HOME
เว็บบอร์ด
ทำเนียบรุ่น
แก้ไขข้อมูล +10
โทร & อีเมล์
เว็บน่าสนใจ

ข้อความเว็บบอร์ด

 ข้อความที่ 70744  ประเภท: กระทู้    ลบทั้งหมด       

เรื่อง
  พม่า ปราการด่านสุดท้ายของพุทธศาสนา

โดย Ghost Bat

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย กับอีกกว่า 100 ราย ในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงย่างกุ้งจำนวนหลายหมื่นคน เมื่อวันพุธ (26 ก.ย.) ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีพระสงฆ์รวมอยู่น้อยจำนวน 3 รูป ในนั้นมี 1 รูปสิ้นลม เพระถูกกระสุนปืน อีก 2 รูป ถูกทหารทุบจนมรณภาพ ขณะที่ทหารและตำรวจปราบจลาจลพยายามขับไล่ฝูงชนออกจากถนน

นอกจากนั้น ยังมีการจับกุมผู้ประท้วงอีกราว 200 คน ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นพระสงฆ์ ขณะที่ทหารและตำรวจอาวุธครบมือได้ขับไล่ผู้ประท้วงหลายหมื่น ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเก่าย่างกุ้ง ทั้งนี้ เป็นการบอกเล่าของนักการทูตกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายราย

ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี พระสงฆ์ที่มรณภาพถูกกระสุนขณะพยายามยื้อแย่งกับทหาร นอกจากนั้น ยังมีฆราวาสอีก 1 ราย เสียชีวิตเมื่อถูกนำไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งนับเป็นเหยื่อรายที่ 4

ในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่าครึ่งหนึ่งเป็นพระ ทั้งนี้ เป็นการนับจำนวนของหลายฝ่ายในกรุงย่างกุ้ง เอเอฟพี กล่าว

ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า มีผู้ถูกจับกุมไปประมาณ 200 ราย ขณะที่นักการทูตคนหนึ่ง กล่าวว่า ผู้ที่ถูกจับกุมมีอย่างน้อย 100 ราย เป็นพระ ที่เป็นหัวหอกนำการประท้วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันพุธนี้เป็นการประท้วงวันที่เก้าติดต่อกันในเมืองหลวงเก่าของพม่า

ตำรวจปราบจลาจลกับทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายครั้ง ในหลายเหตุการณ์ เพื่อขับไล้ผู้ประท้วง ขณะที่นักการทูตฝรั่งเศสในกรุงย่างกุ้งคนหนึ่ง ระบุว่า ทหารพม่าได้ยิงเข้าใส่ฝูงชนที่ประท้วงด้วย ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้จะยังไม่ทราบจำนวน

?เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเป็นคนยิง ครั้งแรกยิงขึ้นฟ้า ต่อมายิงใส่ผู้ประท้วง เรายังไม่ทราบว่ามีกี่คนได้รับบาดเจ็บ แต่เรายืนยันได้ว่า มีการนองเลือด? นายเอ็มมานูเอล มูริเอซ์ (Emmanuel Mouriez) กล่าวในการให้สัมภาษณ์วิทยุฝรั่งเศส RTL ทั้งนี้เป็นรายงานของเอเอฟพี




"ผู้ประท้วง" เหล่านี้ เป็นนักศึกษาพม่าฝ่ายของนางอองซานซูจี ซึ่งหลบหนีคดีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และตั้งเวปไซร์ ปลุกระดมชาวพม่าให้ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าอย่างต่อเนื่อง และในทันทีที่นายอันนัม เลขาธิการUN ได้เดินทางลับมายังเมืองไทย พร้อมกับข้ามฟากไปยังประเทศพม่า ด้านแม่สะเรียง ซึ่ง ณ ที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของกองกำลัง CIA ที่ให้การสนับสนุนนางอองซาน ภายหลังจากที่นายพลโบเมี๊ยะเสียชีวิต
นักศึกษาพม่าฝ่ายนิยมนางอองซานเหล่านี้จึงได้รับคำสั่งให้เดินกลับเข้าไปปฏิบัติการใต้ดิน ปลุกระดมพระภิกษุสามเณร ในเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมิถุนายน และได้โกนหัวห่มผ้าเป็นพระสงฆ์พม่า เดินนำขบวนประท้วง
ต้องอย่าลืมว่า หน่วยสืบราชการลับของพม่าได้ถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย ในรูปแบบของคนใช้ คนงานมากมาย จึงได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาลพม่าได้รับทราบไว้ก่อนแล้ว

ดังนั้น ข่าวที่ออกมาโดยสำนักข่าวตะวันตก เราจึงทหารและตำรวจปราบจลาจลกวาดต้อนพระสงฆ์ขึ้นรถ (เช่นภาพของ AFP) ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักด้านสงครามจิตวิทยา ที่ได้มีการเตรียมการโดย CIA มาก่อนแล้ว


(ภาพนี้ เป็นภาพของนักศึกษาพม่า ที่โกนหัวแล้วห่มผ้าเป็นพระสงฆ์ เข้าไปปลุกระดมให้พระเดินขบวน โดนตำรวจตีด้วยกระบอง เพราะเป็นพระแต่สวดมนต์ไม่ได้ ... เลยโดน... แต่คนไม่รู้เห็นแต่ภาพก็กลายเป็นว่า พระโดนฆ่า โดนซ้อม...!!!)

