหนึ่งที่ไม่เคยพ่ายให้แก่ผู้ใด กระบี่ที่รวดเร็ว กล้าแกร่ง และเป็นเอก ยากนักในพิภพจะหาคู่ต่อกรได้ เพราะกระบี่อยู่ที่ใจ ใจเขามีอะไรเล่า กระบี่จึงเข้าไปครอง ใครเล่าฝึกปรือได้ถึงปานนั้น กระบี่อยู่ที่ใจ ใช่ใจมันต้องเปิดรับกระบี่อย่างท่วมท้น ยากจะมีสิ่งอื่นใดเข้าเบียดบัง มันจึงไร้เทียมทานเรื่อยมา
บุรุษชุดขาวสองคน ยืนเผชิญหน้ากันอย่างสงบนิ่ง กระบี่ต่างห้อยอยู่ที่หว่างเอว ไซมึ้งซวยเสาะยังคงสงบนิ่งอย่างยิ่ง เย็นชาอย่างยิ่ง มันเหม่อมองไปข้างหน้า จ้องมองกระบี่ของเจ้านครเมฆขาวอย่างพอใจ ใช่มันพานพบคู่ต่อสู้ที่รอมานานและคู่ควรกับมันใช่หรือไม่ ในใจมันต่างลิงโลด เจ้านครเมฆขาวก็เช่นกันมันจ้องมองกระบี่ของไซมึ้งซวยเสาะอย่างพินิจ และท่าทางทรนงอย่างยิ่ง หลายปีมานี้มันเดียวดายและอ้างว้างเกินไป วันนี้นับว่าสมใจ ผู้ใดคู่ควรปะมือกับไซมึ้งซวยเสาะ มันสมควรพึงใจ เทพแห่งกระบี่ไร้พ่าย ใครเล่าจะไม่ยินดี
ประกายกระบี่สองสาย แลบ แปลบปลาบ วิ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เสียงหวีดหวิว และเสียงลม พัดอื้ออึง ไม่มีผู้ใดมองทั้งสองได้ทัน ความเร็วระดับนี้ เกินขีดมนุษย์ไปแล้ว หรือพวกมันคือเทพพระเจ้าลงมาจุติกันแน่ เพลงกระบี่ถึงได้เลอเลศ รวดเร็วปานนั้น
ฮวยมั่วเล่า
น้องชายที่ 7และอายุน้อยที่สุดของครอบครัวตระกูลฮวย ที่มีชื่อเสียงและมั่นคั่ง, ตาบอดโดยโรคตั้งแต่เด็ก จึงมีประสาทสัมผัสดีเยี่ยม เป็นคนที่เต็มไปด้วยความรักและศรัทธาต่อมวลมนุษย์และชีวิต เต็มไปด้วยความหวังต่ออนาคต ไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังท้อแท้ที่ตัวเองตาบอด ฮวยมั่วเล้ากล่าวว่า "ท่านสามารถมีชีวิตอย่างเบิกบานหรือไม่ มิใช่อยู่ที่ท่านเป็นคนตาบอด หรือไม่บอด หากขึ้นอยู่กับท่านมีความรักต่อชีวิตของตัวเองหรือไม่ ต้องการมีชีวิตอย่างสุขสันต์หรรษาหรือไม่", หูของเขาสามารถฟังเสียงของหิมะที่ตกบนหลังคา จมูกของเขาสามารถดมกลิ่นน้ำตา เลือดของบุคคล ห่างกว่า 20 ลี้, สามารถแยกแยะ และค้นหาบุคคลโดย การดมกลิ่น ของลมหายใจหรือกลิ่นเหงื่อของคน ,ประสาทสัมผัสมือของเขาสามารถค้นหาแยกแยะบุคคลด้วยการสัมผัสผมของบุคคลนั้น, นอกจากนั้นยังมีสัมผัสที่หก สามารถรู้สึกถึงอันตรายจากหลายสิบลี้ ถึงแม้ว่าจะตาบอด ฮวยมั่วเล่า ก็ฝึกหัดวิทยายุทธตั้งแต่เด็ก เขามีความรู้มากมาย ในวิทยายุทธ สามารถใช้เพลงยุทธจากสำนักใดๆก็ได้ เพราะ ในความรู้สึกของ ฮวยมั่วเล่า เพลงยุทธมีเพียงหนึ่งเดียว นอกจากนั้น ฮวยมั่วเล่าสามารถใช้"ดัชนีสัมพันธ์จิตใจ"ของเล็กเซียวหงส์ได้ดีด้วย
คนผู้หนึ่งล้มลงไปแล้ว ทุกอย่างพลันสงบนิ่ง สงบอย่างยิ่ง จนเยือกเย็น สายลมแผ่วมาเบาๆ บุรุษหนึ่งพลันยกปลายกระบี่ขึ้นเพ่งมองหยดเลือดอย่างซึมเซา เหม่อลอย พลันเป่าเบาๆ หยดเลือดก็แตกกระจาย ล่องลอยไปกับสายลม เทพแห่งกระบี่ไร้พ่ายจริงๆ ไซมึ้งซวยเสาะบุรุษที่ผนึกใจสู่กระบี่ พิชิตเจ้านครเมฆขาวผู้ผนึกกระบี่เข้าสู่ใจ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า ผู้ใดจักสามารถอธิบายความพ่ายแพ้ของเจ้านครเมฆขาวได้
หลวงจีนสัตย์ซื่อ
เป็นสหายของเล็กเสี่ยวหงส์ เป็นคนที่ไม่พูดปด และพูดคำไหนคำนั้น เล็กเซี่ยวหงส์กล่าวว่า "หากคนผู้นี้บอกว่าจะคลานไปสิบลี้ รับประกันว่าไม่คลานเพียงเก้าลี้ครึ่ง เนื่องเพราะมันคือหลวงจีนสัตย์ซื่อ


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  222.123.142.244   ตอบเมื่อ 04 ต.ค.53 เวลา 13:53
 ความคิดเห็นที่  22



อันดับที่ 8 เซียวจับอิดนึ้ง



เรื่องนี้ผมต่อขออนุญาต พี่ Bigsu นิดนึงครับ


เ เซียวจับอิดนึ้งเป็นนวนิยายจีนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักโรแมนติกที่สุดของโก้วเล้ง ว่าด้วยเรื่องราวของจอมโจรที่เกิดและเติบโตท่ามกลางป่าเขา จึงมีสัญชาตญาณของสุนัขป่า เขาเป็นลูกคนที่ 11 ของครอบครัว ว่ากันว่าเขามีฝีมือรวบรัดชัดเจนที่สุดในรอบ 500 ปี พฤติการณ์ของเขาคือเป็นโจรที่ปล้นคนเลวช่วยคนจน และสุดท้ายได้พบรักกับคนที่มีคู่หมั้นหมายแล้ว ทำให้ต้องเจ็บปวดใจ รวมทั้งต้องเผชิญหน้ากับเทพเจ้าสำราญผู้มีฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาดที่แม้กระทั่งเขาก็มิใช่คู่มือ ถึงแม้ว่าจะมีดาบวิเศษ ที่มีชื่อว่า ดาบล่ากวาง อยู่ในมือก็ตาม
ฮวงซี่เนี่ย....โฉมงามผู้อาภัพรัก
ฮวงซีเนี้ย
ใต้ปลายปากกาของโกวเล้งกล่าวได้ว่า ฮวงซีเนี้ย นับเป็นสตรีที่รู้จักการดำรงชีวิตที่สุด
- นางรู้จักสวมใส่อาภรณ์ใดในสภาพแวดล้อมใด
- นางรู้จักกล่าววาจาประโยคใด กับบุคคลประเภทไหน บางครั้งนางได้กล่าววาจาตามที่นางต้องการกล่าวออกไป บางครั้งนางถึงกับกล่าววาจาที่ละคายหูยิ่ง แต่มีบางครั้งนางกล่าววาจาอันไพเราะที่สุดราวกับรู้ว่าคู่สนทนาต้องการรับฟังสิ่งใดก็ปาน
- ด้านการต่อสู้นางรู้จักที่จะใช้กระบวนท่าใดไปพิชิตคู่ต่อสู้ บางครั้งนางเกลี้ยวกราด บางครั้งนางเผ็ดร้อน แต่มีบางครั้งนางกลับไร้เดียงสาราวทารกน้อย
"ฮวงซี่เนี่ย"..ปรากฎตัวครั้งแรกใน"จับอิดนึ้ง" ขณะกำลัง(แก้ผ้า)อาบน้ำ แล้วมีเหล่าโจรแอบมอง นางจึงแสดงฝีมือให้เห็นว่า นางเป็นหญิงสาวที่ไม่ควรถูกมองแค่"ความงาม" นางจึงจัดการเหล่าโจรที่แอบมองนางด้วยการทำร้ายดวงตาจนบอด...ไม่ให้ไปถ้ำมองสาวไหนอีก
เป็นการเปิดตัวที่อลังการมาก...ในสายตาของผมสำหรับหญิงสาวที่ยิ่งเมามายยิ่งงดงามคนนี้
"ฮวงซี่เนี้ย"ปรากฎตัวครั้งแรก ราวกับเป็น"นางเอก"เธอ"ครบเครื่อง"ทั้งบุ๋นและบู๊
ฮวงซี่เนี่ย..เป็นหนึ่งในตัวละคร กำลังภายในที่หลายคนชื่นชอบ
นางมิใช่"นางเอก"ของเรื่อง..เนื่องเพราะไม่ได้จับคู่กับ จับอิดนึ้ง ซึ่ง"คู่"ของ"จับอิดนึ๊ง" คือ "ซิมเปียะกุน" โฉมสะคราญอันดับหนึ่งจากตระกูล"ซิม" ที่หมั้นหมายกับ "เลี่ยงเซี้ยเปี๊ยะ" ชายหนุ่มอันดับหนึ่งของแผ่นดิน เพียบพร้อมทั้งฝีมือ บุคลิก ชื่อเสียง
แต่โฉมสะคราญอันดับหนึ่งขาด"ความรัก"..เพราะคู่หมั้นของนางมุ่งแสวงหาลาภยศ ชื่อเสียง จนละเลยคนรัก
เมื่อพบ"จับอิดนึ๊ง" นางจึงรู้คุณค่าของความรักว่าคืออะไร !!!
"ข้าพเจ้าแม้มิใช่ภรรยาท่าน แต่ว่า...เพราะเพื่อท่าน ข้าพเจ้ายินยอมตาย ขอเพียงท่านสามารถมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าให้ข้าพเจ้าเป็นอย่างไร ล้วนไม่เป็นไร" นี่คือประโยคที่ซิมเปี๊ยะกุนบอกจับอิดนึ้งในวันที่ชีวิตเปลี่ยนจากสุดยอดสาวงามกลายเป็นคนไร้ค่า ชีวิตหมดสิ้นความหวัง จึงไม่ต้องการปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป
"ซิมเปียะกุน"จึงต่างจาก"ฮวงซี่เนี้ย"...ที่รักและกล้าแสดงออกให้จับอิดนึ๊งรู้ แม้จะไม่สมหวัง
ฮวงซี่เนี้ย"รัก"จับอิดนึ้ง แม้รู้ว่าชายในฝันของเธอ(หลง)รักโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของบู๊ลิ้มที่มีคู่หมั้นหมายอยู่แล้ว และตัวของเธอก็ไม่ต้องการให้คนทั้งสอง"อึดอัด"กับการเป็น"มือที่สาม" ..นางจึง"ตัดใจ"...พร้อมที่จะแยกทางไปโดยลำพัง เพื่อสมานแผลใจตัวเอง
คนในยุทธจักรต่างก็รู้ว่า ฮวงซี่เนี้ยเป็นสตรีที่ดุร้ายราวพยัคฆ์ รุนแรงราวพายุ ร้อนแรงดุจอัคคี นางจึง"สะกดกลั้น"เป็น
ดังนั้น แม้เห็นชายคนที่เธอหลงรักเศร้าเสียใจเพราะสตรีอื่น แต่นางก็ไม่ยอมหลั่งน้ำตาเป็นเพื่อน เพราะเกรงว่าหากจับอิดนึ้งเห็นน้ำตาของนางแล้วจะท้อแท้ รันทดมากขึ้น
"ฮวงซี่เนี้ย" เธอพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่นางรักมีความสุข...
"ฮวงซี่เนี้ย" เธอขอแค่ให้ได้รู้ว่าเขามีความสุข เขาสบายใจ...
"ฮวงซี่เนี้ย" เธอพร้อมที่จะแบกรับกล้ำกลืนความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน..
"ฮวงซี่เนี้ย" เธอไม่แคร์ว่าชายคนรักจะรักใคร จะอยู่กับใคร ...
เพราะเธอได้รักเขาคนนั้นแล้ว !!!
"ฮวงซี่เนี้ย" รักเขาทั้งที่ทราบว่า...หัวใจทั้งหมดของจับอิดนึ๊งมอบให้ซิมเปี๊ยะกุนเพียงคนเดียว
จับอิดนึ๊งรัก...ทั้งที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีเจ้าของแล้ว
จับอิดนึ๊งรัก ...ทั้งที่ซิมเปี๊ยะกุนไม่เคยเข้าใจเขา
จับอิดนึ๊งรัก ...ทั้งที่ซิมเปี๊ะกุนไม่เคยเสียสละและทำเพื่อเขาอย่างที่ฮวงซี่เนี้ยทำ
จับอิดนึ๊งรัก ...ด้วยเหตุผลเดียว คือรัก !!!
แม้รู้ดีว่าจะไม่สมหวัง แต่"ฮวงซี่เนี้ย"ที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเซียวจับอิดนึ้ง...รวมทั้งมีชีวิตอยู่เพื่อเขา
แต่เขากลับมีชีวิตอยู่เพื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง นางจึงไม่ทราบตัวเองต้องทนกล้ำกลืนรับอีกนานเท่าใด...
"...ตัวไหมจวบจนตายใยจึงหมดสิ้น เทียนไขลามมลาย น้ำตาเทียนค่อยเหือดแห้ง..."..นี่คือชะตากรรมของฮวงซี่เนี้ย
เช่นเดียวกับความรู้สึกของจับอิดนึ้ง..ที่ตอบตัวเองไม่ได้
เซียวจับอิดนึ้งล่ะ เขา"ชมชอบ"ฮวงซี่เนี้ยตลอดมา...แต่ละครั้งที่อยู่ร่วมกับนาง เขาก็รู้สึกเบิกบานใจ แต่เมื่อเวลาต้องแยกจากกัน เขากลับไม่ลำบากใจแม้แต่น้อย จนไม่สามารถบอกตัวเองได้ว่าเป็นความรู้สึกผูกพันแบบไหน
"...ความในใจของผู้คน ใยมิใช่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ทั้งน่าเศร้าและน่าหัวร่อเช่นนี้ ?..."
"ฮวงซี่เนี้ย"..จะสมหวังหรือผิดหวัง อาจจะอยู่ที่คนๆเดียว
คนๆนั้นไม่ใช่ฮวงซี่เนี้ยเอง และไม่ใช่จับอิดนึ้ง..หากแต่เป็น"ซิมเปียะกุน" โฉมสะคราญอันดับหนึ่ง ผู้กุมดวงใจของจับอิดนึ้งไว้เพียงคนเดียว ...
ไม่ว่า"ฮวงซี่เนี้ย"จะสมหวังหรืออาภัพรักก็ตาม....แต่ผมเชื่อว่าคนที่มีรักบริสุทธิ์ จริงใจ ไม่สมควรควรจะผิดหวังในความรัก เพราะคนที่รักคนอื่นเป็น..ย่อมคู่ควรกับการที่ถูกคนอื่นรัก !!

