HOME
เว็บบอร์ด
ทำเนียบรุ่น
แก้ไขข้อมูล
โทร & อีเมล์
เว็บน่าสนใจ

ข้อความเว็บบอร์ด

 ข้อความที่ 1066709  ประเภท: เรื่องทั่วไป    ลบทั้งหมด       

เรื่อง
  หลักประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐ ..


ผู้คนมักจะกล่าวอ้างเสมอว่า ตัวเองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในความถูกต้อง หรือยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และมักอ้างว่าทำเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่เราต้องเข้าใจว่า ประชาธิปไตยมิอาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยได้

การที่จะตรวจสอบดูว่า คนที่กล่าวอ้างนั้นเชื่อถือได้หรือไม่นั้น คงต้องดูจากการกระทำ และ ความคิดเห็นต่างๆ ยึดมั่นในหลักการหรือไม่ หากเป็นนักวิชาการก็ต้องสำรวจตัวเองว่าได้แสดงความคิดเห็นไป โดยยึดหลักการ หรือใช้อารมณ์หรือผลประโยชน์แห่งตนเป็นที่ตั้ง จนกระทั่งไปบิดเบือนหลักการ จนอาจทำให้ประชาชนสับสนหรือเข้าใจผิดได้ หากเป็นผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ก็ต้องดูว่าได้ใช้อำนาจที่มีอยู่ตามหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐหรือไม่ อย่างไร

บางทีรูปแบบอาจจะเป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อหาไม่ใช่ประชาธิปไตย บางทีรูปแบบไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่อาจมีเนื้อหาที่มีลักษณะประชาธิปไตยอยู่พอสมควรก็ได้ แต่หากต้องการให้การเมืองมีความก้าวหน้า มีความมั่นคงมีเสถียรภาพเกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชน ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยทั้งรูปแบบและเนื้อหา และยึดหลักนิติรัฐ

หลักประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐ ล้วนเป็นหลักพื้นฐานที่สุดของรัฐเสรีประชาธิปไตย

การจะตรวจสอบดูว่าประเทศไหนยึดถือหลักประชาธิปไตยในการบริหารบ้านเมืองหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

หลักประการแรก คือ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หลักนี้ทำให้อำนาจทั้งหลายเชื่อมโยงกับประชาชน ผ่านกลไกการเลือกตั้ง ผ่านกลไกสิทธิและหน้าที่ต่างๆ การที่อำนาจรัฐมาจากประชาชนย่อมทำให้การปกครองแบบประชาธิปไตยมีความชอบธรรมสูง รัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจทางการเมืองหรือปกครอง เพื่อตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชน

มีประเด็นต่อเนื่องว่า แล้วอะไรล่ะ คือ เจตจำนงของประชาชน และจะวัดกันอย่างไร

หากกล่าวอ้างนักปรัชญาทางการเมืองอย่าง จัง จ๊าคส์ รุสโซ ก็บอกว่า เจตจำนงของประชาชนก็คือ เจตจำนงทั่วไป เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ขณะที่บางแนวคิดที่มองว่าเจตจำนงของประชาชน ก็คือ ผลของการประนีประนอมกัน ระหว่างผลประโยชน์ที่แตกต่างของปัจเจกบุคคลแต่ละคน แนวคิดนี้จึงยึดหลักเสียงข้างมากเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ต้องมีหลักประกันสิทธิของฝ่ายเสียงข้างน้อยด้วย

หลักประการที่สอง หลักการที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายและรับรองสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ประชาธิปไตยจึงถือว่าการถกเถียงกันด้วยเหตุและผลเป็นกระบวนการปกติที่นำมาสู่ข้อสรุปให้สังคม ความจริงแล้ว เสรีภาพสามารถมีได้ในทุกระบบการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นแบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ประชาธิปไตยครึ่งใบ เผด็จการหรือระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพียงแต่ว่ามีเสรีภาพในระดับที่แตกต่างกันไป