จากการที่ผู้เขียนได้เข้าไปหาข่าวในพม่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จึงยืนยันได้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ " CIA " และ " วาติกัน " สร้างขึ้นโดยจงใจ โดยแต่ละฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกันคือ
CIA หรือ สหรัฐอเมริกา สามารถเจาะแนวป้องกันของจีนนั่นคือ พม่า เท่ากับเป็นการตีท้ายครัว ปิดกั้นทางออกมหาสมุทรอินเดียของจีนได้สำเร็จ หากสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารของพม่า โดยอาศัยจุดอ่อนที่พม่านับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด เป็นตัวจุดระเบิด
วาติกัน จะได้ประโยชน์ในการยึดพื้นที่ถาวรทางด้านของศาสนิก นั่นคือผลประโยชน์ 10% ที่ได้จากการลงทุนในทุกธุรกิจ และศาสนิกของตน ซึ่งการเจาะเข้าสู่แนวป้องกันอันมั่นคงในพระพุทธศาสนาของชาวพม่าได้ยากยิ่ง เนื่องจากสถาบันสงฆ์พม่ามีความเข้มแข็ง จึงสร้างสถานการณ์ยืมมือทหารพม่า กำจัดพระสงฆ์พุทธให้สิ้นอุปสัคไป
....................
แผนการอันเลือดเย็นของทั้ง 2 องค์กร คือ วาติกัน และ CIA จะสำเร็จหรือไม่ โดยการใช้ภาพของพระสงฆ์ในศาสนาพุทธเป็นเครืองสังเวย มันคือการยืมดาบฆ่าคน หรือ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว และอาศัยการกระจายข่าวของสำนักข่าวประเทศที่ต้องการเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในพม่า ร่วมกันกระพือภาพ และกระแสความเกลียดชังให้ขยายวงกว้างออกไป เพื่อเปิดทางให้ สหรัฐ และวาติกัน มีสิทธิเหนือการตัดสินใจในอนาคตของพม่านั่นเอง

ปราการด่านสุดท้ายของพระพุทธศาสนาที่มั่นคงที่สุดในเอเซีย คือพม่า จะถึงกาลอวสานต์ หรือไม่ อีกไม่นานเกินรอเราคงรู้กัน

..... แต่สำหรับเมืองไทยเรานั้น พระพุทธศาสนาสิ้นสภาพไปนับตั้งแต่ไม่ยอมบรรจุเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะมันเป็นปฏิบัติการที่มาจากการบงการจากขบวนการ และองค์กรทั้งสองที่กล่าวนี้เช่นเดียวกัน



ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  125.25.102.255   ส่งเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 11:40
 
 ความคิดเห็นที่  1


ภาพนี้ เป็นภาพของนักศึกษาพม่า ที่โกนหัวแล้วห่มผ้าเป็นพระสงฆ์ เข้าไปปลุกระดมให้พระเดินขบวน โดนตำรวจตีด้วยกระบอง เพราะเป็นพระแต่สวดมนต์ไม่ได้ ... เลยโดน... แต่คนไม่รู้เห็นแต่ภาพก็กลายเป็นว่า พระโดนฆ่า โดนซ้อม...!!!)

ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  125.25.102.255   ตอบเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 11:41
 ความคิดเห็นที่  2


การโกนห้วแล้วนุ่งห่มเหลืองหาใช่แก่นสารสำคัญ ของศาสนาพุทธ แต่การเข้าถึงหลักธรรมคำสอนแล้วนำไปปฏิบัตินั้นสำคัญยิ่งกว่า ถึงแม้เราจะมีวัดโบสถ์พุทธทั่วโลกก็คงยังไม่พอหากชาวพุทธเรายังเข้าไม่แก่สารของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อีกทั้งการบูชารูปเหมือนที่นิยมในปัจจุบันก็ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเพียงรูปแบบไม่ใช่เนื้อหา แต่เนื่องจากคนเหมือนบัวที่มีหลายประเภท การชักนำชี้นำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้นจึงจำเป็นต้องอาศัย สิ่งสมมุติให้มีรูปแบบบ้างพอให้ยึดเหนี่ยวเป็นแนวทางได้เท่านั้นเอง สาธุ

ผู้ส่ง  ปล่อยวาง    email     url     ip  125.24.69.11   ตอบเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 13:07
 ความคิดเห็นที่  3

เห็นด้วยกับ คห.ที่ ๒ ครับ
และที่ว่า...
"... แต่สำหรับเมืองไทยเรานั้น พระพุทธศาสนาสิ้นสภาพไปนับตั้งแต่ไม่ยอมบรรจุเป็นศาสนาประจำชาติ ..."
ผมว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าเราจะเขียนไว้อย่างไร หากพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ยังไม่ถือปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็คงไม่มีประโยชน์อันใด
พุทธศาสนาก็ย่อมเสื่อมไปเองโดยปริยาย กลับกันแม้ไม่เขียนอะไรไว้เลย หากแต่เราเคร่งครัดยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง พุทธศาสนาก็คงฟูเฟื่องโดยไม่ต้องเขียนอะไรไว้เลย
ไม่ใช่ผมเห็นด้วยกับการไม่เขียนศาสนาพุทธไว้เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญนะครับ ผมเองก็รู้สึกเสียดาย แต่ผมว่าไม่ใช่สาระสำคัญอันใด
ถ้าคิดให้ดีก็จะเห็นถึงสัจจธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้านะครับ ที่บอกว่ามีเจริญก็ย่อมมีเสื่อมเป็นธรรมดา
คงคิดได้แค่นี้ครับ ก็คนมันไกลวัด

ผู้ส่ง  ear    email     url     ip  58.8.110.87   ตอบเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 21:09
 ความคิดเห็นที่  4

ศาสนาอื่นๆ มีองค์กรจัดตั้งในการดูแล มีการสะสมทุน มีการบ่อนทำลาย
หากเราไม่มีเครื่องมือที่ดีในการป้องกันดูแล
ในไม่ช้าแก่นแท้ของพุทธศาสนาก็จะถูกบิดเบือนบ่อนทำลาย
เพราะรากเงาของวัฒนธรรมไทยมาจากพระพุทธศาสนา
ซึ่งถือเป็นสถาบันหลักในสามสถาบัน
หากสถาบันใดอ่อนแอล้มลงนั่นแหละเราจะได้เห็นความแตกแยกในชาติที่รุนแรง