ต่อไปมาพูดถึงเรื่อง ?เซียวจับอิดนึ้ง? กันต่อ
?ในชีวิตเขา ล้วนเป็น ? คนนอก? ตลอดกาล เดียวดายตลอดกาล บางครั้งรู้สึกเหน็ดเหนื่อยยิ่ง แต่ไม่กล้าพักผ่อน
ทั้งนี้เพราะชีวิตเขาคล้ายมีแส้เส้นหนึ่ง คอยฟาดโบยอยู่ทางด้านหลังโดยไม่หยุดยั้ง ให้เดินหน้าไป ให้เขาเสาะแสวงหา แต่ไม่ยอมบอกว่าเขาจะเสาะพบอันใด?

จับอิดนึ้ง หนึ่งในวรรณกรรมเรื่องเอกของโกวเล้ง ฉายามังกรโบราณแห่งนิยายยุทธจักร จุดเด่นในงานของโกวเล้งอันเป็นที่รู้จักกันดีว่าแตกต่างจากวรรณกรรมจีนของผู้อื่นนั้น คือถ้อยปรัชญาที่คมคาย ลึกซึ้ง และสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกที่ลุ่มลึก อย่างที่ไม่มีนักเขียนใดเทียบได้ ไม่ว่าเป็นความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา, การแสวงหาความรักความความอบอุ่นจากสหายและเพศตรงข้าม รวมทั้งการหยิบยื่นให้ความรัก น้ำมิตร และอโหสิกรรม

โกวเล้งเขียนถึงด้านความรักได้อย่างกินใจยิ่ง ไม่ว่าเป็นรักแรกพบ รักฝังใจ รักทั้งไม่สมควรรัก อีกทั้งความปวดร้าวอันเกิดจากความรัก เรื่องจับอิดนึ้ง แม้มีรสชาติของความเป็นยุทธนิยายเหมือนทั่วไป คือมีผู้เยี่ยมยุทธ การใฝ่หาของสุดยอดดาบ มีแบ่งฝ่ายอธรรม ธรรมมะ มีจอมโจรคนจริง ย่อมมีวีรบุรุษจอมปลอม แต่จุดเด่นของเรื่องนี้คือ ความรัก รักซึ่งไม่สมควรบังเกิดขึ้น ระหว่างจอมโจรผู้โดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา นามเซียวจับอิดนึ้ง กับยอดหญิงงดงามซึ่งเป็นกุลสตรีที่สูงส่ง นามซิมเปียะกุน นางซึ่งเปรียบเหมือนดอกไม้งามที่ถูกเพาะเลี้ยงในห้องหอ เป็นกุลสตรีผู้งดงามมีคุณธรรมน้ำใจ อีกทั้งยังมีคู่หมั้นคู่หมาย เป็นชายหนุ่มอันดับหนึ่งของแผ่นดิน เพียบพร้อมทั้งฝีมือ บุคลิก ชื่อเสียง

ชีวิตของซิมเปียะกุนและคู่หมั้นของนางดูไปแม้พรักพร้อมเพียงใด ก็ไม่สามารถบันดาลให้ชีวิตคู่สุขสมหวังได้ดังคิด ต่างมีช่องว่าที่ขาดหาย คู่หมั้นของซิมเปียะกุนเพราะเป็นชายหนุ่มใฝ่หาเกียตรยศหลงใหลชื่อเสียง จนเป็นเหตุให้ละเลยคนรัก และความเป็นสุภาพชนของคนทั้งคู่ ทำให้การแสดงออกถึงความรู้สึกต่อกันจำกัดยิ่งนัก แต่ซิมเปียะกุน นางหวังเพียงรักแท้จากชายผู้เห็นนางสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

เซียวจับอิดนึ้งชีวิตก็มิมีอันใด มีเพียงความว่างเปล่าเดียวดาย เป็นจอมโจรยอดฝีมือ ที่ผู้คนหยิบยื่นชื่อเสียงอันเหลวแหลกให้โดยที่มันมิได้นำพาต่อสิ่งใด จวบจนพบซิมเปียะกุน ชีวิตเซียวจับอิดนึ้งกลับมีสิ่งหนึ่งขึ้นมา นั่นคือความรัก รักฝังใจ ที่น่าสนใจคือมันเริ่มมาจากการที่เขา ?เห็นใจนาง? คนที่มีชีวิตน่าเห็นใจอย่างเขา กลับรู้สึก เห็นใจหญิงที่พรักพร้อมอย่างซิมเปียะกุนได้ ด้วยเรื่องอันใด ???

?ซิมเปียะกุนไม่รอให้เขาเอ่ยปาก ชิงกล่าวสืบต่อ
?ข้าพเจ้าแม้มิใช่ภรรยาท่าน แต่ว่า...เพราะเพื่อท่าน ข้าพเจ้ายินยอมตาย ขอเพียงท่านสามารถมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าให้ข้าพเจ้าเป็นอย่างไร ล้วนไม่เป็นไร?
คำพูดเหล่านี้ นางมีความจริงคิดเก็บซ่อนอยู่ในใจตลอดกาล เก็บซ่อนไว้จนวันตาย
แต่ยามนี้ชีวิตเปลี่ยนเป็นไร้ค่าเพียงนั้น สิ้นหวังปานนั้น ทุกประการในโลกมนุษย์ ล้วนห่างไกลจากพวกนางอย่างลิบลับปานนั้น นางยังกริ่งเกรงอันได นางไฉนไม่อาจเผยความรู้สึก?
เซียวจับอิดนึ้งรู้สึกว่าโลหิตภายในกายพลันระอุพลุ่งพล่าน อดโอบกอดนางอย่างแนบแน่นมิได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโอบกอดนางพริบตานั้น เกียรติยศและอัปยศ ความเป็นกับความตาย ล้วนกลายเป็นปราศจากคุณค่าความหมายชีวิตคล้ายคงอยู่เพื่อพริบตานี้เท่านั้น...?