อย่างเมืองไทยวันนี้เสรีภาพถูกจำกัดโดยประกาศกฎอัยการศึก แม้จะมีการผ่อนปรนลงบ้างก็ตาม แต่เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมืองยังไม่ได้รับการรับรอง

หลักประการที่สาม คือ หลักการปกครองโดยเสียงข้างมาก โดยพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน พรรคการเมือง เข้าสู่อำนาจโดยผ่านการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยแบบผู้แทน ความสำคัญจะอยู่ที่รัฐสภา เพราะเป็นองค์กรทางการเมือง ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่วันนี้เรายังไม่มีรัฐสภาจากการเลือกตั้ง เป็นสภาจากการแต่งตั้งโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ

หากรัฐสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจะเกิดหลักสำคัญอีกสองประการ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน คือ หลักความสัมพันธ์ในทางความชอบธรรมที่ไม่ขาดสาย และหลักเงื่อนไขของรัฐสภา

หลักความชอบธรรมโดยไม่ขาดสายสะท้อนความสัมพันธ์ของความชอบธรรมที่ต้องมีความต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยเริ่มจากประชาชนเป็นเจ้าของและมอบให้ผู้แทนมาทำหน้าที่แทน การใช้อำนาจต้องเป็นไปเพื่อประชาชน และมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ การใช้อำนาจรัฐผ่านองค์กรต่างๆ ต้องเกี่ยวพันเชื่อมโยงถึงประชาชนด้วย รัฐสภาจึงมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระต่างๆ

ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง หลักนิติรัฐ ต้องดำรงอยู่ควบคู่ หลักประชาธิปไตย

นิติรัฐหมายถึง รัฐที่ปกครองโดยกฎหมายและหลักของเหตุและผลเพื่อความสงบสุข หลักนิติรัฐประกอบไปด้วย องค์ประกอบที่เป็นหลักการหลายประการ เริ่มตั้งแต่หลักการแบ่งแยกอำนาจ หากสังคมไหนไม่มีการแบ่งแยกอำนาจ และไม่มีการควบคุมถ่วงดุลกัน สังคมนั้นไม่อาจเรียกได้ว่ามีหลักนิติรัฐ ที่เป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้

การแบ่งแยกอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการนี้จุดมุ่งหมายสำคัญ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ต่อมาก็มีหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค การแทรกแซงในสิทธิ และเสรีภาพของปัจเจกบุคคล โดยอำนาจรัฐจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมาย ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนของประชาชน จึงจะมีความชอบธรรมตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย การจำกัดสิทธิ และเสรีภาพต้องมีผลบังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับ แก่กรณีหนึ่งแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง

นอกจากนี้ การใช้กฎหมายของฝ่ายตุลาการก็ดี หรือฝ่ายปกครองก็ดี จะต้องผูกพันต่อกฎหมายที่ออกโดยองค์กรนิติบัญญัติ ที่มาจากการเลือกตั้ง กฎหมายใดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต้องผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนประชาชน และอยู่โดยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เราเรียกหลักการนี้ว่า หลักความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายตุลาการและฝ่ายปกครอง

นอกจากนี้ ยังมีหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา หลัก ไม่มีความผิดและไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย และที่สำคัญ หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ

หลักการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่อาจมีขึ้นได้อย่างแท้จริงในระบอบเผด็จการ หรือ ประชาธิปไตยจอมปลอม


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : อนุสรณ์ ธรรมใจ

ผู้ส่ง  บ้านเลขที่ 33    email     url     ip  118.174.171.200   ส่งเมื่อ 14 เม.ย.52 เวลา 23:29
 
 ความคิดเห็นที่  1

ผู้คนมักจะกล่าวอ้างเสมอว่า ตัวเองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในความถูกต้อง หรือยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และมักอ้างว่าทำเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่เราต้องเข้าใจว่า ประชาธิปไตยมิอาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยได้