เพราะปัจจุบันไม่มีสถาบันใดที่สามารถดูแลให้สังคมยอมรับ
เมื่อมีเหตุการณที่สร้างความแตกแยกในชาติ
อำนาจอธิไคย บริหาร นิติบัญญัติ แม้แต่ตุลาการถูกบ่อนเซาะทำลาย
สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกบ่อนเซาะ สถาบันศาสนาถูกบิดเบือนให้อ่อนแอ
ในที่สุดมันก็จะกระทบไปถึงสถาบันชาติ

ไม่แน่ในยุคของเราอาจได้เห็นประเทศไทยแบ่งออกเป็นประเทศเล็กๆ ไม่ต่ำกว่าห้าประเทศก็ได้

ผมก็ยังยืนยันว่าการกำหนดไว้เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

เวียดนาม เกาหลี เคยมีคนนับถือพุทธเกือบเก้าสิบกว่าเปอเซ็น แล้วปัจจุบันเป็นไง ?

ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.203.142   ตอบเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 22:09
 ความคิดเห็นที่  5

ผมว่าเราไม่ควรเอาศาสนาไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ใครจะทำอย่างไร ศาสนาไหนจะเป็นอย่างไร ก็ช่างเขาเถิดครับ
ขอให้เรายึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธจะคงอยู่ตลอดไป
ว่าแต่ว่าพวกเรา ๆ ท่าน ๆ เข้าใจในพุทธศาสนาดีหรือยัง? และปฏิบัติดีจริง ๆ หรือยัง?

ผู้ส่ง  ear    email     url     ip  58.8.99.160   ตอบเมื่อ 27 ก.ย.50 เวลา 23:04
 ความคิดเห็นที่  6


ถูกแล้วครับศาสานาไม่ควรยุ่งกับการเมืองครับ เพียงแต่บางครั้งการเมืองนั่นแหละต้องการดึงศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเหตุผลทางการเมือง สำหรับ คนไทย ชนชาติไทย ประเทศไทย หรืออาณาจักรไทยโบราณก่อนที่พุทธศาสนาเข้ามาก็เป็น คนไทย พอศาสนาพุทธเฟื่องฟูเราก็เป็นคนไทย แม้ต่อไปไม่มีศาสนาพุทธ เราก็ยังเป็นคนไทย คำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่คนไทยเรายึดถือนั้นเป็นสถาบันหลักที่คนไทยควรยึดมั่นก็ดี แต่คำว่าศาสนาในที่นี้หมายถึงศาสนาที่คนไทยแต่ละคนมีสิทธิในการเลือกที่จะนับถือได้โดยเสรี มิใช่หรือ หากเรายังแบ่งแยกยึดถือเขา ยึดถือเรา ชาติไทยเราจะมั่นคงสถาพรได้อย่างไร ศาสนาพุทธไม่เคยสอนให้บังคับใครมานับถือครับ แต่ให้นับถือด้วยปัญญา เน้นที่ปัญญามากกว่าศรัทธา สาธุ

ผู้ส่ง  ปล่อยวาง    email     url     ip  125.24.75.145   ตอบเมื่อ 28 ก.ย.50 เวลา 11:06
 ความคิดเห็นที่  7

>>>นิทานเรื่อง "น้ำผึ้งหยดเดียว" คือ บทเรียนของผู้นำ <<<

โดย Ghost Bat

ภายหลังจากนายโทฟี อานัม ได้เดินทางลับมายังเมืองไทยในเดือน มิ.ย.2550 จากนั้นก็ตรงไปยังฐานกองกำลังของนางซูจี ที่ค่ายแม่สะเรียงแล้ว นักศึกษาพม่าที่หลยหนีเข้าเมืองไทย ส่วนหนึ่งได้ถูกส่งไปบวช ที่เมือง ปะโก๊ะคู

ในปลายเดือนนั้นเอง บ.เชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทยุดน้ำมันยักษ์ใหญ่ของ US (ปัจจุบันขุดน้ำมันในอ่าวของพม่า) ได้สั่งให้รัฐบาลพม่าขึ้นราคาค่าน้ำมัน 500% จากเดิม ทำให้ประชาชนพม่าเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

เนื่องจาก ในวันที่ 8 กันยายน ขณะพระสงฆ์เดินขบวนอย่างสงบในเมืองปะโกะคู ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนา เพื่อประท้วงรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันและสินค้าบริโภค อันส่งผลให้พุทธศาสนิกชนพม่าไม่สามารถใส่บาตรได้เนื่องจากขาดเงิน ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวอดอาหาร เนื่องจากบิณฑบาตรไม่พอขบฉัน บางวัด 3 วัน ได้ฉันเพียงข้าวเปล่าจานเดียว ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวออกมาเดินขบวนขอร้องรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขลดราคาน้ำมันในเมืองปะโกะคู อันเป็นการสร้างกุศลแก่พระสงฆ์ที่ต้องอดอยากเพราะผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐกลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของพระสงฆ์ โดยส่งกองกำลังพร้อมอาวุธเข้าทำร้ายพระสงฆ์ และจับกุมไปขังไว้ในคอกปศุสัตว์หลายร้อยรูป
จากเหตุการณ์อันน่าสลดใจนั้นทำให้พระสงฆ์พม่าในเมืองพะโคะกว่า 1,000 รูป ออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบท่ามกลางการสนับสนุนของชาวพม่า เพื่อให้รัฐบาลประกาศขอโทษแก่พระสงฆ์ ที่ได้ถูกทางราชการทำร้าย ซึ่งรัฐบาลพม่ายังไม่ยอมขออภัยกรณีทำร้ายพระสงฆ์ ทำให้เกิดการประท้วงครั้งนี้
อย่างไรก็ตามพระสงฆ์พม่าก็ได้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลพม่าขออภัยต่อพระสงฆ์ภายในวันที่ 24 กันยายน 2550 มิฉะนั้น พระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกมาประท้วงรัฐบาลพม่า จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็สลายการชุมนุมกลับวัดอย่างสงบสันติ .... เพื่อรอคอยให้รัฐบาลพม่าขอโทษคณะสงฆ์พม่าอย่างเป็นทางการ