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  222.123.142.244   ตอบเมื่อ 04 ต.ค.53 เวลา 14:28
 ความคิดเห็นที่  23



ขอขอบคุณ
ข้อมูล ฮวงซีเนี้ย บางส่วนจาก จาก blog : oknation.net/
โดย ลูกเสือหมายเลข 9

:ซึ่งท่าน นักอ่านรู้จักกันดี
คนนี้แหละครับ

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  222.123.142.244   ตอบเมื่อ 04 ต.ค.53 เวลา 14:37
 ความคิดเห็นที่  24

พี่ดม....ไม่ยอมโหวตให้พี่ชอ..ของผมบ้างรึ

ผู้ส่ง  Sert    email     url     ip  125.24.153.246   ตอบเมื่อ 04 ต.ค.53 เวลา 23:23
 ความคิดเห็นที่  25


พี่เสริฐช่างรู้จัย จริง จริง 555
ไม่เสียที มี่ ร่ำสุรากันมานานปี

อันดับที่ 8 ชอลิ้วเฮียง


ชอลิ้วเฮียง ประกอบด้วยตอนย่อย 8 ตอน

น.นพรัตน์ ได้แปลเป็นตอนๆ เช่นเดียวกับที่ โกวเล้ง เขียนได้แก่
ศึกวังค้างคาว
พายุทะเลทราย
กลิ่นหอมกลางธารเลือด
ยืมศพคืนวิญญาณ
กล้วยไม้เที่ยงคืน
ตำนานกระบี่หยก
ดวงชะตาดอกท้อ
ศึกวังน้ำทิพย์

ว. ณ เมืองลุง รวมเอา ตอนพายุทะเลทราย และ ตอนกลิ่นหอมกลางธารเลือด แล้วให้ชื่อว่า ?จอมโจรจอมใจ?
ใต้เงามัจจุราช ของ ว.ณ เมืองลุง คือ ตอน ยืมศพคืนวิญญาณ ของ น.นพรัตน์
ตอน ชอลิ้วเฮียง ของ ว.ณ เมืองลุง คือ ตอนตำนานกระบี่หยก ของ น.นพรัตน์
ราศีดอกท้อ ของ ว.ณ เมืองลุง คือ ตอนดวงชะตาดอกท้อ ของ น.นพรัตน์

ชอลิ้วเฮียง ขุนโจรทิ้งกลิ่นหอม ผู้ที่ไม่มีสิ่งใดที่เขาปรารถนาจะขโมยแล้วขโมยไม่ได้ กำลังภายในสูงส่ง วิชาตัวเบาลึกล้ำ ไม่ทราบสังกัดสำนักอาจารย์ ไม่ใช้อาวุธคู่กายใด ๆ มีเพียง หนึ่งสมอง สองมือ และ ดรรชนีปาฏิหาริย์ เท่านั้น รูปพรรณสัณฐาน และ อายุ ไม่ระบุชัด แต่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ชอบจับจมูกของตนเอง เวลาคิดเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากเป็นโรคทางจมูก(ไซนัส)จึงทำให้ชอลิ้วเฮียงฝึกวิชาที่สามารถหายใจผ่านผิวหนังได้ ขุนโจรแซ่ชอ อาศัยอยู่บนเรือสำราญ กับหญิงสาวสะคราญโฉมคู่ใจ 3 นางที่มีความเป็นมาลึกลับไม่ต่างกับเขา

โซวย่งย้ง ผู้ชำนาญการแปลงโฉม อ่อนหวาน เยือกเย็น แต่มีความลับซ่อนอยู่ในใจ
ซ่งเตี๊ยบยี้ น่ารัก ทำอาหารเก่ง และอายุน้อยที่สุดบนเรือสำราญ
ลี้อั๊งซิ่ว ผู้รอบรู้เรื่องราวในยุทธจักรกระจ่างดุจเส้นบนฝ่ามือ

เพื่อนสนิทที่สุด เติบโตมาด้วยกันแต่เยาว์วัย คือ โอ๊วทิฮวย แมวเมามาย เมามายพอๆกับโกวเล้งก็ไม่ปาน จนหลายๆคนคิดว่า โอ๊วทิฮวยก็คือตัวของโกวเล้งนั่นเอง ชื่นชอบบรรยากาศการเสพสุราคบหาผู้รู้ใจ ชืดชาต่อชื่อเสียงทรัพย์สมบัติ

ศัตรูสำคัญของเขา มีทั้ง หลวงจีนบ้อฮวย (ไร้บุปผา) เจี๊ยะกวนอิม (กวนอิมศิลา) เจ้าแม่วังน้ำทิพย์ ฯลฯ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบ ทำให้เขารอดพ้นภัยอันตรายมาได้ทุกครั้ง

โกวเล้ง เขียน ชอลิ้วเฮียง ขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึงปี พ.ศ. 2522 เมื่อชอลิ้วเฮียงเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมาก พวกเราซึ่งเกิดในห้วงเวลานั้นพอดี ได้ทำให้ชีวิตของพวกเราได้รับอิทธิพลจากเรื่องชอลิ้วเฮียง เข้าไปเต็มๆ ตามเรื่อง ชอลิ้วเฮียง เป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น หน้าตาดีและมีแฟนคลับเยอะ จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ พ่อ ? แม่ของเราซึ่งชื่นชม ชอลิ้วเฮียง ให้กำเนิดบุตรจึงทำให้บุตรพลอยมีบุคลิกคล้ายชอลิ้วเฮียงไปด้วย(เอามาทำเป็นละครนำแสดงโดย เจิ้นเส้าชิว สมัยที่พวกเราเป็นเด็ก) โดยเฉพาะพี่เสริฐ เหมือนมั๊กๆ 555
เรื่องราวของ ชอลิ้วเฮียง มันยาวนาน มากมาย มหาศาล จริงๆ หลายคนก็ประทับใจในบทบาทเนื้อเรื่องแต่ละช่วงแต่ละตอนแตกต่างกันไป



ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  222.123.142.244   ตอบเมื่อ 05 ต.ค.53 เวลา 09:33
 ความคิดเห็นที่  26

ชอลิ้วเฮียง ตอนศึกวังค้างคาว

เรื่องย่อ

ชอลิ้วเฮียงจอมโจรที่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในยุทธภพ ต้องเข้าไปช่วยสืบเรื่องราวการอากรป่วยน่าประหลาด ของลูกสาวในสองตระกูลที่มีความแค้นต่อกันมานาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากสามสาวคู่ใจ โซวย่งย้ง ซ่งเตี๊ยมยี้ และลี้อั้งซิ่ว ระหว่างการสืบเรื่องราวนั้นก็ได้พบกับองค์หญิงจอมแก่น เสี่ยวจิ้งที่ปลอมตัวออกจากวังมาสืบเรื่องตราหยกของฮ่องเต้ที่หายสาบสูญไป ทั้ง 5 คนได้ช่วยกันสืบเสาะจนทราบว่า อาการป่วยอย่างประหลาดของบุตรสาวของทั้งสองตระกูลนั้น เกิดจากการวางแผนของบรรดาลูก ๆที่เกิดความรักต่อกัน แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ เนื่องจากผู้เป็นพ่อของทั้งสองฝ่ายมีความแค้นต่อกัน กับสามสาวคู่ใจ ลี้อั้งซิ่ว โซวย่งย้ง และซ่งเตี๊ยมยี้

เรื่องราวมาเกี่ยวพันกับราชสำนักเนื่องจากอ๋องสี่ ซึ่งเป็นน้องชายของฮ่องเต้ผู้เป็นพ่อขององค์หญิงเสี่ยวจิ้ง วางแผนยึดครองราชบัลลังก์โดยขโมยตราหยกของฮ่องเต้ไปและต้องการจับตัวองค์หญิงเพื่อนำมาต่อรอง บีบบังคับฮ่องเต้ให้สละราชบัลลังก์ ระหว่างที่ทั้ง 5 คนได้แยกกัน องค์หญิงเสี่ยวจิ้งได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลจิน ตระกูลขุนนางที่มีความจงรักภักดีโดยการเชิญไปกักตัวไว้ที่บ้านตระกูลจิน ส่วนชอลิ้วเฮียงก็ได้พบกับ โอ้วทิฮวย จอมยุทธขี้เมาเพื่อนสนิท ทั้งคู่ชวนกันไปพักยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งกำลังจะปิดกิจการ โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นของเจ๊กเตี้ยมอั้งเจ็กเตี้ยมอั๊ง อดีตนักฆ่าผู้ได้ฉายาว่าจุดแต้มแดงแห่งภาคกลาง และเคยเป็นเพื่อนสนิทของชอลิ้งเฮียงกับโอ้วทิฮวยมาก่อน เขาพยายามที่จะเลิกอาชีพนักฆ่าหันมาทำอาชีพสุจริต แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและกำลังจะขายกิจการ เมื่อชอลิ้วเฮียงกับโอ้วทิฮวยเข้ามาพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ เพื่อนเก่าสามคนจึงได้เจอกัน แต่ในวันที่ชอลิ้วเฮียงกับโอ้วทิฮวยออกจากโรงเตี๊ยมของเจ็กเตี้ยมอั๊งและเจ็กเตี้ยอั๊งเดินทางมาส่งนั้น เมื่อเจ็กเตี้ยมอั๊งกลับไปถึงโรงเตี๊ยมก็ปรากฏว่าภรรยาของเขาถูกฆ่าตายเสียแล้ว เจ๊กเตี้ยมอั๊งแค้นมากก็เลยออกตามล่าเหล่านักฆ่าเพื่อนร่วมอาชีพทั้งหลาย เพื่อสืบข่าวว่าใครกันแน่ที่ฆ่าภรรยาของเขา จนในที่สุด ได้มาพบกับผู้รับใช้แห่งวังค้าวคาว ผู้รับใช้คนนี้ได้บอกกับเจ็กเตี้ยมอั๊งว่าถ้าหากอยากทราบว่าใครคือคนฆ่าเมียของเขา ก็ให้จับตัวองค์หญิงเสี่ยวจิ้งไปแลกข่าวกับคุณชายค้างคาวที่วังค้างคาวเทียนซื่อ เจ๊กเตี้ยมอั๊ง

ทางด้านชอลิ้วเฮียงกับโอ้วทิฮวย ได้รับข่าวว่าองค์หญิงเสี่ยวจิ้งถูกกักตัวไว้ที่บ้านตระกูลจินก็เดินทางไปช่วยระหว่างทางโอ้วทิฮวยได้พบกับเกาอานั๊มศิษย์เอกแห่งสำนักหัวซาน ซึ่งเป็นสำนักของนักพรตหญิงที่ไม่ข้องแวะกับผู้ชาย เกาอานั๊มเป็นสาวสวยที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายลงมาจากเขาหัวซาน เพื่อทำธุระให้เจ้าสำนักนักพรตซือไท่กู่เหมย โดยนิสัยของโอ้วทิฮวย เป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายของผู้หญิง เมื่อได้เจอเกาอาน๊ำในภาพลักษณ์ของผู้ชายก็ถูกอัธยาศัยเลยคบเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหลายวันจนเกาอานั๊มเดินทางกลับขึ้นเขาไป ส่วนชอลิ้วเฮียง ยังไม่ทันได้เข้าไปช่วยองค์หญิงเสี่ยวจิ้ง องค์หญิงก็ใช้ความเฉลียวฉลาดปลอมตัวเป็นคนใช้หนีออกมาจากบ้านตระกูลจินได้ก่อน