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ตรงนี้มันไม่น่าจะใช่สักเท่าไหร่ เพราะประชาชนเมื่อถูกระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์กดขี่ ขาดความเป็นธรรมเช่นการแบ่งชนชั้น การเอาเปรียบทางสังคม การเอาเปรียบของผู้ปกครอง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในทางการเมืองการปกครอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมการใช้อำนาจรัฐของผู้ปกครองหรือตรวจสอบการกระทำของคนดังกล่าวได้ หลังจาก ค.ศ๑๗๘๘ แนวความคิดและวิธีการปกครองประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการประกาศอิสระภาพของอเมริกาจากอังกฤษ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นแนวทางปกครองโดยยึดหลักการที่มีสาระสำคัญว่า
๑.ทุกคนมีความเท่าเทียมกันและมีความเสมอภาคกัน ๒.การใช้อำนาจปกครองจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนและมีกฏหมายได้ให้อำนาจหน้าที่ไว้ ๓.ผู้ปกครองจะต้องใช้อำนาจเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
๔.การใช้อำนาจนั้นจะต้องสามารถตรวจสอบและควบคุมให้อยู่ในความเหมาะสมได้ หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือหลักการปกครองด้วยกฏหมายเรียกกว่า นิติรัฐ หมายความว่าประชาชนจะไม่ถูกละเมิดจากการใช้อำนาจของรัฐโดยขาดความยุติธรรม ซึ่งหลักการต่างๆ เหล่านี้ได้กลายมาเป็นหลักกฏหมายมหาชนอันเป็นรากฐานในการปกครองของรัฐเสรีนิยมประชาธิปไตยในปัจจุบัน

ทฤษฏีนิติรัฐก่อกำเหนิดขึ้นมาจากแนวความคิดของประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งผู้เสนอแนวความคิดนี้เป็นคนแรกคือ รุสโซ ต่อมาคือ มองเตสกิเออ ส่วนบุคคลที่ได้สรุปแนวความคิดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนคือ กาเร เดอ มัลแบร์

ทฤษฏีนิติรัฐ เป็นทฤษฎีกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน และเพื่อเป็นหลักประกันแก่สิทธิและเสรีภาพของประชาชน รัฐต้องอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ของกฏหมาย กล่าวคือ กฏหมายเป็นทั้งเครื่องมือในการดำเนินการปกครอง และเป็นสิ่งค้ำประกันเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจของรัฐ รัฐจะฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ที่รัฐสร้างขึ้นไว้ไม่ได้ หากกฏเกณฑ์นั้นไม่เหมาะสม รัฐก็จะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์นั้น และวิธีการในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็ต้องเป็นไปตามกฏเกณฑ์ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เช่น รัฐธรรมนูญกำหนดการตราพระราชบัญญํติไว้อย่างไรก็ต้องทำตามกฏเกณฑ์นั้น จะไปทำรูปแบบอื่นไม่ได้ แม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเองก็ตาม ก็มีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ เช่นรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ในมาตรา ๒๙๑ เป็นต้น