.......เมื่อใกล้ถึงเวลาที่คณะสงฆ์พม่าได้ให้กับรัฐบาลพม่าขอโทษการกระทำในเมืองปะโก๊ะคู พระสงฆ์ และพุทธบริษัทชาวพม่า จึงรวมตัวกันออกมารอรับฟังคำขอโทษจากรัฐบาล โดยเริ่มจากวันที่ 19 กันยายน 2550

........ เปล่าเลย.. นอกจากรัฐบาลพม่าจะไม่ขอโทษแล้ว ยังกลับส่งกองกำลังทหารไม่ทราบสังกัด มาทำการปิดกั้นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธของคณะสงฆ์พม่า
..... ทั้งนี้เนื่องจากบุคลกรของ CIA ที่ได้เข้าปฏิบัติการร่วมกันกับนายทหารหนุ่มที่ต้องการอำนาจจากกลุ่มอำนาจเดิม เหตุการณ์อันน่าสังเวชสำหรับประชาคมโลก และชาวพุทธจึงเกิดขึ้น.....

>>>นิทานเรื่อง "น้ำผึ้งหยดเดียว" คือ บทเรียนของผู้นำ <<<


ภายหลังจากนายโทฟี อานัม ได้เดินทางลับมายังเมืองไทยในเดือน มิ.ย.2550 จากนั้นก็ตรงไปยังฐานกองกำลังของนางซูจี ที่ค่ายแม่สะเรียงแล้ว นักศึกษาพม่าที่หลยหนีเข้าเมืองไทย ส่วนหนึ่งได้ถูกส่งไปบวช ที่เมือง ปะโก๊ะคู

ในปลายเดือนนั้นเอง บ.เชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทยุดน้ำมันยักษ์ใหญ่ของ US (ปัจจุบันขุดน้ำมันในอ่าวของพม่า) ได้สั่งให้รัฐบาลพม่าขึ้นราคาค่าน้ำมัน 500% จากเดิม ทำให้ประชาชนพม่าเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

เนื่องจาก ในวันที่ 8 กันยายน ขณะพระสงฆ์เดินขบวนอย่างสงบในเมืองปะโกะคู ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนา เพื่อประท้วงรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันและสินค้าบริโภค อันส่งผลให้พุทธศาสนิกชนพม่าไม่สามารถใส่บาตรได้เนื่องจากขาดเงิน ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวอดอาหาร เนื่องจากบิณฑบาตรไม่พอขบฉัน บางวัด 3 วัน ได้ฉันเพียงข้าวเปล่าจานเดียว ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวออกมาเดินขบวนขอร้องรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขลดราคาน้ำมันในเมืองปะโกะคู อันเป็นการสร้างกุศลแก่พระสงฆ์ที่ต้องอดอยากเพราะผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐกลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของพระสงฆ์ โดยส่งกองกำลังพร้อมอาวุธเข้าทำร้ายพระสงฆ์ และจับกุมไปขังไว้ในคอกปศุสัตว์หลายร้อยรูป
จากเหตุการณ์อันน่าสลดใจนั้นทำให้พระสงฆ์พม่าในเมืองพะโคะกว่า 1,000 รูป ออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบท่ามกลางการสนับสนุนของชาวพม่า เพื่อให้รัฐบาลประกาศขอโทษแก่พระสงฆ์ ที่ได้ถูกทางราชการทำร้าย ซึ่งรัฐบาลพม่ายังไม่ยอมขออภัยกรณีทำร้ายพระสงฆ์ ทำให้เกิดการประท้วงครั้งนี้
อย่างไรก็ตามพระสงฆ์พม่าก็ได้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลพม่าขออภัยต่อพระสงฆ์ภายในวันที่ 24 กันยายน 2550 มิฉะนั้น พระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกมาประท้วงรัฐบาลพม่า จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็สลายการชุมนุมกลับวัดอย่างสงบสันติ .... เพื่อรอคอยให้รัฐบาลพม่าขอโทษคณะสงฆ์พม่าอย่างเป็นทางการ

โดย Ghost Bat [28 ก.ย. 2550 , 14:24:24 น.] ( IP = 116.58.231.242 : : )

ข้อความ 22





.......เมื่อใกล้ถึงเวลาที่คณะสงฆ์พม่าได้ให้กับรัฐบาลพม่าขอโทษการกระทำในเมืองปะโก๊ะคู พระสงฆ์ และพุทธบริษัทชาวพม่า จึงรวมตัวกันออกมารอรับฟังคำขอโทษจากรัฐบาล โดยเริ่มจากวันที่ 19 กันยายน 2550

........ เปล่าเลย.. นอกจากรัฐบาลพม่าจะไม่ขอโทษแล้ว ยังกลับส่งกองกำลังทหารไม่ทราบสังกัด มาทำการปิดกั้นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธของคณะสงฆ์พม่า
..... ทั้งนี้เนื่องจากบุคลกรของ CIA ที่ได้เข้าปฏิบัติการร่วมกันกับนายทหารหนุ่มที่ต้องการอำนาจจากกลุ่มอำนาจเดิม เหตุการณ์อันน่าสังเวชสำหรับประชาคมโลก และชาวพุทธจึงเกิดขึ้น.....