ระหว่างนั้นได้เกิดการตายอย่างปริศนาของผู้นำ 5 คน ของ 5 สำนักใหญ่ในยุทธภพ หนึ่งใน 5 คนนี้มีพ่อของคุณชาย ง้วนซุ่ยฮุ้น ผู้มีชื่อเสียงรวมอยู่ด้วย คุณชาย ง้วนซุ่ยฮุ้น จึงได้ออกเทียบเชิญชาวยุทธทั้งหลายให้มาในงานชุมนุมชาวยุทธที่บ้านของตน เพื่อสืบเสาะคลี่คลายคดีเกี่ยวกับการตายของคนทั้ง 5 ในงานชุมนุมชาวยุทธทุกคนมารวมกันอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นชอลิ้วเฮียง โอ้วทิฮวย เจ้าสำนักต่าง ๆรวมทั้งซือไท่กู่เหมยแห่งเขาหัวซาน เกาอานั๊มและศิษย์ผู้น้องหวังเจินเจินก็มาด้วย ที่บ้านของคุณชายง้วนซุ่ยฮุ้น ที่ทุกคนมารวมกันอยู่กลับมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย อย่างแรกคือคุณชายง้วนซุ่ยฮุ้นผู้เป็นเจ้าของบ้านและเป็นเจ้าภาพของงานกลับไม่อยู่ต้อนรับชาวยุทธ ในงานเลี้ยง ชาวยุทธทั้งหลายถูกลอบวางยาพิษในอาหารแต่ก็ไหวตัวทันซะก่อนจึงไม่มีคนบาดเจ็บล้มตายมากนัก

เพื่อให้เรื่องราวกระจ่างและทุกคนก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการลอบวางยาพิษ ทุกคนเลยถูกกักตัวไว้ในบ้านหลังนั้น 2 -3 วันต่อมา คุณชาย ง้วนซุ่ยฮุ้ง ก็กลับมาถึงบ้านในสภาพของคนที่ได้รับบาดเจ็บถูกหามมาในแปลแต่ลับหลังชาวยุทธทั้งหมดที่อยู่ในบ้าน ชอลิ้วเฮียงกับโอ้วธิฮวยกลับแอบเห็นคุณชายง้วนซุ่ยฮุ้น ยืนสั่งงานคนใช้อย่างเป็นปกติทุกอย่าง ในงานนี้โอ้วทิฮวยได้ทราบความจริงว่าเกาอานั๊มแท้จริงแล้วเป็นหญิงงามจึงหลงรักนางเข้าและคอยตามตื้อ แต่ได้รับการขัดขวางจากซือไท่กู่เหมยเจ้าสำนักหัวซาน ซึ่งในอดีตเคยมีสัมพันธ์กับฮ่องเต้จนให้กำเนิดบุตรชายด้วยกัน 1คน และบุตรชายคนนั้นก็คือ คุณชาย ง้วนซุ่ยฮุ้น นั่นเอง.....
***********************ข้อมูลจาก nookdvd.com


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  222.123.142.244   ตอบเมื่อ 05 ต.ค.53 เวลา 09:46
 ความคิดเห็นที่  27

อ่าว...ผิดแล้ว ชอลิ้วเฮียง ต้องเป็นอันดับที่ ๙


แล้วเรื่องสุดท้ายจะเป็นเรื่องอะไรดี รอคิวอยู่เพียบ.....


ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  118.173.196.177   ตอบเมื่อ 05 ต.ค.53 เวลา 16:20
 ความคิดเห็นที่  28

" มังกรคู่สู้สิบทิศ" จิฮับ

ผู้ส่ง  แอบอ่าน อิๆ    email     url     ip  182.52.39.162   ตอบเมื่อ 06 ต.ค.53 เวลา 00:27
 ความคิดเห็นที่  29


ชอลิ้วเฮียง ตอนพายุทะเลทราย
ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างชอลิ้วเฮียงกับกวนอิมศิลา ต้องให้ พลเรือน อธิบายจะได้ละเอียดกว่า

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  223.207.181.228   ตอบเมื่อ 06 ต.ค.53 เวลา 16:47
 ความคิดเห็นที่  30

จำได้ว่าเขียนไปในกระทู้เกี่ยวกับ หนึ่งหยดแดง เจ็กเตี้ยมอั้ง ตอนเสียแขนเพื่อปกป้องสตรี เค็กบ้อย้ง ซึ่งเป็นตอนหนึ่งใน ชอลิ้วเฮียง ชุดพายุทะเลทราย

ในตอนนี้ชอลิ้วเฮียงถูกศัตรู ล่อให้ออกไปนอกถิ่น ตามภาษิต ราชสีห์มิอาจสู้สุนัขเจ้าถิ่น
หรือว่า ดึงให้ตกอยู่ในสถานที่อันไม่คุ้นเคย สร้างอุปสรรคเพื่อลดประสิทธิภาพในการต่อสู้ ยามเผชิญคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

การดึงชอลิ้วเฮียงให้ออกไปจากตงง้วน ที่ง่ายที่สุดก็คือ ใช้เหยื่ออันสมบูรณ์ล่อหลอก
ศัตรูที่ไม่เปิดเผยนาม จับตัวสามสาวที่เป็นเหมือนญาติสนิทกลุ่มเดียวของชอลิ้วเฮียงไป
ทิ้งเบาะแสเป็น ทรายกำมือหนึ่ง และ ไข่มุกดำ ซึ่งบอกเป็นนัยว่า คนที่จับไปคือ ฉายาไข่มุกดำ และมีถิ่นที่อยู่ในทะเลทราย

ชอลิ้วเฮียงในยามสับสนแต่ไม่ลนลาน เพราะได้เตรียมการในการเดินทาง ในที่สุด ก็ไปพบกับสหายเก่า กีเปียงั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จในการค้าขายเปลี่ยนความแล้งเป็นทรัพย์สิน มันสามารถรอดชีวิตจากทะเลทราย กลายเป็นผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง

กีเปียงั้ง ช่วยเตรียมการในการเดินทาง และทำหน้าที่ดีกว่า ดาวเทียมนำทาง เพราะมันมีน้ำใจแบบตลอดชีพ ในขณะที่ดาวเทียมไม่มี (มีแต่สัญญาสัมปทาน ซึ่งมีอายุจำกัด)


ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.204   ตอบเมื่อ 07 ต.ค.53 เวลา 07:09
 ความคิดเห็นที่  31

ชอลิ้วเฮียง กีเปียงั้ง และ โอวทิฮวย เป็นสหายเก่าแก่กัน กลมเกลียวชนิดที่ว่าต่อให้ด่าทออย่างไรก็ไม่มีการตัดมิตร กีเปียงั้งเคยผิดหวังจากความรักใน กออาน้ำ ซึ่งกลับไปเทใจให้ โอวทิฮวย จนในที่สุดมันก็เลยหันไปเอาดีในการค้าแถบทะเลทราย เมื่อพบกันในคราวนี้ โอวทิฮวยถึงกับทอดถอนใจว่า " ผู้ที่ยิ่งใช้ไม่ได้ทางด้านสตรี ยิ่งประสบความสำเร็จด้านหน้าที่การงาน "

เนื้อเรื่องในตอนนี้ ดิฉันมีความเห็นว่า มันค่อนข้างจะมั่ว ดังนี้

๑ เริ่มต้นทำให้คนอ่านคิดว่า ชอฯ โดนล่อไปฆ่าที่ทะเลทราย ที่ซึ่งมันไม่คุ้นเคย
๒ เมื่อดำเนินเรื่องกลับพบว่า มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง มันจะต้องไปวุ่นวายกับ ราชันกุยจือ
เจ้าเมืองต่างแคว้น ซึ่งพลัดถิ่น ตรงนี้เองที่กวนอิมศิลา หรือ เจี๊ยะกวนอิม มาเกี่ยวข้อง เพราะนางเป็นคนที่แทรกซึมในเมืองนี้ เพื่อจะฉวยโอกาสครองเมืองหลังจากสังหารเจ้าเมือง
และองค์หญิงแล้ว
๓ เดินไปจนจบเรื่อง ยังไม่พบกับสามสาวที่ตามตัว แต่ทิ้งท้ายให้ว่ายังมีศัตรูอีกคนหนึ่ง
เพื่อจะเขียนในภาคต่อไป

ในเรื่องนี้ กลายเป็นว่า ชอฯ จะต้องช่วย ราชันกุยจือ ปราบกวนอิมศิลา แทน
หากเป็นการวางแผนของ ราชันกุยจือ ก็ต้องบอกว่าเหนือชั้นจริงๆ

ฉากสุดท้ายของเรื่อง หลังจากที่กวนอิมศิลาโดนเปิดโปงว่า นางอาศัยความงามในเรือนร่าง มายา และ ลีลา เป็นอาวุธร้ายของตนเอง นอกเหนือจากวิทยายุทธอันล้ำลึก ปลอมตัวเป็นหญิงงามหลายต่อหลายคน เพื่อหาโอกาสกำจัดบุรุษ เพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเองคนแล้วคนเล่า ก็ถึงเวลาของชอลิ้วเฮียง

สิ่งที่พลาดของเจ๊ยะกวนอิมก็คือ ความมั่นใจในฝีมือของตนเอง และ ความหลงใหลในตัวตน หลงรูป และรักตัวเองมากเกินไป ความรู้สึกรักตนเองมากไปก่อเพทภัยได้กับทุกผู้คนจริงๆ

ก่อนจะต่อสู้ กวนอิมศิลาซึ่งมาในชุดนุ่งลม เขย่าขวัญว่า นางได้วางยาพิษฆ่าสหายของมันไปหมดสิ้นแล้ว ชอลิ้วเฮียง ต้องข่มความรู้สึกเจ็บปวดมิให้กระทบกับกำลังใจ แล้วก็ขอเอาคืนบ้างด้วยการขอให้นางรีบสวมเสื้อผ้าโดยเร็ว เพราะว่าเขาไม่มีเวลานับรอยย่นของนางทั้งสรรพางค์กายได้ครบถ้วน ในยามที่แสงจ้าเช่นนี้ มันบาดตายิ่งนัก หากนางสวมอาภรณ์ สักนิดนึง อาจช่วยให้ดูดีขึ้นเยอะเลย ตรงนี้เองที่ตีเข้ากลางใจของกวนอิมศิลาอย่างเต็มที่

กวนอิมศิลา ไม่รอช้า รีบกระหน่ำ เจ็ดกระบวนท่าในเวลา ๑ นาโนวินาที ปรากฎว่าชอลิ้วเฮียงหลบทัน และ รีบตะโกนให้นางหยุดมือ
" เดี๋ยวก่อน ข้าขอเวลานอก " มันร้องเพื่อถ่วงเวลา กะว่า สำหรับยอดฝีมือที่เทพลังออกไปอย่างเต็มที่ จะรั้งพลังคืนไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักกลศาสตร์ธรรมดานั่นเอง
" มีลูกเล่นอะไรอีกมิทราบ "
" ขอพักตดก่อน " ..... มันตอบหลังจากคิดออกแล้วว่าจะประมืออย่างไร
กวนอิมศิลาไม่ยอมหลงกลอีกต่อไป นางฟาดฝ่ามือออกมาเต็มแรง ชอลิ้วเฮียงยิ้มเล็กน้อย
แล้วก็เบี่ยงตัวหลบ พร้อมกันฟาดฝ่ามือออกไป

กับศัตรูที่ดูเหมือนเข้มแข็ง ก็มักจะมีจุดอ่อนที่อ่อนยวบที่สุดด้วย กวนอิมศิลาก็เช่นกัน
จุดอ่อนของนางคือ อาการหลงรูป หลงเงา ชอลิ้วเฮียงฟาดมือไปที่กระจกเงาที่นางส่อง
กระจกเงาที่เปรียบเป็นนางเอง อีกภาคหนึ่ง