หลักนิติรัฐประกอบด้วยหลักการพื้นฐาน ๒ ประการคือ
๑. หลักสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นสิทธิที่ติดตัวมนุษย์แต่ละคน ที่ไม่มีใครพรากไปจากมนุษย์แต่ละคนได้ อาจเป็นสิทธิมนุษยชนทั่วไป เช่น สิทธิเสรีภาพในร่างกาย สิทธิเสรีภาพในเคหสถาน หรืออาจเป็นสิทธิในความเป็นพลเมือง เช่น ตั้งสมาคม พรรคการเมือง อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าราษฏรสามารถใช้สิทธิเสรีภาพของตนกระทำการใดๆ ก็ได้ กล่าวคือ รัฐสามารถแทรกแซงหรือรุกล้ำสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์สาธารณะ แตการแทรกแซงดังกล่าวจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฏหมายให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้งเท่านั้น ตามหลักพื้นฐานของกฏหมายมหาชนที่ว่า เมื่อไม่มีกฏหมายให้อำนาจ จะกระทำมิได้ ซึ่งเป็นหลักที่ใช้ในประเทศที่ปกครองภายใต้หลักนิติรัฐ
๒. หลักการแบ่งแยกอำนาจ ซึ่งเป็นหลักที่จะทำให้หลักการปกครองแบบนิติรัฐเป็นผลได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่อาจมีไ หากอำนาจนิติบัญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการไปอยู่ภายใต้บุคคลเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว จึงมีความจำเป็นต้องมีการแบ่งแยกองค์กร เพื่อใช้อำนาจต่างๆ เหล่านั้น เพื่อให้อำนาจหนึ่งหยุดยั้งอำนาจอีกอำนาจหนึ่ง ซึ่งหลักการแบ่งแยกอำนาจังกล่าวนี้ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของหลักนิติรัฐ เพื่อไม่ให้รัฐมีอำนาจเด็ดขาดนั่นเอง



ความไม่พอใจระบบกษัตร้ย์ของชนชั้นกลางของอังกฤษเนื่องจากประชาชนเมื่อถูกระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์กดขี่ ขาดความเป็นธรรมเช่นการแบ่งชนชั้น การเอาเปรียบทางสังคม
การเอาเปรียบของผู้ปกครอง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในทางการเมืองการปกครอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมการใช้อำนาจรัฐของผู้ปกครองหรือตรวจสอบการกระทำของคนดังกล่าวได้ จึงทำให้เกิดการปฏิวัติจนกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ตามหลักของรุสโซ
พอระบบรัฐสภากดขี่ก็ฟื้นฟูระบบกษัตริย์ขึ้นใหม่ คนอเมริกาในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ก็ถูกระบอบกษัตริย์ของอังกฤษกขี่ ก็ปฏิวัติเป็นระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ ประเทศไทยก็เหมือนกันก็ปฏิวัติเมื่อพ.ศ.๒๔๗๕ เพื่อเปลี่ยนจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
....................................................................................................................
หลักการประชาธิปไตยและนิติรัฐบางครั้งก็เกิดจากปลายกระบอกปืนได้เหมือนกัน
ดังนั้นที่กล่าวอ้างว่า ประชาธิปไตยมิอาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยได้นั้นจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

.....................................................................................................................

จากหลักการประชาธิปไตยและนิติรัฐนี้ ประเทศไทยของเราเป็นประชาธิปไตยภายใต้หลักการที่กล่าวไว้จริงหรือไม่เพียงใด ? .... อิอิ



ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  124.121.160.245   ตอบเมื่อ 17 เม.ย.52 เวลา 01:35
 ความคิดเห็นที่  2

ผมเห็นว่าปัญหาพื้นฐานในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกา แตกต่างจากรัฐไทยเพราะประชาชนของเขาถูกกดขี่จากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์ จึงเกิดการเรียกร้องและปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยภายใต้หลักการนิติรัฐ แต่รัฐไทยพระมหากษัตริย์ของประชาชนชาวไทยปกครองด้วยหลักทศพิศราชธรรม จึงเป็นที่รักยิ่งของประชาชน มูลเหตุปัญหาการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยใน พ.ศ.๒๔๗๕ จึงมีความแตกต่างจากของตะวันตก ดังนั้นรูปแบบโครงสร้างทางอำนาจการปกครองของไทย จึงควรจะมีเอกรักษ์เฉพาะตัวของรัฐไทย ที่ต้องมอบพระราชอำนาจในการพิจารณาตักเตือนและทักท้วงปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ แต่ไม่ควรขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐที่สากลยึดถือในเชิงปรัชญา

ผู้ส่ง  สุมาอี้    email     url     ip  124.121.160.245   ตอบเมื่อ 17 เม.ย.52 เวลา 01:49