>>>นิทานเรื่อง "น้ำผึ้งหยดเดียว" คือ บทเรียนของผู้นำ <<<


ภายหลังจากนายโทฟี อานัม ได้เดินทางลับมายังเมืองไทยในเดือน มิ.ย.2550 จากนั้นก็ตรงไปยังฐานกองกำลังของนางซูจี ที่ค่ายแม่สะเรียงแล้ว นักศึกษาพม่าที่หลยหนีเข้าเมืองไทย ส่วนหนึ่งได้ถูกส่งไปบวช ที่เมือง ปะโก๊ะคู

ในปลายเดือนนั้นเอง บ.เชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทยุดน้ำมันยักษ์ใหญ่ของ US (ปัจจุบันขุดน้ำมันในอ่าวของพม่า) ได้สั่งให้รัฐบาลพม่าขึ้นราคาค่าน้ำมัน 500% จากเดิม ทำให้ประชาชนพม่าเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

เนื่องจาก ในวันที่ 8 กันยายน ขณะพระสงฆ์เดินขบวนอย่างสงบในเมืองปะโกะคู ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนา เพื่อประท้วงรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันและสินค้าบริโภค อันส่งผลให้พุทธศาสนิกชนพม่าไม่สามารถใส่บาตรได้เนื่องจากขาดเงิน ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวอดอาหาร เนื่องจากบิณฑบาตรไม่พอขบฉัน บางวัด 3 วัน ได้ฉันเพียงข้าวเปล่าจานเดียว ทำให้พระสงฆ์ในเมืองดังกล่าวออกมาเดินขบวนขอร้องรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขลดราคาน้ำมันในเมืองปะโกะคู อันเป็นการสร้างกุศลแก่พระสงฆ์ที่ต้องอดอยากเพราะผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐกลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของพระสงฆ์ โดยส่งกองกำลังพร้อมอาวุธเข้าทำร้ายพระสงฆ์ และจับกุมไปขังไว้ในคอกปศุสัตว์หลายร้อยรูป
จากเหตุการณ์อันน่าสลดใจนั้นทำให้พระสงฆ์พม่าในเมืองพะโคะกว่า 1,000 รูป ออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบท่ามกลางการสนับสนุนของชาวพม่า เพื่อให้รัฐบาลประกาศขอโทษแก่พระสงฆ์ ที่ได้ถูกทางราชการทำร้าย ซึ่งรัฐบาลพม่ายังไม่ยอมขออภัยกรณีทำร้ายพระสงฆ์ ทำให้เกิดการประท้วงครั้งนี้
อย่างไรก็ตามพระสงฆ์พม่าก็ได้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลพม่าขออภัยต่อพระสงฆ์ภายในวันที่ 24 กันยายน 2550 มิฉะนั้น พระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกมาประท้วงรัฐบาลพม่า จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็สลายการชุมนุมกลับวัดอย่างสงบสันติ .... เพื่อรอคอยให้รัฐบาลพม่าขอโทษคณะสงฆ์พม่าอย่างเป็นทางการ

โดย Ghost Bat [28 ก.ย. 2550 , 14:24:24 น.] ( IP = 116.58.231.242 : : )

ข้อความ 22





.......เมื่อใกล้ถึงเวลาที่คณะสงฆ์พม่าได้ให้กับรัฐบาลพม่าขอโทษการกระทำในเมืองปะโก๊ะคู พระสงฆ์ และพุทธบริษัทชาวพม่า จึงรวมตัวกันออกมารอรับฟังคำขอโทษจากรัฐบาล โดยเริ่มจากวันที่ 19 กันยายน 2550

........ เปล่าเลย.. นอกจากรัฐบาลพม่าจะไม่ขอโทษแล้ว ยังกลับส่งกองกำลังทหารไม่ทราบสังกัด มาทำการปิดกั้นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธของคณะสงฆ์พม่า
..... ทั้งนี้เนื่องจากบุคลกรของ CIA ที่ได้เข้าปฏิบัติการร่วมกันกับนายทหารหนุ่มที่ต้องการอำนาจจากกลุ่มอำนาจเดิม เหตุการณ์อันน่าสังเวชสำหรับประชาคมโลก และชาวพุทธจึงเกิดขึ้น.....



ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 02:12
 ความคิดเห็นที่  8

ในวัน และ เวลาเดียวกัน ที่คณะสงฆ์เคลื่อนขบวนเข้าสู่มหาเจดีย์ชเวดากอง นั้น นายจอร์จ ดับเบิลยู บูช ปธน.สหรัฐ ได้กล่าวคำปราศัยเรื่องพม่าทันที ในการประชุมผู้นำASIAN เรียกร้องให้ชาวโลกประนามพม่า (ทั้ง ๆ ก่อนหน้านั้นยังไม่มีการปราบปราบใด ๆ ในกรุงย่างกุ้ง) และนี่คือสัญญาณให้กลุ่มนายทหารหนุ่มสายซีไอเอ ลงมือใช้กำลังปราบปรามทำร้ายพระสงฆ์ เพื่อให้เป็นภาพทางลบแก่รัฐบาลพม่าปัจจุบัน และต้อนให้รัฐบาลทหารพม่านี้เข้าสู่จุดอับที่จะไม่อาจหาทางแก้ตัวกับชาวโลกได้
.... ทุกอย่างสอดคล้องรองรับอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน


ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 02:13
 ความคิดเห็นที่  9

และแล้ว ....
.....เหตุการณ์ทั้งหลาย ก็ดำเนินไปตามแผนที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลทหารพม่า โดยใช้บุคลากรในพระพุทธศาสนาเป็นเหยื่อสังเวย...