กระจกอยู่คนอยู่ กระจกแตกสลายก็ไร้คน

ง่ายแค่พลิกฝ่ามือจริงๆ ในที่สุดชอลิ้วเฮียงก็สามารถรอดพ้นวิกฤติได้อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนจะนับเป็นการเอาชัยได้หรือไม่ ตอบยากค่ะ




ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.204   ตอบเมื่อ 07 ต.ค.53 เวลา 07:42
 ความคิดเห็นที่  32

ลงทุนเปิดตำราตอบ (และใส่ไข่ไปหลายฟอง) และ ก็เลยไปค้น กระบี่พิโรธมาอ่าน ว่า ทำไมท่าน จข กท ไม่แนะนำ สงสัย ๆ


ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.204   ตอบเมื่อ 07 ต.ค.53 เวลา 07:44
 ความคิดเห็นที่  33


จากที่ท่านพลเรือนอธิบายมาทำให้พวกเราซึ่งเป็นทหารทราบว่า

ชอลิ้วเฮียง ตอนพายุทะเลทราย ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างชอลิ้วเฮียงกับกวนอิมศิลานั้น
ได้แฝงไว้ด้วยแง่คิดในการปฏิบัติการทางทหารไว้อย่างแนบเนียน

ถ้าเปรียบเที่ยบอำนาจกำลังรบ ระหว่าง ชอลิ้วเฮียง กับ กวนอิมศิลา ชอลิ้วเฮียงยังเป็นรองกวนอิมศิลาอยู่หลายเท่า
กวนอิมศิลาไม่เคยเปิดช่องว่างให้ ชอลิ้วเฮียงโจมตี "จุดศูนย์ดุล" ของนางได้เลย

ภายใต้ข้อเสียเปรียบด้านอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบ(วิทยายุทธ)ซึ่ง ชอลิ้วเฮียง ได้วิเคราะห์โดยกระจ่างแล้ว
ชอลิ้วเฮียงจึงเลือกที่จะไม่ปะทะวิทยายุทธกับนางโดยตรง
จากการวิเคราะห์เป้าหมายโดยกระจ่าง ชอลิ้วเฮียงทราบว่า "จุดแตกหัก" ในการเอาชนะต้องเป็นช่วงเวลาที่่
กวนอิมศิลากำลังส่องกระจกดูความงามของนางในกระจกนั่นเอง

"จุดผกผัน" ที่สำคัญคือการช่วงชิงลงมือในขณะที่กวนอิมศิลา กำลังตกใจ
ชอลิ้วเฮียงต้องใช้ "ความพยายามสนันสนุน" ทำลายภาพของนางในกระจกก่อน
แล้วจึงใช้ "ความพยายามหลัก" ลงมือกับกวนอิมศิลา

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  223.207.181.228   ตอบเมื่อ 07 ต.ค.53 เวลา 15:12
 ความคิดเห็นที่  34

ชอลิ้วเฮียง กับ เจี๊ยะกวนอิม ต่างก็เป็นนักวางแผนการ ทั้งคู่ ต่างกันตรงที่
ชลฮ เป็นการวางในระยะสั้น ส่วน กวนอิมฯ เป็นการวางแผนระยะยาว

ชลฮ ปล่อยให้ กวนอิมหยก (ในภาพยนตร์ใช้ชื่อนี้) เล่นไปทั้งกระดาน
แล้วก็มารวบรัดตอนสุดท้าย ให้นางหลงไปกับบทที่ตัวเองเขียนขึ้นมาและระเริง
ไปกับความแยบยลของแผนการ จนกระทั่งสร้างช่องว่างขึ้นมาเอง

ชลฮ เลือกจังหวะในการลงมือ หากประทะตั้งแต่เริ่มแรก มันก็คงจะสิ้นชื่อไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว จังหวะ ในการลงมือ จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าแผนการ

สายตาชาวบ้านก็มองได้ สามัญเช่นนี้เอง

มังกรหยกทั้งสามภาคนั้น ภาคแรกเป็นตอนที่สนุกที่สุด ความสามารถและลีลาของตัวละครปรากฎชัดเจน เช่น ความเป็นอึ้งย้ง เอี้ยคัง คู่กัดก็ได้เห็นในภาคแรก สามในสี่ยอดฝีมือ คือ ยาจกอุดร - ขอทานเก้านิ้ว - อั้งชิกกง , ภูตบูรพา อึ้งเอี๊ยะซือ , และ อาวเอี๊ยงฮง พิษประจิม ก็แสดงออกมาเต็มที่ในตอนนี้ (ส่วนต้วนอ๋อง ราชันทักษิณ ได้ออกมาตอนท้ายเรื่อง)

หากกิมย้ง ใช้จุดชาตินิยม ของชาวฮั่นในการรังสรรค์ มังกรหยก (โดยเฉพาะภาคจอมยุทธอินทรี) ก็คล้ายกับ แมนจู เคยคิดใช้สามก๊ก ในการสลายความรู้สึกของชาวฮั่น ในตอนที่ราชวงศ์ชิง ขึ้นมาแทนราชวงศ์หมิง แต่เป็นการใช้ตรงกันข้ามกัน เพราะต้องการใช้เพื่อสลายพลังชาวฮั่น

สามก๊กเป็นวรรณกรรมที่เขียน แบบที่ผู้อ่านประวัติศาสตร์บางคนบอกว่า ค่อนข้างบิดเบือนประเด็น เชิดชูคนผิด คนที่เชิดชูเป็นคนร้อยเล่ห์ และ พลิกลิ้นเป็นว่าเล่น ในขณะที่คนทำงานจริงจัง แต่ไม่ช่างพูด หรือ ไม่ใช่นัก ประชาสัมพันธ์ กลับโดนหาว่าเป็นกังฉิน และ
กลายเป็นผู้ร้ายของเรื่อง ตรงนี้ก็คงเป็นต่างคนต่างคิด (เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตัดสินลำบาก แม้แต่ในบางขณะ อยู่ในช่วงเวลานั้น ก็ยังสับสนเลย)

เจาะเวลาหาจิ๋นซี และ มังกรคู่สู้สิบทิศ เขียนโดยหวงอี้ แล้วก็ทำเอานิยายต้นฉบับที่เป็นโครงร่างเดิม เละเทะ บอกตามตรงอีกครั้งหนึ่ง (เพราะบอกมาหลายครั้งแล้ว) ว่าไม่ชอบ อีตาหวงอี้คนนี้เลย ใช้ตัวละครเปลืองมาก จนทำให้หนังสือมีหลายเล่มกว่าจะจบเรื่อง และก็ทำให้ผู้อ่านสับสนมากๆ เป็นคนที่เน้นรูปแบบมากกว่าเนื้อหาจริงๆ (แต่ตรงนี้อาจขัดกับท่านอื่น นักอ่านรุ่นใหม่ ค่อนข้างจะนิยมเขามาก )

เช่น มังกรคู่สู้สิบทิศ เค้าโครงมาจาก ศึกลำน้ำเลือด ซึ่งก็ยาวพออยู่แล้วกว่าจะจบ นี่เหลียงเฉาเหว่ยหน้าแก่ไปเลย (เขาเล่นเป็น จางซันหลาง ) จะว่าไป ศึกลำน้ำเลือด นับเป็นหนังที่ทำได้สนุกอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยังไม่เคยอ่านและไม่พบว่ามีพิมพ์เป็นนิยายในบ้านเราค่ะ

ลืมไป สำหรับหลี่ปู้เหว่ย ใครหาว่าเป็นผู้ร้าย จะกล่าวหากันไปหรือเปล่า เขาเป็นนักการเศรษฐศาสตร์การเมืองต่างหาก มองไปถึงบรรทัดทัดสุดท้าย แล้วก็ค่อยไล่เรียงมาบรรทัดแรก วิธีการนี้ก็ยังสืบทอดมาจนทุกวันนี้ แม้ว่าจะไม่มีการสอนในหลักสูตรใดๆ ก็ตาม

กระทู้หนังไทยจบสิบเรื่องไปแล้ว แต่หนังจีน ยังเงื้อดาบอยู่เลย ไม่ฟันซักที

ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.122   ตอบเมื่อ 08 ต.ค.53 เวลา 06:58
 ความคิดเห็นที่  35


ชีวิตผมมีเรื่องที่ผู้คนทั่วไปเขาอ่าน เขาดูกัน แต่ผมไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดูอยู่ ๓ เรื่องคือ

ไททานิค ผมไม่เคยดู

เพชรพระอุมา ผมไม่เคยอ่าน

มังกรคู่สู้สิบทิศ ผมก็ไม่เคยอ่าน

แต่มีคนพูดถึงกันแยะนะ แต่ผมไม่เคยได้อ่านจากต้นฉบับจริงๆเลย
๓ เรื่องนี้จึงทำให้ชีวิตผมเป็นนักอ่านที่ไม่สมบูรณ์แบบ

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  183.88.113.214   ตอบเมื่อ 08 ต.ค.53 เวลา 14:46
 ความคิดเห็นที่  36

เรื่องต้านกระแส หรือ อาการขวางโลก เป็นอาการประจำตัวเลยทีเดียว
ไททานิค ก็ไม่เคยดู แต่เป็นพวกงก คือ ซื้อเก็บไว้ รอจนกระทั่งเขาฉายบิ๊กซีนีมา ช่อง ๗ สี
ก็เลยหยิบแผ่นมาดู ดูแล้วก็รู้สึกว่า ถ้านางเอกผอมกว่านี้สักหน่อย พระเอกคงไม่ตาย (เพราะจะได้อาศัยบนกระดานไม้ลอยมาด้วยกันได้) อิอิ

เพชรพระอุมา ก็ไม่เคยอ่าน เพราะรู้สึกว่าชื่อพระเอกเหมือนลิเก มาก มันเชยยังไงไม่รู้
แต่ก็ยกย่อง คุณพนมเทียน ผู้เขียนนะ เพราะท่านค้นคว้ามามาก แล้วก็ตั้งใจทำงาน

จิ๋นซี ฯ และ มังกรคู่อ่านเพราะหลงผิด เดิมเป็นนักอ่านนิยายจีน ที่บังเทิงล้วนๆ แล้วเรื่องเก่าๆ ก็ไม่มีให้อ่านอีกแล้วมีแต่มาพิมพ์ใหม่ เมื่อมีนิยายใหม่ก็รู้สึกว่า ลองอ่านดู แล้วก็เกิดอาการเซ็งมากๆ วิจารณ์เพิ่มเติมอีก ขออภัยแฟนนิยายของหวงอี้ไว้ล่วงหน้า นอกจากจะเละเทะในเชิงเนื้อหาแล้ว ยังเน้นเรื่องเซ็กส์มากไป มันไม่ควรจะเน้นขนาดนั้น

ตอนนี้หนังสือกองอยู่ที่บ้าน จะทิ้งหลายทีแล้ว แต่ก็ยังเสียดาย (ซึ่งกินที่มาก)
ไม่นานอาจจะตัดใจไปให้ร้านที่เขาให้เช่าหนังสือ