........ กลุ่มนายทหารหนุ่มของพม่าพร้อมทั้งกลุ่มนางอองซาน ซึ่งร่วมมือกับซีไอเอและวาติกัน ได้ตกลงในพันธสัญญาสำคัญ ว่า
..... เมื่อสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารพม่าปัจจุบันนี้ได้แล้ว และขึ้นสู่อำนาจ จะเปิดประเทศพม่าให้แก่แก่นักลงทุนรวมทั้งอนุญาตให้ตั้งฐานจรวด MMD ในตอนเหนือของพม่าได้ และที่สำคัญคือการให้เสรีในการขยายพื้นที่แก่องค์กรศาสนาคาทอลิก(วาติกัน) โดยไม่จำกัดเพียงแค่ชายแดน
.....
และสิ่งเหล่านี้ คือที่มาของความรุนแรงที่จะต้องถูกสร้างให้เกิดขึ้น และให้ชาวโลกรุมประชาฑัณฑ์รัฐบาลทหารพม่าโดยกระแสที่สร้างขึ้นอย่างแนบเนียน


ดังนั้นภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏแก่ชาวโลก จึงเป็นไปโดยเจตนา ที่จะกระตุ้นกระแสความเกลียดชัง และชี้นำให้เห็นถึงความเป็นเผด็จการของรัฐบาลทหารพม่า ที่มีความโหดร้าย ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ที่เรียกร้องโดยสันติ

ที่น่าสงสาร คือพระคุณเจ้าทั้งหลาย ที่ถูกใช้เป็นเหยื่อเหล่านี้.....



ผู้ส่ง     email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 02:16
 ความคิดเห็นที่  10

โดย Ghost Bat

นับว่าเป็นโชคดีของคณะสงฆ์ชาวพม่า ที่รัฐบาลเป็นทหารพม่า จึงแค่ถูกจับไปขัง ติดคุกยังมีวันออกมาสู้กันใหม่

..แต่..ของไทย ซิเฉียบกว่าเยอะ พระสงฆ์และพุทธศานิกชนไทย เดินขบวนเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ในรัฐธรรมนูญ...

ปัดติโถ่...ไม่บรรจุยังไม่ว่า แถมเอายาพิษวางพระภิกษุแกนในในการเดินขบวน ตายอย่างน่าอนาถ...แถมเป่าข่าวเงียบ มีคนรู้ซักกี่คน.....รัฐบาลเมืองไทย อยู่ได้สบายดี แถมยังมีหน้ามีตาคนเคารพนบนอบ
....เมืองไทยสะใจกว่าเยอะเลย....

อามิดตาพุด.....สาธุ

เพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ กรณีนางอองซาน
..........................
นางอองซาน เป็นคริสต์ และถูกส่งเข้าสู่ประเทศพม่าด้วยเงื่อนไขทางการเมือง ของมหาอำนาจตะวันตก ภายหลังที่รัฐบาลทหารพม่าปิดประเทศ การเคลื่อนไหวของนางอองซาน เป็นลักษณะของการชักศึกเข้าบ้าน โดยอ้างคำว่าประชาธิปไตย แต่ไม่มีความรักชาติจึงยินดีกับการที่ต่างประเทศแซงชั่นพม่า คนอดหยากก็เพราะเกิดจากตนเอง อีกทั้งไม่เคยรู้สึกรู้สากับความทุกข์ยากของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่ถูกจับติดคุกในปี1988 เนื่องเพราะเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้ง ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่นางอองซาน จะยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลปล่อยตัวพระสงฆ์เหล่านั้น ก็เพราะความจริงไม่ได้ถือพุทธศาสนา แต่อ้างพระพุทธศาสนาบังหน้า เพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะชาวพม่านับถือพุทธ
หากนางอองซานมีความรักชาติจริง ต้องมองเห็น และรู้ว่าประเทศชาติวุ่นวายก็เพราะสาเหตุเกิดจากตนเองตลอดกว่า 30 ปี สมควรจะฆ่าตัวตายเป็นชาติพลีไปได้แล้ว ไม่ใช่แอบอ้างสร้างกระแส ตัวถือคริสต์แต่เอาพระบังหน้า เรียกว่า "...เหยียบศพพระขึ้นเป็นใหญ่.."
ในวงการข่าวลับ รู้กันดีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางอองซาน คือ กลุ่มผู้หวังจะกอบโกยผลประโยชน์ในประเทศพม่าอย่างถาวรคือ วาติกัน และ นักธุรกิจน้ำมันที่จะได้ผลประโยชน์ เมื่อนางอองซานขึ้นเป็นใหญ่ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
........................
และนี่คือ ที่มาของประวัติ "... นางมารร้าย..แห่งเอเซีย" ตัวจริง




ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 02:22
 ความคิดเห็นที่  11

โดย Ghost Bat
:::: รายงาน สถานการณ์พม่า ด่วนล่าสุด(22.40/28/9/50)
พันเอกทูนวิน ( ละโท ) นายทหารที่ถูกส่งไปจากเมืองเนปิดอ เพื่อใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งพระและประชาชน โดยให้สลายการชุมนุมทุกวิถีทางแม้แต่ต้องสังหารโดยการยิงทิ้งผู้ชุมนุมทั้งหมด หากไม่เลิกชุมนุม

.......แต่พันเอกทูนวิน ไม่ยอมปฏิบัติตาม นายพลตาลฉ่วยจึงมีคำสั่งให้ส่งกำลังไปจับกุมคุมขัง ในโทษฐานเป็นกบฏ ส่งผลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของพันเอกทูนวิน ไม่พอใจ จึงเกิดการปะทะยิงต่อสู้กับทหารรัฐบาลพม่าที่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปจับกุมปลดอาวุธทหารของพันเอกทูวิน

...... การก่อกบฏลักษณะนี้ จะกระจายไปทั่วทุกกรมกองในไม่ช้า และนั่นคือจุดจบของรัฐบาลทหารพม่าในเวลาอันใกล้นี้...
....................................

ทุกอย่างก็เข้าแผนของ ซีไอเอ ที่วางไว้ทุกประการ ดังที่ได้นำมาวิเคราะห์ให้ได้รับทราบล่วงหน้าไว้แล้ว ความคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป

ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 02:29
 ความคิดเห็นที่  12

การเกิดลัทธิล่าอาณานิคม เริ่มจากใครที่ให้สิทธิโปตุเกส เสปน
สงครามครั้งแรกระหว่างไทยกับพม่าที่เชียงไกรเชียงกราน ประเทศใดยุแหย่ให้เกิด เพื่อประสงค์ใด
ในช่วงหลังพม่าต้องย้ายเมืองหลวงหลายครั้ง
เพราะประเทศล่าอาณานิคมทั้งโปตุเกต อังกฤษ

จะเห็นว่าองค์กรศาสนาส่วนใหญ่จะสะสมทุนและอำนาจ และเข้าไปมีบทบาททางการเมืองเกือบทั้งสิ้น บางองค์กรมีการสะสมทุนจากผู้นับถือ ๑๐ % จากรายได้
ส่งเสริมให้ค้นหาดินแดนใหม่ จนเกิดลัทธิล่าอาณานิคม เรือปืน หมอสอนศาสนา พ่อค้า มักเข้าไปยังประเทศเป้าหมายพร้อมกัน เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน

ยุคล่าอาณานิคมยุคใหม่ ที่กลุ่มทุนทั้งสาม ยิว วาติกัน FED ลงทุนร่วมในหกกลุ่มธุรกิจ อาหาร การเงิน ยา IT อาวุธ พลังงาน มีกลุ่ม Strategic Defense Group วางแผน NGO CIA IMF OIC WORLD BANK ADB ฯลฯ ทำงานร่วมกัน ควบคุมสองพรรคการเมืองสำคัญ กลุ่มทุนอาวุธ น้ำมันสนับสนุนพรรคบุช เน้นสงครามทางทหาร กลุ่มทุนการเงิน IT สนับสนุน พรรคคลินตั้น ผลัดเปลี่ยนขึ้นมาปกครอง โดยประธานาธิบดีเป็นเพียงตัวละครที่ต้องเล่นตามบทบาทที่กำหนด หากไม่ทำตามก็จะเหมือน JFK

โดยอเมริกาบริหาร GDP โลกผ่านระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรราคาถูกจากประเทศรอบนอกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลล่าร์ที่ไม่มทองคำค้ำประกัน FED พิมย์เงินหรือใบเรียกเก็นเงินจากรัฐบาลอเมริกา อเมริกาเป็นหนี้แต่องค์กรเหนือรัฐไม่เป็นหนี้ แต่แสวงประโยชน์จากตรงนี้ เพราะ FED ได้สิทธิพิมย์เงินให้อเมริกาเพราะเป็นผู้ให้ทุนทั้งฝ่ายเหนือใต้รบกัน ฝ่ายใต้แพ้ จึงเป็นการกำจัดอิทธิพลของยุโรปที่มีเหนืออเมริกาให้หมดไป เพราะรัฐทางใต้ยังส่งวัตถุดิบให้ยุโรปอยู่ แต่เมื่อรัฐทางเหนือชนะเป็นพวกอุตสาหกรรมอยู่แล้ว อเมริกาจึงก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมมากขึ้น สามกลุ่มทุนนี้ จึงเข้ามามีอิทธิพลยึดหัวหาดในอเมริกา และพยายามล้มล้างระบบล่าอาณานิคมยุคเก่าที่มีมหาอำนาจหลายขั้วให้หมดไป เพื่อให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจล่าอาณานิคมยุคใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องล้มยุโรปลงก่อน สงครามโลกครั้งที่ ๑ และ ๒ จึงถูกสร้างขึ้น UN ลัทธิคอม เสรี จึงถูกสร้างขึ้นให้ประเทศในยุคล่าอาณานิคมมาจับในสองขั้วจนเกิดยุคสงครามเย็น แล้วพยายามล้มรัสเซียขั้วสังคมนิยมให้แตกแยกด้วยสงครามเวียดนาม ในที่สุดรัสเซียล้ม แต่จีน ยุโรป มองเห็นภัยของการเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของอเมริกา จึงขัดง้างด้วยการจับกลุ่ท EU ใช้เงินยูโร มาสู้ดอลล่าร์ ปัจจุบันจึงเข้าสู่สงครามพัฒนาพลังการผลิต ที่จีนยึดครองตลาดระดับล่างไว้ได้มีทุนสำรองอันดับหนึ่ง กำลังปลดปล่อยพลังการผลิตที่จีนตอนใต้ เพื่อใช้ทรัพยากรดังกล่าวร่วมกับแรงงานราคาถูก ยึดครองตลาดระดับกลาง บน เพื่อกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทหารสามารถคัดง้างต่อรองอเมริกา ล้มระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลล่าร์ที่ไม่มีทองคำค้ำประกัน