หนังดังอย่าง สมเด็จพระนเรศวรฯ ของ มจ.ชาตรีเฉลิม ก็ยังไม่ดู บางระจันที่ว่าดังมากก็ไม่ดู
โหมโรงก็ไม่ดู ไม่ดูเพราะว่า บางเรื่องค่อนข้างจะอินไปกับเนื้อหามากไป แล้วก็สลดใจ
จนอาจรับไม่ได้กับเนื้อหาในเรื่อง

ไม่ดูแต่ช่วยซื้อซีดีและสินค้าของหนังมาเก็บไว้ คนสร้างจะได้มีกำลังใจสร้างหนังแบบนี้อีก

ท่าน จขกท. อาจไม่ได้อ่านหนังสือบันเทิงมากทุกเล่ม แต่ว่าท่านก็อ่านและศึกษาหนังสือธรรมะ ไม่น้อยเลย และกรุณาอย่าลืมเรื่องการอธิษฐาน หลังปฏิบัติด้วย (ไม่เชื่อก็ขอให้ทดลองดู นี่ก็ยังไม่เคยปฏิบัติเหมือนกัน แต่มีคนสอนมาแบบนนี้) ไม่มีอะไรเสียหายนี่นา

ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.122   ตอบเมื่อ 08 ต.ค.53 เวลา 17:07
 ความคิดเห็นที่  37

ในเรื่องจิ๋นซีภาคปกติ เคยทำเป็นภาพยนตร์ชุด ทางทีวี มีตัวละครอยู่ตัวหนึ่ง คือ ไท่จื่อตัน
เป็นองค์ชายของก๊กหนึ่ง (จำชื่อก๊กไม่ได้) มีคนวิจารณ์ว่า ช่างเป็นบุคคลผู้ทำให้เสียของ
คนหนึ่ง

ทำให้ นายพลฟั่นหลี่ ต้องเสียสละศรีษะ ให้กับแผ่นดิน ศรีษะนี้มอบให้แผ่นดิน พอพูดจบก็
คว้ามีดปาดคอ มอบหัวให้จินเคอ นำไปใช้งานแบบไม่เสียดาย และไม่กลัวเจ็บ

ทำให้จิงเคอ (ซึ่งก็สมควรเหมือนกัน เพราะเลือกนายผิด) ต้องตายเปล่า แบบเจ็บอีกต่างหาก
รู้สึกว่าจะโดนมีดตัดขา แล้วต้องคลานไปฆ่าจิ๋นซี ซึ่งยังพลาดเสียอีก

ไท่จื่นตัน เป็นคนที่เอาแน่ไม่ได้ อยากจะเป็นใหญ่ แต่ไร้กึ๋น (ว่าแบบนี้หนักไปจริงๆ)

ฝนตกได้ทุกวันจริงๆ


ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.116   ตอบเมื่อ 09 ต.ค.53 เวลา 17:07
 ความคิดเห็นที่  38

ในเรื่อง ชอลิ้วเฮียง ตอน พายุทะเลทราย มีตัวละครเล็กๆ บทหนึ่ง ชื่อ เสี่ยวพัว เป็นลูกน้อง ของกีเปียงั้ง สหายของชอลิ้วเฮียง

คุณสมบัติที่ดีที่สุดประการเดียวของเสี่ยวพัว ก็คือ มันยอมรับว่าตนเองเป็นที่ไม่มีราคา
เป็นตัวติดดินจริงๆ ความสามารถอะไรไม่มีเลย

เสี่ยวพัวเป็นคนไม่มีเงื่อนไขใดๆ ยิ้มได้ทุกภาวะ เรื่องยากๆ อย่าได้คาดหวังจะให้มันทำได้
แต่ถ้าเป็นการพูดจากับผู้คนในยามเดินทางด้วยภาษาต่างๆ มันทำได้ หน้าที่แค่เป็นตัวประสานให้การเดินทางไปได้เท่านั้น หากท่านมีความยุ่งยากไม่อาจตกลงกับคู่กรณีได้
เสี่ยวพัว สามารถจัดการให้ลุล่วงได้ ก็แค่รอยยิ้ม กับ การเป็นคนไม่มีอะไรของมันเท่านั้น

คุณสมบัตินี้มันไม่มีอะไรพิเศษ แต่ชอลิ้วเฮียงกลับบอกว่า " แค่มันยอมรับความเป็นธรรมดาของตัวเองได้ ก็นับว่ามันไม่ธรรมดาแล้ว "


ผู้ส่ง  พลเรือน    email     url     ip  58.136.50.128   ตอบเมื่อ 12 ต.ค.53 เวลา 06:58
 ความคิดเห็นที่  39

หน.ดม
อันดับสิบ คิดไม่ออกหรือตัดใจไม่ได้

มังกรคู่สู้สิบทิศ" จิฮับ
ผู้ส่ง แอบอ่าน อิๆ

ผมก็เห็นด้วยนะ สนุกดี อาจจะมั่วประวัติศาสตร์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนอยากรู้ไปอ่านเรื่องจริงต่อ
ผมว่าไทยเราน่าจะทำมั่งนะ นำประวัติศาสตร์มาแต่งเป็นนิยายให้สนุก
อย่าง ขุนศึก รากนครา เบ้งเฮ็ก เผื่อคนรุ่นหลังจะสนใจบ้าง
พี่สังคมเซียนยุทธภพอีกคนหายไปไหนนี่

ผู้ส่ง  peep    email     url     ip  125.24.113.160   ตอบเมื่อ 12 ต.ค.53 เวลา 11:17
 ความคิดเห็นที่  40

หน.ดม
ใกล้ครบรอบ 1 ปี ที่ท่านตั้งกระทู้แล้วนะครับ
คิดออกหรือยัง อันดับ 10 คืออะไร
หรือว่ากำลังแต่งเองเลยใช้เวลานานหน่อย

ผู้ส่ง  peep    email     url     ip  58.8.169.169   ตอบเมื่อ 08 ก.ค.54 เวลา 20:09
 ความคิดเห็นที่  41

พี่ดม....รอการจัดอันดับนิยายของเพื่อนตอนต่อๆไปอยู่....แต่น้าดมนี่สุดยอดว่ะ...อ่านแบบแตกฉานจริงๆวิเคราะห์ได้แจ่มแจ๋วตามหลักตำราพิชัยสงครามเลย....ผมน่ะสงสัยจะใกล้เคียงโอวทิหวยนี่แหละพี่ดม...ฮ่าๆๆๆ

ผู้ส่ง  Sert    email     url     ip  125.24.178.151   ตอบเมื่อ 13 ก.ค.54 เวลา 11:20
 ความคิดเห็นที่  42


เรื่องที่ 10.1 กระบี่เย้ยยุทธจักร หรือ เดชคัมภีร์เทวดา



เอาใจคอหนังกำลังภายในสักหน่อย
ความจริงเรื่องนี้ถ้าแปลให้ตรงตามตัวอักษรจีนน่าจะแปลว่า ยิ้มเยาะอยู่ในยุทธจักร
ความหมายก็คือ "ผู้เป็นกระบี่มือหนึ่งแห่งแผ่นดินเยาะเย้ยความเป็นไปของยุทธจักร และ กฎเกณฑ์อันหลอกลวงของยุทธจักร"
กิมย้ง เขียนเรื่องนี้ในเชิงเสียดสีการเมืองในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรมในจีนระหว่าง ปี ค.ศ. 1966-1976 ช่วงตอนพวกเราเด็กๆ พอดี
ต่อมา กระบี่เย้ยยุทธจักร ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ โดยตัดเนื้อหาบางตอนออกไป และเปลี่ยนชื่อเป็น "เดชคัมภีร์เทวดา" (แต่ หน.ดม ไม่เคยดู 555)

"ธรรมะ อธรรม และวิญญูชนจอมปลอม" ล้วนถูกเรียกขึ้นเพื่อแบ่งชนชั้นทางสังคม

ใช่ว่า ฝ่ายธรรมะจะมีแต่คนดี และ คนของฝ่ายอธรรมใช่ว่าต้องมีแต่คนเลวร้ายเสมอไป
คนฝ่ายธรรมะที่เลวๆก็มี คนที่ดีในฝ่ายอธรรมก็มี

"วิญญูชน" หรือ "วีรบุรุษ" หมายความว่า คนที่ได้รับยกย่องจากผู้คนในทางที่ดี
ส่วนวิญญูชนจอมปลอม คือ คนที่ไม่ใช่วีรบุรุษอันแท้จริง มักมีจุดประสงค์ร้ายเคลือบแฝงอย่างแน่นอน

งักปุกคุ้งอาจารย์ของตัวเอกของเรื่อง คนอื่นมองภายนอกว่าเป็นคนดี เที่ยงธรรม ยุติธรรม แต่แท้จริงแล้วโกหกปลิ้นปล้อนหลอกลวงเพื่อให้ตัวเองเป็นใหญ่ในยุทธจักร คาดว่าคนประเภทนี้ก็มีอยู่ทั่วไปในทุกสังคม

กระบี่เย้ยยุทธจักร เป็นเรื่องราวการแย่งชิงความเป็นหนึ่งในยุทธจักร ระหว่าง ธรรมะ และ อธรรม ท่ามกลางความขัดแย้งและการแย่งชิงอันรุนแรง

เหล้งฮู้ชง จอมยุทธฝ่ายธรรมะ ศิษย์เอกของสำนักหัวซาน เป็นคนเปิดเผย ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ คบหาคนด้วยใจ ไม่สนว่าจะเป็นคนฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรม จนถูกขับออกจากสำนัก แต่ยังไม่พ้นเข้าไปพัวพันเหตุความขัดแย้งต่างๆ ทั้งการชิงความเป็นใหญ่ภายในของฝ่ายธรรมะ และการชิงความเป็นใหญ่ภายในของฝ่ายอธรรม จนสับสนวุ่นวายว่าใครกันแน่ที่เป็นมาร ใครกันที่เป็นฝ่ายอธรรม และใครที่เป็นฝ่ายธรรมะ เพียงต้องการที่จะเป็นที่หนึ่ง ไม่เลือกวิธีการ
งักปุ๊กคุ้ง เจ้าสำนักหัวซาน ผู้ได้ฉายาว่ากระบี่ผู้ดี ถึงกับทรยศครอบครัว และศิษย์ของตัวเอง จ้อแหน้เซี้ยง เจ้าสำนักซงซาน กำจัดทุกคนที่ไม่คล้อยตามตนเอง ก็เพียงต้องการได้ชื่อว่า เป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพ
นวนิยายเรื่องนี้ เป็นนวนิยายที่ล้วนแฝงไว้ด้วย แนวคิดปรัชญาการดำรงชีวิต อีกทั้งยังมีการเสียดสีสังคมอยู่ตลอด แต่ก็หาได้ขาดอรรถรสของนวนิยายกำลังภายในไปแต่อย่างใด ในขณะที่เรื่องดำเนินไป จะเกิดคำถามขึ้นตลอดเวลา ถึงเรื่องของความถูกผิดในพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัว ตัวละครฝ่ายธรรมะ หรือตัวละครฝ่ายอธรรม ต่างมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง โดยมีตัวละคร เหล้งฮู้ชง เป็นตัวดำเนินเรื่อง และเป็นตัวเปรียบเทียบ ว่าความสุขของชีวิตที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหนกันแน่

เนื้อเรื่องย่อโดยสังเขป

เหล้งฮู้ชง ศิษย์เอกของสำนักหัวซาน ได้พบและคบหากับ เค็กเอี๊ยง แห่งพรรคมาร โดยบังเอิญ และได้เข้าช่วยเหลือให้ความปรารถนาของ เค็กเอี๊ยง และ หลิวเจิ้นฟง แห่งสำนักเหิงซาน ที่ต้องการล้างมือจากยุทธภพ บรรเลงเพลง เย้ยยุทธจักร ที่ทั้ง 2 แต่งขึ้นเป็นจริงขึ้นมา ทำให้เริ่มขัดแย้งกับจอมยุทธฝ่ายธรรมะ และถูกอาจารย์ลงโทษให้ไปเก็บตัวอยู่บนผาสำนึกตนเป็นเวลา 1 ปี ห้ามลงจากเขาเด็ดขาด ที่ผาฯ นั้นเอง เหล้งฮู้ชง ได้พบกับ ปรมาจารย์สายกระบี่ ฟงชิงหยาง และได้รับการถ่ายทอด เก้ากระบี่ต๊กโกว ทำให้ฝีมือรุดหน้าอย่างรวดเร็ว จนถูกคนเข้าใจผิดว่า เหล้งฮู้ชง ขโมยฝึกวิชา เพลงกระบี่ปราบมาร ของตระกูลลิ้ม
ด้วยเหตุที่ถูกเข้าใจผิด จึงได้มีวาสนาได้ใกล้ชิดกับ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ธิดาเทพแห่งพรรคมารเข้า และก่อตัวเป็นความรัก ยิ่งทำให้ขัดแย้งกับชาวยุทธฝ่ายธรรมะมากยิ่งขึ้นไปอีก จนถูกอาจารย์ขับออกจากสำนักในที่สุด หลังจากนั้น ความรักของทั้งคู่ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยอาการบาดเจ็บของ เหล้งฮู้ชง หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ยอมบุกเข้าวัดเส้าหลินเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยไม่สนถึงฐานะธิดาเทพของตน ยอมอยู่วัดเส้าหลิน 10 ปี แลกกับความช่วยเหลือ เหล้งฮู้ชง
ต่อมา เหล้งฮู้ชง ได้เข้าช่วยเหลือพ่อของ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ออกจากคุกใต้ทะเลทราย โดยไม่รู้ว่าที่แท้พ่อของนางก็คือ หยิ้นอั้วฮั้ง อดีตประมุขพรรคมาร และได้เรียนวิชา มหาเวทดูดดาว เข้าโดยบังเอิญ เหล้งฮู้ชง ทราบข่าวว่า หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ถูกกักตัวอยู่ที่วัดเส้าหลิน จึงรวบรวมเหล่าชาวยุทธบุกเส้าหลินเพื่อช่วยนางออกมา ต่อมา เหล้งฮู้ชง ได้เข้าช่วยเหลือ หยิ้นอั้วฮั้ง ชิงตำแหน่งประมุขพรรคมารคืนจาก ตงฟางปุ๊ป้าย และได้รับการชักชวนให้เป็นรองประมุขจาก หยิ้นอั้วฮั้ง แต่ว่า เหล้งฮู้ชง ปฏิเสธ แล้วจากมา
ในขณะเดียวกัน จ้อแหน้เซี้ยง เจ้าสำนักซงซาน ผู้นำแห่ง 5 ขุนเขากระบี่ ได้เริ่มดำเนินแผนรวมห้าขุนเขากระบี่เป็นหนึ่ง เพื่อก้าวสู่ความเป็นใหญ่ในฝ่ายธรรมะ แต่ ตึ้งอี้ซือไท้ เจ้าสำนักหานซาน คัดค้านไม่ยอมคล้อยตาม ตึ้งอี้ซือไท้ จึงถูก จ้อแหน้เซี้ยง ลอบทำร้าย โชคดีที่ได้ เหล้งฮู้ชง เข้าช่วยเหลือจึงรอดมาได้ แต่ในที่สุด ติ้งอี้ซือไท้ ก็ถูกสังหารจนได้ โดยคนชุดดำ และได้ทิ้งคำสั่งเสียให้ เหล้งฮู้ชง รับสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักหานซาน หลังจากรับตำแหน่งเจ้าสำนักหานซาน และชักชวนชาวยุทธให้เข้าสำนักหานซานแล้ว จ้อแหน้เซี้ยง ได้เรียกประชุม 5 สำนัก เรื่องการรวมตัวกันของสำนัก 5 ขุนเขากระบี่ โดยการประลองกระบี่ ผลคือ งักปุ๊กคุ้ง สามารถชนะและสังหาร จ้อแหน้เซี้ยง ลงได้ แต่วิชาที่ใช้นั้น กลับเป็น เพลงกระบี่ปราบมาร ไม่ใช่เพลงกระบี่หัวซานแต่อย่างใด แผนการที่วางมานานของ งักปุ๊กคุ้ง จึงได้ถูกเปิดเผยออกมาในการประลองนี้
หลังจาก งักปุ๊กคุ้ง ได้ตำแหน่งประมุขพรรค 5 ขุนเขากระบี่แล้ว ก็ได้เริ่มแผนการขั้นต่อไป คือกำจัดพรรคมาร เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเอง งักปุ๊กคุ้ง ชักชวน เหล้งฮู้ชง ให้เข้าร่วมกับตนเพื่อช่วยกำจัดพรรคมาร เหล้งฮู้ชง หลีกเลี่ยง โดยอ้างการส่ง ศิษย์หานซาน กลับสำนักหานซานก่อน แล้วจึงจะมาช่วยงาน พรรค 5 ขุนเขากระบี่ ระหว่างทาง ได้พบเข้ากับ ลิ้มเพ้งจือ กำลังจะสู้กับ อื้อชางไห่ เจ้าสำนักชิงเฉิง และ มู่เกาฟง เพื่อแก้แค้นให้ พ่อแม่ ที่ตายไป โดยเพลงกระบี่ที่ใช้รวดเร็วและร้ายกาจ เป็น เพลงกระบี่ปราบมารนั่นเอง ลิ้มเพ้งจือ มีฝีมือร้ายกาจ แม้ อื้อชางไห่ และ มู่เกาฟง ร่วมมือกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ ในที่สุด แม้ว่า ลิ้มเพ้งจือ จะเอาชนะและสังหารทั้งคู่ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องพลาดท่าถูกเลือดพิษของ มู่เกาฟง ทำให้ตาบอด
หลังจากตาบอด งักเล้งซัง ติดตามดูแล ลิ้มเพ้งจือ อยู่ไม่ห่าง ลิ้มเพ้งจือ เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้นางฟัง รวมทั้งเรื่องการเฉือนความเป็นชายเพื่อฝึก เพลงกระบี่ปราบมาร งักเล้งซัง มีใจรักมั่น แม้เสียใจ แต่นางก็ยังต้องการที่จะดูแล ลิ้มเพ้งจือ ต่อไป แต่เพื่อแก้แค้น งักปุ๊กคุ้ง ที่ขโมย คัมภีร์กระบี่ปราบมาร ไป ลิ้มเพ้งจือ จึงได้ลงมือสังหาร งักเล้งซัง อย่างเลือดเย็น แล้วหนีไปหลบซ่อนตัวเพื่อรอการแก้แค้น งักปุ๊กคุ้งต่อไป
หลังจาก งักปุ๊กคุ้ง ดำเนินการที่จะกำจัดพรรคมาร โดยหวังใช้ เหล้งฮู้ชง มาช่วยตนกำจัด หยิ้นอั้วฮั้ง แต่เมื่อถูก เหล้งฮู้ชง ปฏิเสธ จึงหันกลับมาหวังกำจัดแทน และเข้าขอความช่วยเหลือจาก วัดเส้าหลิน และ สำนักบู๊ตึ๊ง แต่ถูกปฏิเสธ งักปุ๊กคุ้ง จึงต้องสู้กับ พรรคมาร เพียงลำพัง ทางฝ่าย หยิ้นอั้วฮั้ง เองก็ต้องการให้ เหล้งฮู้ชง มาเข้ากับฝ่ายตนเช่นเดียวกัน จึงปล่อยข่าวเรื่องที่ เหล้งฮู้ชงช่วยเหลือ หยิ้นอั้วฮั้ง ถึง 2 ครั้ง 2 ครา หลังจากนั้นก็ได้พาตัว เหล้งฮู้ชง มาที่ ผาไม้ดำ และเสนอเรื่องการแต่งงานกับ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง และรับตำแหน่งรองประมุขพรรคตะวันจันทรา แต่เพื่อไม่ให้ผิดต่อคุณธรรม เหล้งฮู้ชง จึงปฏิเสธอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ หยิ้นอั้วฮั้ง โกรธเป็นอย่างมากถึงกับประกาศว่าจะไปถล่มสำนักหานซานด้วยตนเอง เหล้งฮู้ชง จึงจำต้องจาก หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ณ ที่ผาไม้ดำ
ข่าวการปฏิเสธตำแหน่งรองประมุขพรรคตะวันจันทรา และตัดใจจาก หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ของ เหล้งฮู้ชง เป็นที่ชื่นชมไปทั่วในความมีคุณธรรม ถึงกับยอมตัดใจจากคนรัก หลังจากกลับมาถึง สำนักหานซาน ไต้ซือฟางเจิ้นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน และนักพรตชงซีเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง ได้พาศิษย์มาช่วยเหลือต้านการบุกโจมตีของพรรคมาร ไต้ซือฟางเจิ้น ได้มอบ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก วิชามหาเวทดูดดาว โดยอ้างว่าเป็นคัมภีร์ของ ฟงชิงหยาง
หลังจากที่ เหล้งฮู้ชง สร้างกระท่อมไม้ไผ่บนเขาหานซาน เพื่อหวังเป็นกระท่อมพักกายอยู่อย่างสงบ หยิ้นอิ๋งอิ๋งได้มาหา เหล้งฮู้ชง หลังจากที่จากกันที่ผาไม้ดำ งักปุ๊กคุ้ง จึงถือโอกาสนี้จับตัว หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ไปหัวซานเพื่อบีบให้ เหล้งฮู้ชง ไปติดกับ ในเวลาเดียวกัน ลิ้มเพ้งจือ เองก็ตรงมายังหัวซานเพื่อแก้แค้นเช่นกัน ในระหว่างการต่อสู้ของ ลิ้มเพ้งจือ กับ งักปุ๊กคุ้ง นั้นเอง ด้วยความช่วยเหลือของ งักฮูหยิน ทำให้ช่วย หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ออกมาได้ แต่แล้วด้วยความหมดอาลัยตายอยากต่อ งักปุ๊กคุ้ง ผู้เป็นสามี จึงได้ฆ่าตัวตาย ระหว่างที่ เหล้งฮู้ชง และ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ฝังศพของ งักฮูหยิน แล้ว ก็เดินทางกลับหานซาน แต่กลับพบว่าสำนักหานซานถูก งักปุ๊กคุ้ง ถือโอกาสโจมตีและบังคับพาตัวศิษย์หานซานไปผาไม้ดำ เหล้งฮู้ชง และ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง จึงตามไปที่ผาไม้ดำ
งักปุ๊กคุ้ง ได้เข้าจู่โจมผาไม้ดำ และได้ประมือกับ หยิ้นอั้วฮั้ง แม้ หยิ้นอั้วฮั้ง และทูตซ้าย เฮี้ยงหมึ่งที จะลงมือพร้อมกัน ก็ไม่อาจเอาชนะ งักปุ๊กคุ้ง ได้ เมื่อ เหล้งฮู้ชง และ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง มาถึงที่ผาไม้ดำ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง เห็นผู้เป็นพ่อกำลังเสียท่า จึงยื่นมือเข้าช่วย แต่สุดท้ายก็ยังสู้ งักปุ๊กคุ้ง ไม่ได้ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง บาดเจ็บ เฮี้ยงหมึ่งที บาดเจ็บสาหัส ส่วน หยิ้นอั้วฮั้ง ต้องจบชีวิตลง งักปุ๊กคุ้ง เหมือนจะได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา คือ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในแผ่นดิน และแล้วการต่อสู้ระหว่าง เหล้งฮู้ชง กับ งักปุ๊กคุ้ง ก็เริ่มขึ้น ในครั้งนี้ ทั้งคู่ต่างใช้ฝีมือที่มีอยู่ทั้งหมดเข้าสู้กัน แม้ เพลงกระบี่ปราบมาร จะร้ายกาจ แต่ก็ไม่อาจตั้งรับการบุกโจมตีของ เก้ากระบี่ต๊กโกว ได้ จึงต้องพ่ายแพ้และจบชีวิตไปในที่สุด
หลังจากศึกบนผาไม้ดำจบลง เหล้งฮู้ชง ได้สละตำแหน่งเจ้าสำนักให้แก่ อี้ลิ้ม ศิษย์เอกแห่งสำนักหานซาน รับสืบทอดต่อไป และไปใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมไม้ไผ่ ดื่มเหล้า บรรเลงบทเพลงเย้ยยุทธจักร กับ หยิ้นอิ๋งอิ๋ง ใช้ชีวิตอย่างสงบ