ซึ่งการต่อกรในครั้งนี้มีไทยเป็นปัจจัยสำคัญในการป็นฐานผลิตสินค้าระดับกลาง บน และตลาดกระจายสินค้าระดับล่างจากจีน เพราะขนจากจีนตอนใต้ไปจีนตะวันออกระยะทาง ๖,๐๐๐ กม. ขนผ่านทางไทย ๖๐๐ กม. ออกทาง N S หรือ E ทะเลจีนมหาสมุทธแปซิฟิก W มหาสมุทธอินเดีย เป็นตลาดกระจายสินค้าตลาดระดับล่างกลางบนในที่เดียวกัน เพราะไทยสามารถลดต้นทุนด้าน Logistic ได้เปรียบชาติอื่น สามารถบีบให้ประเทศต่างๆผลิตสินค้าตามความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบตามหลักเศรษฐศาสตร์

ปัจจุบันการทำสงครามค่าเงินยังมีให้เห็น การบ่อนทำลายประเทศเป้าหมายในสังคมโลก เพื่อเพิ่มต้นทุนการผลิตสินค้าให้กับประเทศคู่แข่งยังดำเนินอยู่ อเมริกาทำสงครามในอิรัก ยึดแหล่งน้ำมันเพิ่มราคาต้นทุนน้ำมันให้ประเทศอื่นๆ จากต้นทุนจริง ๑.๕ ดอลล่าร์/๑ บาเรล กลายเป็น ๗๐ ดอลล่าร์/๑ บาเรล สร้างทฤษฏีเรือนกระจกลวงให้ประเทศที่เซ็นสนธิสัญญษเกียวโต ต้องเพิ่มต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมแต่ตนเองไม่ยอมเซ็น และนี่คือยุคสงครามพัฒนาพลังการผลิต ที่ใครผลิตสินค้าได้คุณภาพดีราคาถูกย่อมครองตลาดได้ โดยพยายามใช้กระแสโลกาภิวัฒน์ให้คนมีวัฒนธรรมเดียวกัน จะได้ใช้สินค้าไม่หลากหลาย

แล้วการเข้ายึดครองตลาดที่ดีที่สุดคือยึดครองสมอง ด้วยการใช้ศัทธาของศาสนา
เพราะ ๑๐ % จากรายได้ ไม่ใช่น้อยเลยในการสะสมทุน ซึ่งนั่นก็คือการสะสมอำนาจ

ศาสนาพุทธไม่ส่งเสริมให้สะสมทั้งทุนและอำนาจ
ก็ฝากให้พิจารณาว่าศาสนาพุทธจะยังคงอยู่
หรือล่มสลายในยุคของเรา ?



ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 03:30
 ความคิดเห็นที่  13

รากเหง้าของคนไทยมาจากศาสนาพุทธ
และประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียนให้เราผ่านกรมพระยาดำรง (ลูกศิษย์ฝรั่ง) ว่าเราเป็นชนชาติทาสขอมขี้แพ้ ถอยร่นมาเรื่อย เพื่อสนับสนุนว่าในเมื่ออดีตเคยเป็นทาสเป็นอาณานิคมมา
จะเป็นทาสฝรั่งจะเสียหายตรงไหน ?

ลองไปดูประวัติศาสตร์จริงๆ ว่าชนชาติเราเป็นเช่นไร ?

ต้นอารยธรรมโลกเริ่มที่บ้านเชียงไม่ใช่เมโสโปเตเมีย
และชนชาติไทยอยู่ในดินแดนแถบนี้มาช้านาน
มีการพิสูตรโครงกระดูกที่ขุดพบเทียบกับโครงกระดูกคนไทยปัจจุบันโดยหมอศิริราชเป็นข้อสรุปแล้ว

และพระพุทธเจ้าเป็นชนชาติอริยะนั้นน่าจะเป็นเชื้อสายคนไทย
ขงเบ้ง เล่าปี่ ซุนวู สุมาอี้ ก็คือคนไทย

ในเมื่อพุทธศาสนาเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของเรา
ท่าน ear ท่านปล่อยอะไรน่ะ ต้องการปล่อยวางเหรอ

น่าไปอ่านที่ ร.๖ กล่าวเอาไว้สำหรับคนไทยน่ะ ?

ว่างๆ จะเอามาให้อ่าน ... อิอิ

ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.204.179   ตอบเมื่อ 30 ก.ย.50 เวลา 05:20
 ความคิดเห็นที่  14




และพระพุทธเจ้าเป็นชนชาติอริยะนั้นน่าจะเป็นเชื้อสายคนไทย
ขงเบ้ง เล่าปี่ ซุนวู สุมาอี้ ก็คือคนไทย
---------------------------------------------------------------------




โห!!! แม่_ง คิดได้งัยว่ะเนี้ย ฟังเพลงเส้นทางปลาแดกมากไปหรือป่าวคร้าบพี่น้อง


ปล.บทความดีมีความเป็นไปได้ แต่มีอคติ ติดยึด และเฟ้อฝันจนเกินจริง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ

ผู้ส่ง  Bigsu    email     url     ip  124.121.125.206   ตอบเมื่อ 02 ต.ค.50 เวลา 09:36
 ความคิดเห็นที่  15

ท่าน Bigsu ด้วยรักและนับถือท่านน่ะเพื่อน
ยืนยันมิได้เพ้อฝัน

ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน

๑.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=210
๒.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=183&page=1
๓.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=185
๔.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=287
๕.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=288
๖.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=294
๗.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=299
๘.http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=323
๙.http://precadet26.org/msgboard/MsgView.php?page=104&msgid=56169&nr=21

เปิดตาและใจดูก่อนน่ะท่านแล้วค่อยกล่าวหา .... อิอิ



ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  203.107.203.10   ตอบเมื่อ 02 ต.ค.50 เวลา 10:58
 ความคิดเห็นที่  16

http://thaimisc.pukpik.com/cgi-bin/freeguestbook/guest.pl?action=view&user=tuksin

ผู้ส่ง  วิทย นปช แดงทั้งแผ่นดิน    email     url     ip  61.19.65.48   ตอบเมื่อ 28 เม.ย.53 เวลา 19:51