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 16 ก.ค.54 เวลา 10:41
 ความคิดเห็นที่  43


คำคมเด็ดๆ จาก เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร



ความคิดของคนถ่อย มักจะประเมินคนดีต่ำ

ความทะเยอทะยานที่ไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่จะทำให้คนขาดสติ

อำนาจทำให้ตาบอด ลาปยศทำให้หลงไหล ถ้าไม่สำนึก รั้นแต่จะให้ถลำลึก

ความหยิ่งยโสมักพบเห็นกันทั่วไป แต่ไม่มีประโยชน์ใดๆเลย

อายุมากกว่าใช่จะรู้หมด

การฆ่าคนเพื่อเอาตัวรอดใยมิใช่ต่างจากสัตว์

ระยะทางพิสูจน์ม้า วันเวลาพิสูจน์คน

ถ้าตัดใจไม่ขาด ก็ต้องหาทางแย่งกลับมาให้จงได้ หรือไม่ก็ต้องหาทางลืมซะ

ความรักความใคร่เปรียบเหมือนม่านบังตา ยากที่ใครจะปล่อยวางได้

คนเราอยู่ในโลกขอแค่เปิดเผยจริงใจก็พอ นอกนั้นล้วนเป็นแต่มายาเท่านั้น

การรักใครสักคนไม่มีเงื่อนไขไม่มีสิ่งตอบแทน

ที่ไหนมีมนุษย์ที่นั้นก็ย่อมมีปัญหา

ฯลฯ

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 16 ก.ค.54 เวลา 10:52
 ความคิดเห็นที่  44

เล่งฮู้ชง
เป็นตัวเอกของ เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง
แม้เป็นคนที่อารมณ์เฮฮา แต่ในใจเขานั้นถวิลหาความสุขอันแท้จริง
บุคคลเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในทุกสังคม จิตใจคนเราต้องการความยิ่งใหญ่ ชื่อเสียง เงินทอง ฯลฯ "หากแต่มีใครที่คิดหาความสงบอันแท้จริง และ ยิ้มเย้ยยุทธจักร"

เล่งฮู้ชง เป็นเด็กกำพร้าที่งั๊กปุ๊กคุ้งเจ้าสำนักหัวซาน เก็บมาเลี้ยงดูและสอนวรยุทธ์ให้ จึงเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักหัวซาน หรือสำนักฮั้วซัว
เล่งฮู่ชงเป็นคนฉลาด ภายนอกเป็นคนช่างพูด ชอบสนุกเฮฮา ดื่มสุรา เล่นการพนัน และพูดจาทะลึ่งตึงตัง แต่ในจิตใจเป็นคนที่ยึดถึอคุณธรรม
จึงมักยืนมือเข้าช่วยเมือเห็นผู้อื่นมีภัย ครั้งหนึ่งได้ต่อสู้กับเถียนป๋อกวงโจรบ้ากามเพื่อปกป้องแม่ชีน้อยอี้ลิ้มให้พ้นภัย
จนในที่สุดได้คบเป็นสหายกับเถียนป๋อกวง เล่งฮู่ชงแอบหลงรักงักเล้งซัง(ลูกสาวคนเดียวของ งั๊กปุ๊กคุ้ง) ซึ่งเป็นศิษย์น้องที่เติบโตมาด้วยกัน

ด้วยความบังเอิญขณะอยู่ที่ผาสำนึกตนได้ต่อสู้กับเถียนป๋อกวงและได้พบกับสุดยอดเพลงกระบี่สุดยอดคือเก้ากระบี่เดียวดายหรือเก้ากระบี่ต๊กโกวจากอาจารย์ปู่ฮวงเช็งเอี๊ยง
หลังจากได้รับถ่ายทอดวิชา อาจารย์ปู่ได้ขอให้เล่งฮู้ชงสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องราวที่ได้พบกับตน และที่มาของสุดยอดเพลงกระบี่
ด้วยความเป็นคนมีคุณธรรมเล่งฮู้ชงจึงเก็บเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับ ภายหลังได้ใช้วิชาเก้ากระบี่เดียวดายช่วยเหลือสำนักให้พ้นภัย
แต่ไม่ยอมบอกที่มาของเพลงกระบี่จึงทำให้อาจารย์และคนอื่นๆในสำนักรวมถึงงักเล้งซังเข้าใจผิด
และประกอบกับความริษยาของงักปุ๊กคุ้งที่เห็นลูกศิษย์มีวรยุทธ์เหนือกว่าตัวเอง จึงถูกขับออกจากสำนัก และตัดเยื่อใยจากงักเล้งซัง
หลังจากท่องและค้นพบความจริงของยุทธภพ ที่มีแก่้งแย่ง ชิงดีชิงเด่น และได้พบรักกับเยิ่นอิ๋งอิ๋ง (ลูกสาวของเยิ่นหว่อสิง ประมุขพรรคตะวันจันทราคนก่อน) จึงเร้นกาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพอีก

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 16 ก.ค.54 เวลา 11:03
 ความคิดเห็นที่  45

บูรพาไม่แพ้ หรือ ตงฟังปุ๊ป้าย หรือ ครึ่งหญิงครึ่งชาย หลายคนอาจรู้จักพิษสงของเธอมาบ้างแล้ว

เป็นประมุขพรรคสุริยันจันทรา แห่งผาไม้ดำ บรรลุยอดวิชาทานตะวันถึงขั้นไร้เทียมทาน วิชานี้ฝึกได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น และผู้ฝึกต้องตอนตัวเองเสียก่อนมิเช่นนั่นจะถูกธาตุไฟเข้าแทรก ทำให้ผู้ฝึกวิชานี้กลายเป็นครึ่งหญิงครึ่งชาย ตงฟางรวบรวมชนเผ่าชาวเขาได้เป็นจำนวนมาก หวังล้มล้างราชสำนักและตั้งตัวเป็นใหญ่แทน

บูรพาไม่แพ้ เป็นผู้มี วรยุทธสูงส่งพิสดาร เคลื่อนที่ได้รวดเร็วในพริบตา สามารถใช้เข็มแทนกระบี่เป็นอาวุธเล่นงานศัตรู ตงฟางปู๋ไป้จับ เย่นหวอสิง อดีตประมุขไปขังไว้ใต้ทะเลสาบนับสิบปี แล้วตั้งตนเป็นประมุขแทน ต่อมา เล่งฮู้ชง มาช่วยเหลือไว้

ตงฟางปู๋ไป้รักและเทิดทูน ธิดาเทพอิ๋งอิ๋ง ลูกสาวของเย่นหวอสิงมาก เพราะอิจฉาในความงามของอิ๊งอิ๋ง แต่ไม่เคยริษยา ตงฟางปู้ไป้มีคนรักเป็นผู้หญิงชื่อซือซือซึ่งเป็นคนรักตั้งแต่สมัยตงฟางปู๋ไป้ยังคงเป็นชายอยู่ หลังจากตงฟางปู๋ไป้ตอนตนเองเพื่อฝึกวิชาก็ได้มีลักษณะร่างกายและจิตใจเปลี่ยนเป็นหญิงไปเรื่อยๆ แต่ซือซือก็ยังคงซื่อสัตย์รักใคร่และอยู่เคียงข้างตงฟางปู๋ไป้อยู่ตลอดเวลาและพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่ตงฟางปู๋ไป้บัญชา ปรกติตงฟางปู๋ไปอาศัยอยู่กระท่อมในอุทยานใช้ชีวิตเรียบง่าย และโปรดการปักผ้าเป็นที่สุด ต่อมาเย่นหวอสิง เล่งหูชง และพรรคพวก เข้ามาจู่โจมที่ผาไม้ดำ ซึ่งในขณะนั้นเล่งหูชงไม่รู้ว่านางที่หลับนอนกับตนนั้นมิใช่ตงฟางปู๋ไป้ แต่จริงๆ แล้วคือ ซือซือ ซึ่งเป็นหญิงคนรักของตงฟางนั่นเอง ขณะสู้กับเล่งหูชงตงฟางปู๋ไป้เสียสมาธิ ทำให้พลาดท่าถูกทำร้ายจนสาหัส

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 16 ก.ค.54 เวลา 12:08
 ความคิดเห็นที่  46


?กระบี่เย้ยยุทธจักร?
เป็นนิยายกำลังภายในที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรม อย่าง "งักปุ๊กคุ้ง" ภายนอกภูมิฐาน น่าเชื่อถือ มีหลักเกณฑ์ มีคุณธรรม จงรักภักดีต่อสถาบัน ในที่สาธารณะก็พูดว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและสังคม คล้ายพวกนักการเมืองบางคนของไทย แต่หลังฉากก็ไม่แน่ว่าจะมุ่งแสวงแต่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ส่วน เหล้งฮู้ชง แม้มีพฤติกรรมขัดหูขัดตาไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์สูงสุดทางสังคมคือการสร้างคุณงามความดีทั้งต่อตนเองและสังคมโดยรวม

ผู้ส่ง  หน.ดม    email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 17 ก.ค.54 เวลา 12:14
 ความคิดเห็นที่  47



เพลงประกอบละครเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร



ผู้ส่ง     email     url     ip  180.183.170.46   ตอบเมื่อ 17 ก.ค.54 เวลา 13:35